WE REMEMBER

We remember that we priests accept that the ministerial priesthood from apostolic times is a dynamic faith reality in the Church, which of its very nature is Communion. This priesthood is God’s gift to nourish the ecclesial communion through the exercise of the Priestly, the Prophetic and the Kingly offices. Such a call demands a co-operation with the Holy Spirit to live a life of profound priestly spirituality.

This spirituality is one that has been nurtured over the years of formation from the priest’s unique God-experience. Hence, rooted in communion with the Blessed Trinity, the presbyterium celebrates a communion of priests with the Bishops and Priests among themselves, especially through fraternities. Similarly, rooted in communion with the Trinity, a priest becomes a builder of communities among the People of God and all peoples.

WE CELEBRATE

We celebrate our priesthood for it is essentially a celebration of life. The dynamics of the seminar concretized this celebration through communal prayer, the Eucharist, the Divine Office and the many shared fellowships.

The human aspect of the priesthood was also celebrated by a humble acknowledgement of our shortcomings, limitations, struggles and failures. We received much light in the areas of psycho-sexual and psycho-spiritual maturity. Thus, developing a healthy relationship with all sectors of society, we priests will grow into mature and wholesome persons.

WE BELIEVE

We believe and accept the words of Jesus, “You did not choose me, but I chose you and appointed you that you should go and bear fruit.” (Jn. 15: 16) Our vocation is then a gift from the Lord to whom we respond as his disciples. To us he has entrusted the great mystery of salvation and to be the stewards and dispensers of the mysteries and graces of God. (PO # 22)

However, under the impact of a materialistic, hedonistic and consumerist culture of life, the priests of today are undergoing tremendous difficulties and tensions. Coupled with these are the ever growing complexities of the pastoral ministry which can create personal problems and conflicts in relationships.

In the light of this situation, here are some recommendations towards a more mature life and fruitful ministry:

  1. The seminary formation must be holistic. While sufficient emphasis is given to intellectual formation, much more attention needs to be given to the human and spiritual formation especially in regard to psycho-sexual and psycho-spiritual development. To this effect it is strongly recommended that some formators be trained to care for the spiritual and human formation of the seminarians.
  2. To foster communion among the clergy regular participation at gatherings in the diocese are to be encouraged. Communion is further promoted by the formation of fraternities and associations.
  3. For growth in spiritual life, priests must be encouraged to deepen and nurture their God-experience through regular prayer, meaningful liturgy, reconciliation and spiritual direction.
  4. There should be more open, intimate and personal relationship between bishops and priests, so that a bishop is looked upon, not so much as an authoritative figure but more as a father, brother and friend.
  5. There is a felt need for a structure for dialogue between the bishops and priests at the diocesan, regional and national levels, to ensure transparency, accountability and a sense of belonging.
  6. There should be joint meetings among all those involved in the different stages of formation of priests (selection of candidates, formation in seminary, on going formation). Such a collaboration and networking for the implementation of action plans will ensure continuity.
  7. There should be a vision-mission statement formulated by the bishop together with his clergy, religious and laity to set the direction of the diocese with proper mechanisms for ensuring their implementation.
  8. It is accepted and highly recommended that there be regular on-going and systematic programs of human and spiritual formation for priests at different stages of their lives.

CONCLUSION

May Mary the Mother of Jesus and the Mother of priests pray for us In Jesus the High Priest, every priest is precious in her eyes and dear to her heart. Having lived a life of discipleship, she knows our needs and prays for us. In our devotion to her, may we experience her presence in our lives and imitate her love and fidelity to Jesus, our High Priest.

เราจำได้ว่า

เราระลึกได้ว่า พระสงฆ์ยอมรับว่าสังฆภาพศาสนบริการที่ตกทอดมาจากยุคของอัครสาวกนั้น เป็นความเป็นจริงด้านความเชื่อที่เป็นพลวัตในพระศาสนจักร ซึ่งโดยธรรมชาติของตนเองนั้นเป็นความสนิทสัมพันธ์ สังฆภาพนี้เป็นพระพรของพระเป็นเจ้า เพื่อหล่อเลี้ยงความเป็นหนึ่งเดียวกันของพระศาสนจักรโดยผ่านทางการปฏิบัติหน้าที่สงฆ์ ประกาศกและกษัตริย์ การกล่าวเช่นนี้เรียกร้องความร่วมมือกันกับพระจิตเจ้าเพื่อจะได้ดำเนินชีวิตฝ่ายจิตของพระสงฆ์ได้อย่างลึกซึ้ง

ชีวิตฝ่ายจิตเป็นชีวิตที่ได้รับการทะนุถนอมตลอดเวลาหลายๆ ปีของการฝึกอบรมจากประสบการณ์กับพระเป็นเจ้าที่พิเศษจำเพาะของพระสงฆ์ ดังนั้น เนื่องจากมันหยั่งรากในความสนิทสัมพันธ์กันกับพระตรีเอกภาพ คณะสงฆ์จึงยกย่องความสนิทสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับพระสังฆราช และระหว่างสงฆ์ด้วยกันเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยผ่านทางภราดรภาพต่างๆ เช่นเดียวกัน เนื่องจากมันหยั่งรากในความสนิทสัมพันธ์กันกับพระตรีเอกภาพ พระสงฆ์จึงกลายเป็นผู้ก่อสร้างกลุ่มต่างๆ ขึ้นท่ามกลางประชากรของพระเป็นเจ้า และท่ามกลางประชากรทั้งหลาย

เรายกย่อง

เรายกย่องสังฆภาพของเรา เหตุว่ามันเป็นการยกย่องชีวิตที่สำคัญ พลวัตของการสัมมนาทำให้การยกย่องนี้เป็นรูปธรรมขึ้นโดยผ่านทางการอธิษฐานภาวนาร่วมกัน การบูชามิสซาขอบพระคุณ การทำวัตรและการแบ่งปันมิตรภาพกัน

มุมมองฝ่ายกายของสังฆภาพ ก็ได้รับการยกย่องด้วยเช่นกันโดยผ่านทางการยอมรับอย่างสุภาพซึ่งความบกพร่อง การมีขีดจำกัด การดิ้นรน และความล้มเหลวต่างๆ ของเรา เราได้รับความสว่างอย่างมากจากการบรรลุถึงวุฒิภาวะทางจิตวิทยาด้านเพศและทางจิตวิทยาฝ่ายจิต ดังนั้น ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีงามกับทุกภาคส่วนของสังคม
เราพระสงฆ์ก็จะเติบโตขึ้นเป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะและเป็นประโยชน์

เราเชื่อ

เราเชื่อและยอมรับพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ว่า “มิใช่ท่านทั้งหลายได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทำจนเกิดผล” (ยน 15,16) กระแสเรียกของเราจึงเป็นพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และเราก็ได้สนองตอบพระองค์ในฐานะศิษย์ พระองค์ทรงมอบพระธรรมล้ำลึกที่ยิ่งใหญ่แห่งความรอดแก่เรา และให้เราได้เป็นผู้จัดการและผู้แจกจ่ายพระธรรมล้ำลึกและพระหรรษทานต่างๆ ของพระเป็นเจ้า (PO # 22)

อย่างไรก็ตาม ภายใต้แรงกระทบของวัฒนธรรมด้านวัตถุนิยม ด้านบริโภคนิยม และความสะดวกสบายนิยมของชีวิต พระสงฆ์ในปัจจุบันนี้จึงต้องประสบกับความยากลำบาก และความตึงเครียดอย่างมากมายมหาศาล นอกจากนั้น ยังมีความสลับซับซ้อนกับศาสนบริการด้านการอภิบาลที่ยิ่งวันยิ่งมากขึ้นด้วย ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาส่วนตัวและความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ให้อีก

ในมุมมองของสถานการณ์นี้ นี่เป็นข้อเสนอแนะบางอย่างที่จะทำให้ชีวิตมีวุฒิภาวะมากขึ้น และศาสนบริการมีประสิทธิผลมากขึ้น

  1. การฝึกอบรมในสามเณราลัย จะต้องเป็นการฝึกอบรมด้านความศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ต้องเน้นการฝึกอบรมด้านสติปัญญาอย่างมากพอสมควร แต่จะต้องให้ความสนใจการฝึกอบรมฝ่ายกายและฝ่ายจิตมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพัฒนาจิตวิทยาทางเพศและจิตวิทยาฝ่ายจิต จึงต้องให้คำแนะนำอย่างจริงจัง ให้มีผู้ฝึกอบรมที่ได้รับการฝึกอบรม ในการดูแลการฝึกอบรมฝ่ายจิตและฝ่ายกายแก่สามเณร
  2. ก่อให้เกิดความสนิทสัมพันธ์กันท่ามกลางพระสงฆ์ ควรให้การสนับสนุนการเข้าร่วมชุมนุมต่างๆ ในสังฆมณฑลเสมอๆ ความสนิทสัมพันธ์นี้จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้นอีกด้วยการฝึกอบรมของภราดรภาพและสมาคมต่างๆ
  3. เพื่อการเติบโตของชีวิตฝ่ายจิต พระสงฆ์จะต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อทำให้ประสบการณ์พระเจ้าของพวกเขาลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมกับหล่อเลี้ยงผ่านการอธิษฐานภาวนาอย่างสม่ำเสมอ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมาย การคืนดีกับพระเป็นเจ้า และการแนะนำวิญญาณ
  4. ควรมีความสัมพันธ์ที่เปิดเผย ที่ใกล้ชิด และเป็นส่วนบุคคลยิ่งขึ้น ระหว่างพระสังฆราชกับพระสงฆ์ เพื่อมิให้พระสังฆราชถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจ แต่เป็นบิดา เป็นพี่ เป็นน้อง และเป็นเพื่อนมากกว่า
  5. มีความรู้สึกว่าจำเป็นจะต้องมีโครงสร้างสำหรับการเสวนากันระหว่างพระสังฆราชกับพระสงฆ์ ทั้งในระดับสังฆมณฑล ระดับแขวง และระดับชาติ เพื่อก่อให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขึ้น
  6. ควรมีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ฝึกอบรมพระสงฆ์ในขั้นตอนต่างๆ (การเลือกผู้สมัคร การฝึกอบรมในสามเณราลัย การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง) ความร่วมมือและการมีเครือข่ายดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการตามแผนก่อให้เกิดความต่อเนื่อง
  7. ควรกำหนดให้มีแถลงการณ์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์และพันธกิจจากพระสังฆราช รวมทั้งคณะสงฆ์ นักบวช และฆราวาสของท่าน เพื่อจะได้กำหนดทิศทางของสังฆมณฑล พร้อมด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ
  8. เป็นที่ยอมรับและเสนอแนะอย่างมากว่า ควรมีโครงการฝึกอบรมฝ่ายกายและฝ่ายจิตที่ต่อเนื่องและเป็นระบบ สำหรับพระสงฆ์ในขั้นตอนต่างๆ ของชีวิต

สรุป

ขอพระแม่มารีย์ พระมารดาของพระเยซูเจ้า และพระมารดาของพระสงฆ์ ช่วยวิงวอนเพื่อชาวเรา ต่อพระเยซู พระมหาสมณะ พระสงฆ์ทุกองค์ประเสริฐในสายพระเนตรและในดวงพระทัยของพระแม่ หลังจากดำเนินชีวิตเป็นศิษย์แล้ว พระแม่ทรงทราบดีถึงความจำเป็นต่างๆ ของเรา และทรงอธิษฐานภาวนาเพื่อเรา ในความศรัทธาของเราต่อพระแม่ขอให้เราได้มีประสบการณ์กับการประทับอยู่ของพระแม่ในชีวิตของเรา และกับความรักที่ใกล้ชิดและความซื่อสัตย์ของพระแม่ต่อพระเยซูพระมหาสมณะของชาวเราด้วยเถิด