เขาเคยบอกฉันว่า ... ชีวิตต้องมีเป้าหมาย
และ... ผู้ใช้ชีวิตจำต้องรับผิดชอบ
ฉันเชื่อโดยมิเคยโต้แย้ง ... และก้าวเดินอย่างรับผิดชอบ
ดูแลรักษา และปกป้องเป้าหมายชีวิต
...มิยอมให้ใครช่วงชิงหรือลบเลือน

ฉันก้าวเดินผ่านมานานมากหลายฤดูกาล
แต่... บัดนี้ ชีวิตดูเปลี่ยนแปลง เป็นภาระหนักอึ้งที่ฉันแบกบนบ่า
ความพยายามที่จะสัตย์ซื่อต่อชีวิตและภารกิจ ดูแห้งแล้งไร้ความสุข
หัวใจที่เคยดูชุ่มชื้น ในช่วงเริ่มออกเดินทาง
บัดนี้ ดูแห้งเหี่ยว... อ่อนล้า... และไร้เรี่ยวแรง
ฉันเฝ้าถามตนเอง ...ทำไม? ...อะไร?
ความรับผิดชอบมิได้นำพาความสุขใจมาให้เลยหรือ?
อะไรหรือที่หล่นหายไป?

ฉันเริ่มโหยหาวันเวลาที่หยุดนิ่ง ..หวังเพียงมองหาพระจันทร์ที่หายไป
เบื้องบนดูจะรู้ใจ และจัดการทุกอย่างอย่างไร้ที่ติ
พระพรแห่งวันเวลา ... ผนวกด้วยเพื่อน และมิตรภาพ
ได้รับการบรรจงวางไว้เบื้องหน้า
จนฉันต้องยื่นมือออกประคองรับ ด้วยดวงใจรักรู้คุณ

คืนวันแห่งพระพร เผยผลิบานตามจังหวะเวลา
ทุกช่วงตอน ...และทุกลีลา เผยรอยยิ้มของพระเจ้าผู้เป็นบิดา
ความรักห่วงใย ...และการให้อภัย เกาะเกี่ยวประสบการณ์ความเชื่อ

คืนวัน ... แม้สั้นกะทัดรัด
แต่... อุดมด้วยความรัก จนชีวิตเริ่มเผยยิ้มและผลิบาน
ฉันจึงพบเจอ ... พระจันทร์ที่หล่นหาย
เพียงเพื่อบรรเลงชีวิตต่อไปอย่างมีคุณค่าและความหมาย
... นำความสุขใจ ในทุกลีลา และท่วงทำนอง
ทั้งสำหรับฉันผู้บรรเลง และเขาทุกคนผู้สัมผัส