ในโอกาสปีพระสงฆ์ขออนุญาตแนะนำคุณพ่อเปอเซต์ (Pezet) ให้เป็นที่รู้จัก ท่านเป็นพระสงฆ์ชาวฝรั่งเศสในคณะซาม (Sam) คณะนี้ได้ส่งคุณพ่อมาเป็นธรรมทูตช่วยมิสซัง ณ ที่นี้คือ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง สถาบันเดียวกันกับที่คุณพ่อและผมได้สังกัดอยู่ ด้วยเหตุนี้ คุณพ่อเปอเซต์จึงเป็นบุคคลที่ผมรู้จักและยังต้องการให้คนอื่นรู้จักด้วย

ในฐานะเป็นเจ้าวัด เมื่อได้รับมอบหมายให้ไปประจำวัดบ้านนอก คุณพ่อเปอเซต์พร้อมที่จะปรับตัวกับการกินอยู่และการดำรงชีวิตอย่างสมถะ กลมกลืนกับลูกวัดชาวอีสานที่อยู่ตามบ้านนอก การเดินทางจากวัดหนึ่งไปอีกวัดหนึ่งท่านใช้จักรยานคู่ชีพปั่นให้ถึงที่หมาย เพื่อจะได้หยุดอภิบาลและพักค้างอยู่กับสัตบุรุษอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง

สำหรับงานในวัด ท่านจะตระเตรียมอย่างเอาใจใส่ในทุกเรื่อง ไม่ว่ามิสซา คำสอน และบริการศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ท่านติดตามถึงบ้าน ถึงพ่อแม่เมื่อเด็กไม่มาวัด ท่านให้ความสำคัญต่อชีวิตครอบครัวโดยเตรียมคู่บ่าวสาวให้ได้เรียนคำสอนและแต่งงานอย่างเรียบร้อย ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ท่านดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ทุกคนเห็นเป็นตัวอย่างได้อย่างประจักษ์แจ้งและประทับใจ

ในฐานะพระนักปราชญ์ชาวบ้าน ถึงแม้จะอยู่บ้านนอก คุณพ่อไม่เคยหยุดอ่านเพื่อศึกษาเรียนรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงมีความรอบรู้ลุ่มลึกเมื่อให้คำปรึกษาหารือ หรือให้คำแนะนำด้านวิญญาณ ยิ่งกว่านั้น ท่านยังได้เขียนบทความส่งไปลงหนังสือนิตยสารในต่างประเทศ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ในวงกว้างอีกด้วย

ในฐานะพระนักพัฒนา ท่านได้ใช้ความรู้ด้านการเกษตรมาสาธิตและนำพาชาวบ้านร่วมใจกันพัฒนาหาแหล่งน้ำด้วยการทำฝายอาศัยแรงมือแรงงานของชาวบ้าน อีกทั้งท่านยังได้เป็นตัวอย่างในการทำสวนปลูกพืชผลและนำมาแบ่งปันกับชาวบ้าน

นอกจากนั้น ในบางโอกาสเท่าที่สามารถ ท่านยังได้ใช้เวลาออกไปช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่ลำบากยากจนถึงท้องทุ่งท้องนาของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ สัตบุรุษซึ่งมักจะหมายถึงชาวไร่ชาวนาทั้งหลายภายในหมู่บ้าน จึงเคารพรักและกล่าวขานถึงท่านด้วยการยกย่องชื่นชมและศรัทธา

ในฐานะพระนักศาสนาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ คุณพ่อได้ทุ่มเทชีวิต เวลา และความพยายาม ในการเรียนรู้และแสวงหาประสบการณ์ด้านพระพุทธศาสนา เพื่อจะได้เข้าถึงและเข้าใจวิถีชีวิตศาสนาและวัฒนธรรมของพี่น้องชาวพุทธอย่างเต็มที่ วัดพุทธและพระภิกษุที่มีชื่อเสียงซึ่งชาวไทยทั่วไปให้ความศรัทธาเคารพอย่างสูงนั้น จึงไม่เคยพลาดหรือคลาดเคลื่อนจากความใส่ใจของท่านในการติดตามและติดต่อไปขอศึกษาหาประสบการณ์ด้วย เพื่อจะให้รู้จักถึงรากเหง้าและเข้าใจถึงรากแก้วฉันใดก็ฉันนั้น

และด้วยประสบการณ์ที่เคยไปเรียนรู้และฝึกฝนวิถีพุทธ พร้อมกับการทำสมาธิทั้งโดยวิธีสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานจากสำนักสงฆ์ที่มีชื่อเสียงบางแห่งของเมืองไทย ทำให้ท่านยังคงนำวิถีปฏิบัติบางประการมาดำเนินชีวิตเป็นกิจวัตรต่อมา อาทิการรับประทานอาหารวันละหนึ่งมื้อจากข้าวปลาอาหารตามแต่ชาวบ้านจะมีให้ในสภาพที่เขาเป็นอยู่

เราอาจถือได้ว่าคุณพ่อเปอเซต์เป็นผู้ร่วมบุกเบิกงานศาสนาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ระหว่างพุทธคริสต์ในเมืองไทยมาตั้งแต่ต้นท่านหนึ่ง ผู้ที่เป็นเพื่อนสนับสนุนอุดมคติเดียวกันและยังเป็นพยานบุคคลจนถึงปัจจุบันนั้น ได้แก่ คุณพ่อโบรนิสลาส มีแชล ปาแซก (Pasek) คุณพ่อโรแบต์ โกสเต (Robert Costet) และคุณพ่อบรูโน อาเรินส์ (Bruno Arens) เป็นต้น

ในฐานะที่ท่านเป็นนักต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นมาแล้วนี้ ผมโดยส่วนตัวจึงขอแสดงความเคารพรัก เชิดชู และศรัทธานับถือท่านเป็นบุคคลดีเด่น สมกับเป็นตัวอย่างของบรรดาพระสงฆ์ และสิ่งท้าทายสำหรับวงการพระสงฆ์ของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีพระสงฆ์ นั่นคือเรายังต้องการบุคคลประเภทที่มีคุณค่าและหายากอย่างคุณพ่อเปอเซต์นี้อีกมากมิใช่หรือ

ณ บัดนี้ แม้เราจะต้องอาลัยด้วยความเคารพรักต่อการจากไปของคุณพ่อเปอเซต์ ซึ่งถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2008 ที่ผ่านมา แต่ทว่าภาพสะท้อนสถานภาพอันแท้จริงของท่าน ย่อมยังคงแจ่มชัดสุกใสอยู่ในจิตใจของบรรดาสัตบุรุษที่ท่านเคยดูแลและผู้ที่เคยรู้จักใกล้ชิดกับท่าน  รวมถึงผู้ที่เป็นกัลยาณมิตรธรรมกับท่าน

เราเคยได้ยินชาวบ้านทั่วไปอวยพรให้พระสงฆ์เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ผมเองก็ตระหนักแก่ใจว่าได้พบคุณพ่อเปอเซต์

นี่แหละ ที่สะท้อนความศักดิ์สิทธิ์ออกมาให้เห็นเป็นกระบวนการตลอดทั้งชีวิตของท่านอย่างเด่นชัด จึงขอให้เราร่วมจิตอธิษฐานภาวนา เพื่อให้พระเจ้าทรงรับรองดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของท่าน และต้อนรับท่านให้อยู่กับพระองค์ตลอดนิรันดร์