เจริญพรมายังทุกท่าน

พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณพระเจ้า โอกาสสมโภชพระแม่มารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ฯ และพิธีรับตำแหน่งพระอัครสังฆราชใหม่ แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว

พี่น้องที่รัก ก่อนอื่นพ่ออยากจะขอกล่าวความในใจ ขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับพระเมตตารักที่พระองค์ทรงมีต่อพ่อเสมอมา และที่ทรงโปรดเลือกสรรพ่อให้มารับหน้าที่นายชุมพาบาลของคริสตศาสนจักรคาทอลิก แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ อันเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่มีความสำคัญยิ่ง พ่อเองยอมรับว่าไม่ง่ายเลยที่จะตัดสินใจน้อมรับ เมื่อได้รับแจ้งว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 โปรดเกล้าแต่งตั้งพ่อในหน้าที่ดังกล่าว

พ่อถามตนเองว่า “เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?” เช่นเดียวกับพระแม่มารีย์ เมื่อพระนางได้รับแจ้งสารจากทูตสวรรค์ และในทำนองเดียวกันกับที่พระนางได้ตอบทูตสวรรค์ว่า “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามที่ท่าน ได้กล่าวนั้นเถิด” พ่อจึงได้น้อมรับ ให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จไป ด้วยความมั่นใจว่าเป็นพระองค์เองที่จะประทานพระพรอันจำเป็นทุกประการในการปฏิบัติหน้าที่นี้

ประเด็นถัดไป เชื่อว่าพ่อคงสามารถแสดงออกซึ่งความรู้สึกร่วมของพี่น้องคริสตชนคาทอลิกทุกคนได้อย่างถูกต้อง ด้วยความรู้สำนึกในพระคุณของพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู พระอัครสังฆราชกิตติคุณแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในสิ่งที่พระคุณเจ้าได้กระทำตลอดช่วงเวลา 36 ปี ในฐานะพระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พระคุณเจ้าพระคาร์ดินัลจะยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราสมาชิกของพระศาสนจักรคาทอลิกประเทศไทยอย่างมิมีวันลืมเลือน

พระคุณเจ้าเป็นพระคาร์ดินัลชาวไทยองค์แรกและองค์เดียว เป็นบิดาและผู้นำทางพระศาสนจักรสู่ความปลอดภัย นอกเหนือจากขุมทรัพย์ทางจิตวิญญาณแล้ว ท่านยังเสริมสร้างพระศาสนจักรให้มั่นคง ในโครงสร้างต่างๆ มากมาย  โบสถ์หลายแห่ง โรงเรียนจำนวนมาก โรงพยาบาล ฯลฯ  เหล่านี้ล้วนเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงสำหรับชนรุ่นหลังที่จะตามมาในอนาคต พระสงฆ์และพระสังฆราชจำนวนมากได้รับการบวชและอภิเษกจากท่าน

ดังนั้น ในวโรกาสเช่นนี้ เพียงคำพูดเท่านั้นคงมิสามารถแสดงออกถึงสิ่งที่พวกเรามีอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตใจของเราได้

สำหรับพ่อเองโดยส่วนตัว ที่พ่อยืนอยู่ที่นี่วันนี้ได้ ก็เป็นเพราะพระคุณของท่าน ท่านเป็นอธิการของพ่อในบ้านเณรเล็ก ส่งพ่อไปศึกษาต่อที่กรุงโรม ท่านเป็นเครื่องมือของพระเจ้า ที่โปรดให้พ่อได้มารู้จัก และดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์ความรักและความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งได้ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตพระสงฆ์ของพ่อตลอด 33 ปีที่ผ่านมา และหวังว่าจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้พระศาสนจักรกลับกลายเป็น “บ้าน” และ “โรงเรียน” แห่งชีวิตสนิทสัมพันธ์ ตามพระสมณสาส์น “สู่สหัสวรรษใหม่” ของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2

พระคุณเจ้าพระคาร์ดินัลที่เคารพรัก ขอขอบพระคุณด้วยจริงใจ ที่พระคุณเจ้ากรุณาแสดงความยินดีและให้การต้อนรับผมด้วยเต็มใจ ได้แสดงออกถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวผม ส่วนตัวผมเองคงจะขอจากพระคุณเจ้าต่อๆ ไป สำหรับคำแนะนำอันเปี่ยมด้วยปรีชาญาณและประสบการณ์อันทรงคุณค่ายิ่งของพระคุณเจ้า เพื่อความดีของพระศาสนจักรแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ “ของเรา” และพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

และขอถือโอกาสนี้ เจริญพรมายังผู้แทนรัฐบาล คณะทูตานุทูต ผู้แทนทุกศาสนา และผู้แทนคริสตศาสนิกชนทุกนิกาย พระศาสนจักรคาทอลิกปรารถนาและยินดีที่จะร่วมมือตามกำลังความสามารถ ทั้งกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจรรโลงสังคมไทยให้มีสันติสุข พร้อมจะเสวนาศาสนสัมพันธ์กับพี่น้องคริสตศาสนิกชนนิกายต่างๆ และพี่น้องศาสนิกชนของทุกศาสนา ขอขอบคุณในความกรุณาและความมีน้ำใจดีของทุกท่านที่มาร่วมในพิธีวันนี้   ขอเจริญพร

ขอกล่าวบางสิ่งบางอย่างกับพระสมณทูตสักเล็กน้อย พระคุณเจ้าพระสมณทูตที่เคารพรัก เมื่อใดก็ตามที่ท่านโทรมาหา ถ้าท่านอยากให้พ่อทำอะไร แล้วท่านบอกสิ่งที่ต้องการให้ทำทางโทรศัพท์ทันที อันนี้ไม่มีอันตราย แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่านบอกว่า พรุ่งนี้ว่างไหม กรุณามาพบหน่อย  อันนี้มักจะมีอะไร “ใหญ่ๆ” ให้ทำตามมา และยิ่งถ้าเมื่อไปพบท่านแล้ว ท่านเริ่มอารัมภบทโดยบอกว่า ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกลัวนะ พระเจ้าจะทรงช่วย  อันนี้ละ “ใช่เลย” พ่อโดนมา 2 ทีแล้ว บรรดาพระคุณเจ้าที่นั่งข้างหลังนั้น หลายๆ ท่านก็คงเคยเช่นเดียวกัน

พระคุณเจ้า พระสมณทูต ภราดรที่รักในพระคริสตเจ้า ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจ คำแนะนำฉันพี่น้อง ความปรารถนาดี และทุกสิ่งทุกอย่างที่พระคุณเจ้าได้ทำ และคงจะทำต่อๆ ไปสำหรับพระศาสนจักรในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสังฆมณฑลนครสวรรค์ที่ผ่านมา และรวมถึงอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ทั้งในอดีตและต่อไปในอนาคตด้วย ขอให้ภราดรภาพในพระคริสตเจ้านี้ คงอยู่ตลอดไป  “Grazie tante!”

พระคุณเจ้า สมาชิกสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยที่เคารพรักทุกท่าน   เนื่องจากการผลัดเปลี่ยนหน้าที่พระสังฆราชของสังฆมณฑลต่างๆ ในประเทศไทยช่วงระยะนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ดังที่บางท่านเปรียบเสมือนว่า เป็น “การส่งไม้วิ่งผลัด” หรือบางท่านเปรียบยิ่งกว่านั้นอีกว่าเป็น “ไม้ผลัดใบ” ตามฤดูกาล   และเวลานี้เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิอีกครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้หน้าที่และความรับผิดชอบของสภาพระสังฆราชฯ ทั้งหมด ถูกวางบนบ่าของพวกเรา ขอให้พวกเราร่วมมือกันด้วยสำนึกว่า เราแต่ละคนล้วนมีข้อจำกัดในความสามารถด้านต่างๆ ดังนั้น ต่อไปนี้เราจะก้าวเดินไปแบบ “กายเดียวใจเดียวกัน” อย่างเต็มที่  เพื่อความดีของพระศาสนจักรคาทอลิกทั้งหมด  ขอขอบคุณในความปรารถนาดีและการร่วมมือร่วมใจของ ทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

และขอส่งความปรารถนาดี และความขอบคุณไปยังพระสังฆราชทั้งสองจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา ประเทศพม่า (Myanmar) ขอให้ความร่วมมือร่วมใจระหว่างสภาพระสังฆราชของเราสองประเทศกระชับแน่นและมั่นคงยิ่งขึ้น

สำหรับพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่รักยิ่ง คุณพ่อสานิจได้เป็นตัวแทนพี่น้องพระสงฆ์ (รวมทั้งนักบวชและฆราวาสด้วย) กล่าวต้อนรับผมด้วยความยินดียิ่ง ผมก็ขอตอบรับด้วยความยินดีเช่นเดียวกัน ในสารแสดงความยินดีมีกล่าวว่า “พระเป็นเจ้าประทานชุมพาบาลที่ ‘พระองค์’ พอพระทัย ให้แก่คณะสงฆ์อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ”   ผมก็ได้แต่หวังว่า “ผม” จะเป็นที่พอใจของบรรดาพระสงฆ์กรุงเทพฯ ทุกท่านด้วย   เรื่องนี้เป็นความจริงทีเดียวนะที่ว่า เราแต่ละคนไม่ได้เลือกกันและกันเหมือนอย่างคู่แต่งงานหรอกนะ

คู่แต่งงานนั้น เขาสมัครใจเลือกกันและกัน แต่พวกเรา “คณะสงฆ์” แต่ละคนต่างตัดสินใจแล้วว่าเรา “เลือกพระคริสตเจ้า” ดังนั้น เราจึงมาพบกัน ความเชื่อในพระคริสตเจ้าทำให้เรามาพบกัน เป็นความเชื่อในพระเจ้าองค์ความรักด้วยที่ทรงนำพวกเรามาพบกัน  ดังนั้น การมาพบกันของพวกเรานี้จึงมีมิติใหม่ เป็นมิติทางความเชื่อ จะนำมาซึ่งความชื่นชมยินดีสำหรับเราผู้มีความเชื่อ และอันที่จริงแล้ว ผมก็มิใช่ใครอื่น  เคยเป็นคนหนึ่งในคณะสงฆ์แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นี่เอง มันจึงเป็นเหมือนการ “กลับบ้าน” กลับมาพบพี่พบน้อง อันนำมาซึ่งความยินดี และเราจะร่วมมือกันจริงๆ เพราะในพวกเราไม่มีใคร “เก่ง” เลยนะ แต่รวมกันแล้ว พระเยซูเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้า “คนเก่งพระองค์นั้น” จะประทับท่ามกลางเรา แล้วนั้นศักยภาพของพระเจ้าจะปรากฏให้เห็น

ดีใจที่ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีคณะนักบวชทั้งชายและหญิงมากมายหลายคณะทำงานอยู่  คิดๆ ไป  พ่อก็จินตนาการอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เป็นเหมือนสวนดอกไม้ใหญ่ เต็มไปด้วยแปลงไม้ดอกนานาพรรณ  กุหลาบก็ไม่เหมือนเบญจมาศ กล้วยไม้เองก็มีหลากหลายพันธุ์ ล้วนแตกต่างกัน แต่ก็สวยงามด้วยกันทั้งสิ้น จึงทำให้อุทยานของกรุงเทพฯ “เมืองเทวดา” นี้ กลับกลายเป็นดั่งอุทยานสวรรค์  (สวนสวรรค์ ณ แผ่นดิน)   เพราะพระพรพิเศษ (charism) ที่แต่ละคณะนำมา จะได้ฉายแสงเปล่งประกายออกมาอย่างแท้จริง

“Last but not least” สุดท้ายแต่ไม่ใช่ปลายแถว เพราะสำหรับพระศาสนจักรคาทอลิก ตามจิตตารมณ์ของสังคายนาวาติกันที่ 2 สัตบุรุษคริสตชนคือ ประชากรของพระเจ้า จะต้องมาเป็นอันดับแรก  บรรดาพระสงฆ์ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น และมีหน้าที่รับใช้ทุกคนด้วยความรักของผู้อภิบาล

พี่น้องคริสตชนฆราวาสที่รัก!  ในสารตราแต่งตั้งพ่อเป็นพระอัครสังฆราชแห่งกรุงเทพฯ สมเด็จพระ-สันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงกำชับพ่อให้เป็นนายชุมพาบาลที่ปฏิบัติงานแข็งขัน เป็นแบบฉบับแก่สัตบุรุษ จนพวกเขามั่นคงขึ้นในความเชื่อ ยินดีในความหวัง กระตือรือร้นในความรัก และเอาใจใส่ที่จะได้รับการหล่อเลี้ยงชีวิตจากพระวาจาพระเจ้า และจากศีลมหาสนิท และพ่อก็ตั้งใจจะอุทิศชีวิตทำเช่นนั้น ตามคติพจน์ที่พ่อได้เลือกสำหรับชีวิตของตนเองไว้ว่า “คำสอนเรื่องกางเขน เป็นอานุภาพของพระเจ้า” (1คร 1:18) หมายความว่า “พ่อตั้งใจจะน้อมรับกางเขน และจะเปลี่ยนให้กลายเป็นความรัก เพื่อจะเป็นความรักทั้งสำหรับพระเป็นเจ้าและพี่น้องเพื่อนมนุษย์” นี่คือความตั้งใจของพ่อ พ่อก็หวังว่าพวกลูกๆ สัตบุรุษทุกคนจะรับสนองเช่นนั้นด้วย

ในท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณในความมีน้ำใจดีของทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมในงานพิธีรับตำแหน่งพระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ของพ่อในวันนี้ เหตุการณ์วันนี้จะอยู่ในความทรงจำของพ่อตลอดไป

ขอพระเจ้าประทานพระพรแก่ทุกท่าน