บรรดามิสชันนารีที่มาเผยแพร่ศาสนาในเอเชียในศตวรรษที่ 16 ส่วนใหญ่เป็นคณะเยสุอิต คณะโดมินิกัน และคณะฟรังซิสกัน แต่มิสชันนารีเหล่านั้นบวชพระสงฆ์พื้นเมืองน้อยมากและส่งเสริมการขยายงานของคณะตนเอง แทนการอบรมพระสงฆ์พื้นเมือง ที่สามารถรับผิดชอบงานอภิบาลแทนได้เมื่อมิสชันนารีต่างชาติไม่อยู่ เมื่อเกิดการเบียดเบียนและห้ามเผยแพร่คริสตศาสนา กลุ่มคริสตชนต่างๆ ที่บรรดามิสชันนารีก่อตั้งขึ้นด้วยความยากลำบากได้ถูกเบียดเบียนอย่างรุนแรงและถูกฆ่าตายจำนานมาก ส่วนพระสงฆ์ที่ปกครองคริสตังเหล่านั้นซึ่งเป็นชาวต่างชาติก็ถูกขับไล่ออกนอกประเทศ บางองค์ถูกฆ่าตายพร้อมกับคริสตังและครูคำสอน ทำให้ไม่มีพระสงฆ์อยู่ในมิสซังเพื่ออภิบาลสัตบุรุษต่อไป ดังเช่นการเบียดเบียนอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น เป็นการเบียดเบียนพระศาสนจักรในเอเชียครั้งแรก และถือเป็นความหายนะอันใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์ของงานแพร่ธรรม

สมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 10 ทรงตัดสินพระทัยส่งพระสังฆราช 3 องค์มาเอเชียใน ค.ศ.1652 พระสังฆราชทั้งสามนี้จะขึ้นต่อสมณกระทรวงโดยตรง แทนที่จะอยู่ในความควบคุมของพระมหากษัตริย์แห่งสเปนและโปรตุเกส ซึ่งได้รับอภิสิทธิ์ตามสนธิสัญญาตอร์เดอร์ซิลลัสที่ทำเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ.1494 เพื่อแบ่งเขตดินแดนที่ค้นพบใหม่ระหว่างสเปนและโปรตุเกส พระสังฆราชทั้งสามองค์นี้จะถูกส่งมาในเอเชียในฐานะ “ผู้แทนพระสันตะปาปา” แต่เพราะระบบสิทธิ์อุถัมภ์โปรตุเกส ทำให้ผู้แทนพระสันตะปาปาไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

คุณพ่ออเล็กซานเดอร์ เดอ โรดส์ (ค.ศ.1591-1660) พระสงฆ์คณะเยสุอิต ชาวเมืองอาวียอง เป็นมิสชันนารีในตังเกี๋ยและโคชินจีนเป็นเวลา 20 ปีแล้วตั้งแต่ ค.ศ.1625 และถูกขับไล่ออกนอกประเทศหลายครั้ง ท่านเห็นว่าถ้ามีการเบียดเบียนศาสนาต่อไปอีก และมิสชันนารีถูกขับไล่อย่างเด็ดขาดหรือถูกประหารชีวิตเหมือนที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น กลุ่มคริสตังของตังเกี๋ยและโคชินจีนซึ่งก่อตั้งมาด้วยความยากลำบาก จะต้องสูญเสียไปเช่นเดียวกับในญี่ปุ่นอย่างแน่นอน วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาคือต้องมีพระสงฆ์พื้นเมือง และต้องรีบส่งพระสังฆราชไปอบรมและบวชพระสงฆ์พื้นเมือง คุณพ่ออเล็กซานเดอร์ เดอ โรสด์ ได้เสนอเรื่องนี้ต่อสมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อ และอธิบายถึงความจำเป็นที่จะต้องส่งพระสังฆราชไปที่นั่น

ท่านเดินทางไปกรุงปารีสวันที่ 27 มกราคม ค.ศ.1653 เพี่อหาผู้ที่สมัครใจจะเป็นผู้แทนพระสันตะปาปาที่พร้อมจะไปใช้ชีวิตซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายทำงานในมิสซังแดนไกล ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1653 ท่านได้รับเชิญไปปราศรัยให้นักศึกษากลุ่ม “มิตรที่ดี” ของวิทยาลัยแห่งแกลร์มองต์ซึ่งคุณพ่อยัง บาโกต์ นักบวชคณะเยสุอิตเป็นผู้ดูแล

คุณพ่อเดอ โรดส์ ได้เล่าถึงกลุ่มคริสตังในโคชินจีนและตังเกี๋ยอย่างน่าสนใจ ทำให้นักบวชหนุ่มคณะเยสุอิตหลายองค์สนใจสมัครไปมิสซังในใหม่นี้ ในจำนวนนี้มีคุณพ่อฟรังซัวส์ ปัลลือ ที่บวชมาได้ 3 ปีแล้วและมาศึกษาต่อที่วิทยาลัยแห่งนี้ คุณพ่อฟรังซัวส์ เดอ มงต์โมเรนซี ลาวาล และเพื่อนๆ อีกหลายคน เมื่อได้ฟังเจตนารมณ์ของคุณพ่อเดอ โรดส์ พวกท่านได้สมัครเป็นธรรมทูตที่จะมาในเอเชีย ในวันนั้นเองที่คุณพ่ออเดอ โรดส์ ได้จุดไฟกระแสเรียกการเป็นธรรมทูตของคณะมิสซังต่างประเทศ

คุณพ่ออเล็กซานเดอร์ เดอ โรดส์
มิสชันนารีคณะเยสุอิต

พระสังฆราชฟรังซัวส์ ปัลลือ
ประมุขมิสซังตังเกี๋ย

หลังจากผ่านอุปสรรคต่างๆ มาเป็นเวลาหลายปี ในที่สุด วันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.1658 สมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อได้เสนอชื่อคุณพ่อฟรังซัวส์ ปัลลือ และคุณพ่อปิแอร์ ลังแบรต์ เดอ ลา ม็อตต์ เป็นผู้แทนพระสันตะปาปา วันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ.1658 คุณพ่อฟรังซัวส์ ลาวาล หนึ่งในผู้เสนอตัวตั้งแต่ ค.ศ.1653 ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระสันตะปาปา อเล็กซานเดอร์ที่ 7 เป็นพระสังฆราชเกียรตินามแห่งเปเตร ประมุของค์แรกของมิสซังแคนาดา

วันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1658 สมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 7 ทรงอนุมัติให้แต่งตั้งคุณพ่อปิแอร์ ลังแบรต์ เดอ ลา ม็อตต์ และคุณพ่อฟรังซัวส์ ปัลลือ เป็นผู้แทนพระสันตะปา

วันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ.1658 พระสังฆราชปัลลือได้รับสาส์นแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชเกียรตินามแห่งเฮลิโอโปลิศ วันที่ 9 กันยายน ค.ศ.1659 ได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขมิสซังตังเกี๋ยและผู้บริหารมณฑล 4 แห่งในจีน ท่านได้รับอภิเษกในมหาวิหารนักบุญเปโตร ที่กรุงโรม

ในวันเดียวกันนั้นเอง พระสังฆราชลังแบรต์ได้รับสาส์นแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชเกียรตินามแห่งเบริธ และวันที่ 29 กันยายน ค.ศ.1659 ได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขมิสซังโคชินจีนและผู้บริหารมณฑล 4 แห่งในจีน ท่านได้รับอภิเษกวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ.1660 ในวัดแม่พระเสด็จเยี่ยม ที่กรุงปารีส โดยมีพระคุณเจ้าเลอ บูธิลลีเยร์ เป็นประธานพิธีอภิเษก

จากการเสนอของพระสังฆราชปัลลือและพระสังฆราชลังแบรต์ ทำให้คุณพ่ออิกญาซิโอ โกโตลังดี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนพระสันตะปาปา เดือนกันยายน ค.ศ.1660 ท่านได้รับสาส์นแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชเกียรตินามแห่งเมแตลโลโปลิศ ประมุขมิสซังนานกิง และได้รับอภิเษกวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ.1660

การแต่งตั้งผู้แทนพระสันตะปาปาสำหรับเอเชียตะวันออกไกลนี้ ยังถือเป็นการเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของงานแพร่ธรรม และเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ของการปฏิรูปงานเผยแพร่ศาสนาของพระศาสนจักร เพราะสันตะสำนักเริ่มงานนี้อีกครั้งหลังจากได้มอบให้อยู่ในความรับผิดชอบของมหาอำนาจอาณานิคม ผู้แทนพระสันตะปาปาที่ถูกส่งมานี้ ไม่ได้มาเพื่อเผยแพร่ศาสนาแก่ประชาชาติต่างๆ เท่านั้น แต่มาเพื่ออบรมพระสงฆ์พื้นเมืองและก่อตั้งพระศาสนจักรท้องถิ่น อีกทั้งต้องคอยช่วยเหลือพระศาสนจักรเหล่านั้นให้เจริญก้าวหน้า จนได้รับการสถาปนาเป็นสังฆมณฑล และมีพระสังฆราชพื้นเมืองปกครอง นอกจากนี้ การแต่งตั้งพระสังฆราชปัลลือและพระสังฆราชลังแบรต์ใน ค.ศ.1658 ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการส่งมิสชันนารีมาทำงานแพร่ธรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเอเชียและในแถบมหาสมุทรอินเดีย

พระสังฆราชปิแอร์ ลังแบรต์
ประมุขมิสซังโคชินจีน

พระสังฆราชอิกญาซิโอ โกโตลังดี
ประมุขมิสซังนานกิง

พระสังฆราชฟรังซัส์ ลาวาล
ประมุขมิสซังแคนาดาองค์แรก

พระสังฆราชหลุยส์ ลาโน
ประมุขมิสซังสยามองค์แรก

ขณะพักอยู่ที่กรุงโรม ค.ศ.1658 พระสังฆราชปัลลือและพระสังฆราชลังแบรต์ได้ร่วมกันร่างโครงการจัดตั้งสามเณราลัยแห่งหนึ่งที่กรุงปารีส “สำหรับทำงานเพื่อการกลับใจของคนต่างศาสนา” และเสนอโครงการนี้ต่อสมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อในนามของพระสังฆราช ฟรังซัวส์ ลาวาล, พระสังฆราชปิแอร์ ลังแบรต์ เดอ ลา ม็อตต์, พระสังฆราชฟรังซัวส์ ปัลลือ และบรรดาพระสงฆ์ชาวฝรั่งเศส สมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่ออนุมัติโครงการนี้ใน ค.ศ.1663 ในจดหมายเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1663 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงเรียกสามเณราลัยที่ตั้งใหม่แห่งนี้ว่า “สามเณราลัยเพื่อการกลับใจของคนต่างศาสนาในต่างประเทศ” วันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1663 พระสังฆราชแห่งบาบิโลนได้ยกอาคารเลขที่ 126 และ 128 บนถนนบัค ในกรุงปารีส ให้ใช้เป็นสามเณราลัย

ปัจจุบันสามเณราลัยแห่งนี้มีชื่อว่า “สามเณราลัยคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส” มีจุดประสงค์เพื่อ “อบรมพระสงฆ์และส่งไปทำงานในดินแดนมิสซังที่อยู่ห่างไกล และก่อตั้งพระศาสนจักรท้องถิ่น” บรรดาผู้แทนพระสันตะปาปาและบรรดามิสชันนารีผู้ร่วมงานของพวกท่าน ได้ละทิ้งชีวิตที่สะดวกสบายเพื่อเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่เคยรู้จักและไม่มีความหวังว่าจะได้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนอีก ด้วยจุดประสงค์เดียวคือเพื่อช่วยวิญญาณทั้งหลายให้รอดพ้นด้วยการทำหน้าที่ศาสนบริกรของพวกท่าน

อาคาร 2 หลัง เลขที่ 126 และ 128 บนถนนบัค กรุงปารีส
ที่พระสังฆราชแห่งบาบิโลนยกให้เป็นสามเณราลัยวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1663

พระสังฆราชลังแบรต์ออกเดินทางเป็นกลุ่มแรกพร้อมกับมิสชันนารีอีก 2 องค์ จากท่าเรือมาร์เซยวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.1660 ท่านต้องเดินทางด้วยความยากลำบาก ผ่านอันตรายนานัปการ จนมาถึงกรุงศรีอยุธยาวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ.1662 ใช้เวลาเดินทาง 2 ปี 2 เดือน

ท่านมรณภาพวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1679 โดยไม่เคยได้กลับไปเห็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่านอีกเลยนับจากวันที่จากมา

พระสังฆราชโกโตลังดีออกจากฝรั่งเศสวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1661 พร้อมกับมิสชันนารี 2 องค์ และฆราวาส 1 คน และมรณภาพระหว่างทาง ใกล้เมืองมาสุลีปาตัมในประเทศอินเดีย วันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1662 อีกสองเดือนต่อมา ฆราวาสที่เดินทางมาด้วยได้เสียชีวิตเมื่อมาถึงชายฝั่งตะวันออกของอินเดีย

ส่วนพระสังฆราชปัลลือลงเรือที่ท่าเรือมาร์เซยวันที่ 3 มกราคม ค.ศ.1662 พร้อมกับเพื่อนร่วมทาง 10 คน เหลือเพียง 4 คนเท่านั้นที่มาถึงกรุงศรีอยุธยาหลังจากเดินทางมาเป็นเวลา 2 ปีกว่า ท่านได้พามิสชันนารีอีก 2 องค์ที่เดินทางมาพร้อมกับพระสังฆราชโกโตลังดีและรอดชีวิตมาด้วย

วันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1680 พระสังฆราชปัลลือได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนพระสันตะปาปาแห่งโฟเกียน หลังจากเดินทางไปกรุงโรมหลายครั้งเพื่อจัดการเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับงานแพร่ธรรม พระสังฆราชปัลลือได้เดินทางไปจีนใน ค.ศ.1683 ท่านถูกพวกสเปนจับตัวขณะเดินทางอยู่ในทะเลและถูกจำคุกเป็นเวลาหลายเดือน ที่สุดวันที่ 27 มกราคม ค.ศ.1684 ได้เดินทางมาถึงประเทศจีน ท่านมรณภาพที่เมืองโมยาง ในประเทศจีน วันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ.1684

พิธีส่งตัวธรรมทูต ก่อนออกเิดินทางไปทำงานในดินแดนมิสซัง

พระเยซูตรัสกับอัครสาวกว่า “จงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขา เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนให้เขาปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวัน ตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ” (มธ 28:19-20) “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” (ยน 20:21)

ภารกิจที่สำคัญประการแรกของพระศาสนจักรก็คือ ประกาศข่าวดีแก่ประชาชาติทั้งมวล แต่ในสมัยนั้นพระศาสนจักรยังไม่พร้อมที่จะรับภารกิจนี้ ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาจึงทรงมอบหมายให้โปรตุเกสและสเปน รับหน้าที่นำข่าวดีไปประกาศแก่ชนชาติต่างๆ ในดินแดนที่ค้นพบใหม่ และเพื่อเป็นการตอบแทน พระองค์ได้ประทานเอกสิทธิ์บางอย่างในการบริหารพระศาสนจักรให้แก่พระมหากษัตริย์แห่งสเปนและโปรตุเกส

ค.ศ.1665 พระสังฆราชลังแบรต์ได้ก่อตั้งบ้านเณรนักบุญยอแซฟและวิทยาลัยกลางที่กรุงศรีอยุธยา คุณพ่อลาโนเป็นอธิการองค์แรก บ้านเณรและวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถานที่อบรมสามเณรที่มาจากมิสซังต่างๆ ในเอเชีย เพื่อบวชเป็นพระสงฆ์และกลับไปทำงานในมิสซังของตน ถือเป็นสถาบันแห่งแรกในเอเชียที่ผลิตพระสงฆ์พื้นเมือง พระสงฆ์พื้นเมืององค์แรกของบ้านเณรแห่งนี้คือคุณพ่อฟรังซัวส์ เปเรซ ได้รับศีลบวชวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ.1668 โดยพระสังฆราชลังแบรต์ หลังจากบวชแล้วได้ทำงานแพร่ธรรมในมิสซังสยาม จนได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขมิสซังโคชินจีน ค.ศ.1687 และปกครองมิสซังโคชินจีนเป็นเวลานานถึง 40 ปี

นอกจากการประกาศข่าวดีแล้ว พระสังฆราชลังแบรต์ยังคิดว่าการดูแลคนป่วยถือเป็นงานเมตตาจิต เป็นการแสดงความรักแบบคริสตังต่อคนต่างศาสนาด้วย และยังเป็นบริการที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับประเทศสยามซึ่งยังไม่มีบริการด้านการรักษาพยาบาล ค.ศ.1671

ท่านได้ตั้งโรงพยาบาลเล็กๆ และสถานสงเคราะห์ ใกล้บ้านเณรที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อรักษาคนเจ็บป่วยและช่วยเหลือคนยากจนอนาถา คุณพ่อลาโนรับหน้าที่บุรุษพยาบาล คอยรักษาคนป่วยและจ่ายยารักษาโรค โดยไม่คิดเงิน เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ทรงทราบ พระองค์ทรงพอพระทัยในความมีเมตตาของบรรดามิสชันนารี จึงมีรับสั่งให้ทำธรรมาสน์ปิดทองแล้วให้นำมามอบให้คุณพ่อลาโน

ค.ศ.1667 พระสังฆราชลังแบรต์มีโครงการจัดตั้งภคินีคณะรักไม้กางเขน แต่มาดำเนินการ ค.ศ.1672 ท่านต้องการให้นักบวชหญิงเหล่านี้ช่วยเหลืองานของมิสซัง เช่น อบรมหญิงสาว พยาบาลผู้หญิงและเด็กหญิงที่ป่วย ช่วยเหลือผู้หญิงที่ประพฤติตัวไม่ดีให้กลับตัว และล้างบาปเด็กทารกใกล้ตาย นอกจากนี้ ยังช่วยสอนคำสอน และสอนหนังสือในโรงเรียนอีกด้วย

มิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศยังเป็นผู้ริเริ่ม และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับกรุงโรม และสยามกับฝรั่งเศส

เมื่อพระสังฆราชปัลลือกลับจากยุโรปวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ.1673 ท่านได้อัญเชิญสาส์น ของสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 และพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส มาถวายสมเด็จพระนารายณ์ นี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตกับกรุงโรมและประเทศฝรั่งเศส และทุกครั้งที่มีคณะทูตเดินทางมาสยาม มิสชันนารีจะมีส่วนในการเจรจาภารกิจสำคัญต่างๆ และได้รับเชิญเป็นล่ามด้วยทุกครั้ง

ราชทูตฝรั่งเศสถวายพระราชสาสน์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
แด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1685
ณ พระราชวังที่กรุงศรีอยุธยา

ตลอดระยะเวลา 350 ปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1658-2008) มีพระสงฆ์และพระสังฆราชเกือบ 4,500 องค์ของคณะมิสซังต่างประเทศ เดินทางมาทำงานแพร่ธรรมในประเทศต่างๆ ในเอเชีย ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ใต้หวัน และต่อมาในแถบมหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ มาดากัสการ์ และมอริเชียส

ผลงานที่สมาชิกของคณะได้สร้างไว้ให้แก่พระศาสนจักรท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งสังฆมณฑล การอบรมพระสงฆ์พื้นเมือง จำนวนพระศาสนจักรท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น คณะนักบวชต่างๆ สามเณราลัย วัดและชุมชนคริสตัง ผลงานเหล่านี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งคณะ แต่ผลงานอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขค้นอย่างไม่ได้คาดหวัง เป็นผลที่เกิดจากความเพียรพยายามปลูกฝังความเชื่อความศรัทธาลงในจิตใจของบรรดาคริสตชน ด้วยแบบอย่างความเชื่อความศรัทธาของบรรดามิสชันนารี การเบียดเบียนศาสนาที่เกิดขึ้นในเอเชีย ทำให้มิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศจำนวนหนึ่งถูกฆ่าตายอย่างทารุณโหดร้าย พร้อมกับพระสงฆ์พื้นเมือง ครูคำสอน คริสตังจำนวนมาก

มีมิสชันนารีของคณะมิสซังต่างประเทศ 23 องค์ ที่พระศาสนจักรได้สถาปนาเป็นนักบุญและเป็นบุญราศี ในจำนวนนี้เป็นมิสชันนารีที่เวียดนาม 10 องค์ (พระสังฆราช 2 องค์ และพระสงฆ์ 8 องค์) ที่เกาหลี 10 องค์ (พระสังฆราช 3 องค์ และพระสงฆ์ 7 องค์) และที่จีน 3 องค์ (พระสังฆราช 1 องค์ และพระสงฆ์ 2 องค์) เชื่อว่ายังมีอีกหลายองค์ที่เสียชีวิตเพราะถูกเบียดเบียน หรือถูกฆ่าตายเพราะความเชื่อ อย่างเช่นกรณีของพระสังฆราชแกวง พระสังฆราชโทมิน และคุณพ่อทีโบด์ ที่ถูกทหารญี่ปุ่นยิงพร้อมกับชาวฝรั่งเศสคนอื่นๆ วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ.1945 ที่บ้านนาไก่ ห่างจากท่าแขก 80 กิโลเมตร

นักบุญออกือแตง เชิฟเฟลอร์
มรณสักขี คณะ MEP, มิสชันนารีในตังเกี๋ย (เวียดนามเหนือ)

นักบุญปิแอร์ ดือมูแลง บอรีย์
มรณสักขี คณะ MEP, มิสชันนารีในตังเกี๋ย (เวียดนามเหนือ)

ตลอดระยะเวลา 350 ปี คณะมิสซังต่างประเทศได้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ มากมายให้แก่มิสซังสยาม และผลงานเหล่านั้นยังคงอยู่และเห็นได้ในปัจจุบัน

ค.ศ.1664 พระสังฆราชปัลลือเดินทางไปกรุงโรมเพื่อรายงานสถานการณ์ของคริสตศาสนาในเอเชีย และขอสถาปนามิสซังสยามเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของมิสซังต่างๆ ในเอเชีย สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 ทรงสถาปนามิสซังสยามวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1669

บรรดามิสชันนารีได้เดินทางไปประกาศข่าวดีในที่ต่างๆ ด้วยความเพียรพยายาม อดทนต่อความยากลำบาก ผ่านอุปสรรคนานัปการ มิสชันนารีบางองค์เดินทางมายังไม่ถึงสยามก็เสีย ชีวิตระหว่างทาง บางองค์มาถึงสยามแล้ว ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ก็ล้มป่วย หรือเสียชีวิต เพราะต้องปรับตัวอย่างมากกับสภาพอากาศ อาหารการกิน และการดำรงชีวิต

เมื่องานแพร่ธรรมขยายตัวออกไป ทำให้มีกลุ่มคริสตชนเพิ่มมากขึ้น จึงมีการตั้งมิสซังใหม่ โดยแยกออกจากเขตปกครองของมิสซังสยาม พระสังฆราชพื้นเมืององค์แรกคือ พระสังฆราชยาโกเบ แจง เกิดสว่าง ได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขมิสซังจันทบุรี วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1945

ในที่สุด วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1965 สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ทรงสถาปนาพระฐานานุกรมในประเทศไทยโดยตั้งอัครสังฆมณฑล 2 แห่งคือ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีสังฆมณฑลราชบุรี สุราษฎร์ธานี จันทบุรี นครสวรรค์ และเชียงใหม่ อยู่ในแขวงปกครอง และอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง มีสังฆมณฑลอุบลราชธานี อุดรธานี และนครราชสีมา อยู่ในแขวงปกครอง ประมุขทั้ง 10 สังฆมณฑลนี้ เป็นพระสังฆราชพื้นเมืองทุกองค์ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ในการก่อตั้งคณะมิสซังต่างประเทศ

มิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศได้อุทิศชีวิตเพื่อพระศาสนจักรในสยาม ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อประกาศข่าวดี พวกท่านได้หว่านเมล็ดพันธ์แห่งความเชื่อลงในจิตใจของคริสตชนไทยจนความเชื่อนั้นหยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณ จนพวกเขากล้ายืนยันความเชื่อด้วยชีวิตเพื่อเป็นพยานถึงความรักที่มีต่อพระเป็นเจ้า ดังเช่นมรณสักขีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทย ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ทรงสถาปนาเป็นบุญราศี ค.ศ.1989 และคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง พระสงฆ์พื้นเมือง ซึ่งถูกกล่าวหาจนถูกจำคุก แม้อยู่ในคุก ท่านยังสอนคำสอนและโปรดศีลล้างบาปให้นักโทษถึง 68 คน จนกระทั่งมรณภาพวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1944 และได้รับสถาปนาเป็นบุญราศีสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2000

ตลอดระยะเวลา 346 ปี นับตั้งแต่พระสังฆราชลังแบรต์และคณะเดินทางมาถึงสยามวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ.1662 และตลอดระยะเวลา 241 ปี นับตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาถูกทำลาย ค.ศ.1767 มิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศ เป็นพระสงฆ์ต่างประเทศเพียงคณะเดียวที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยอย่างไม่ขาดระยะ และยังทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้

เป็นเวลาถึงสามศตวรรษครึ่ง ที่พระศาสนจักรไทยเป็นหนี้บุญคุณมิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศ เพราะมิสชันนารีคณะนี้ได้อุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อประกาศข่าวดีในประเทศไทย และยังทำอยู่จนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ ยังนำความรู้ทางวิทยาการต่างๆ การศึกษา การแพทย์ การพิมพ์ การถ่ายภาพ เป็นต้น มาเผยแพร่แก่ชาวไทยซึ่งเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะสำหรับพระศาสนจักรไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะมิสซังต่างประเทศ ในธรรมนูญฉบับปัจจุบันของคณะ ข้อที่ 2 :

“สิ่งเดียวของการเป็นมิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศ คือ ให้บริการมิสซังในพระศาสนจักรท้องถิ่นและร่วมกับพระศาสนจักรท้องถิ่น คณะดูแลช่วยเหลือให้พระศาสนจักรนั้นเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นำไปสู่การเป็นธรรมทูตอย่างแท้จริง ตามเจตนารมณ์ของการร่วมมือฉันพี่น้อง คณะได้มอบตนอยู่ภายใต้อำนาจการปกครอง หรือตามการขอร้องของพระศาสนจักรนั้นๆ หรือตามการริเริ่มของสันตะสำนัก จุดประสงค์แรกของกลุ่มมิสชันนารีเหล่านี้เพื่อ

     - ประกาศข่าวดีและเป็นพยานถึงชีวิตคริสตชน ท่ามกลางคนต่างศาสนา         - อบรมกลุ่มคริสตชนและช่วยทำให้มีชีวิตชีวาตามแบบธรรมทูต
     - อบรมฆราวาสและผู้รับผิดชอบ
     - ดูแลเอาใจใส่กระแสเรียกการเป็นพระสงฆ์และภคินี
       รวมทั้งให้การอบรมพระสงฆ์พื้นเมือง”

บัดนี้ เจตนารมณ์ของสมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อ ที่ส่งผู้แทนพระสันตะปาปามาเอเชีย “เพื่ออบรมพระสงฆ์พื้นเมืองและก่อตั้งพระศาสนจักรท้องถิ่น อีกทั้งคอยช่วยเหลือพระ ศาสนจักรเหล่านั้นให้เจริญก้าวหน้า จนได้รับการสถาปนาเป็นสังฆมณฑล และมีพระสังฆราชพื้นเมืองปกครอง” ได้บรรลุผลสำเร็จแล้ว.


         มิสชันนารีในจีน

  1. พระสังฆราชกาเบรียล-ตูแรง ดือแฟรส มรณสักขีองค์แรกของคณะมิสซัง ต่างประเทศ
    เกิดวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1750 บวชวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.1774 มรณะวันที่ 14 กันยายน  ค.ศ.1815
    สถาปนาเป็นบุญราศีวันที่ี 7 พฤษภาคม ค.ศ.1900 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ที่กรุงโรม สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2000
  2. คุณพ่อออกืสแตง ชาปเดอแลน เกิดวันที่ 6 มกราคม ค.ศ.1814 บวชวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.1843 มรณะวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1856
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2000
  3. คุณพ่อยัง-ปิแอร์ เนแอล เกิดวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ.1832 บวชวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1858 มรณะวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1862
    สถาปนาเป็นบุญราศีวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ.1909 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2000

มิสชันนารีในเกาหลี

  1. คุณพ่อฌาคส์ ชาสตัง เกิดวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1803 บวชวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.1826 มรณะวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1839
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 5 กรกฎาคม ค.ศ.1925 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  2. พระสังฆราชโลลังต์ แองแบรต์  เกิดวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ.1796 บวชวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1819 มรณะวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1839
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 5 กรกฎาคม ค.ศ.1925 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  3. คุณพ่อปิแอร์ โมบังต์  เกิดวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1803 บวชวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.1829 มรณะวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1839
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 5 กรกฎาคม ค.ศ.1925 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  4. พระสังฆราชซีเมออน แบร์โนซ เกิดวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.1814 บวชวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ.1827 มรณะวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศี 6 ตุลาคม 1968 สถาปนาเป็นนักบุญ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  5. คุณพ่อแบร์นารด์ โบลิเยอ เกิดวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ.1840 บวชวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1864 มรณะวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศีวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.1968 สถาปนาเป็นนักบุญวันทีี่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  6. คุณพ่อจืสต์ เดอ เบรอตังนีแยร์ส เกิดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1838 บวชวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1864 มรณะวันที่  8 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 6 ตุลาคม ค.ศ.1968 สถาปนาเป็นนักบุญ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  7. คุณพ่อปิแอร์ ดอรีย์  เกิดวันที่ 23 กันยายน ค.ศ.1839 บวชวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1864 มรณะวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 6 ตุลาคม ค.ศ.1968  สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  8. คุณพ่อปิแอร์ โอแมต เกิดวันที่ 8 เมษายน ค.ศ.1837 บวชวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ.1862 มรณะวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 6 ตุลาคม ค.ศ. 1968 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  9. พระสังฆราชอังตวน ดาเวอลุย เกิดวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ.1818 บวชวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1841 มรณะวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 6 ตุลาคม ค.ศ.1968 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี
  10. คุณพ่อมาร์แตง ฮือแอง เกิดวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ.1836 บวชวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ.1861 มรณะวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ.1866
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 6 ตุลาคม ค.ศ.1968  สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1984 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่ประเทศเกาหลี

มิสชันนารีในตังเกี๋ย (เวียดนามเหนือ)

  1. คุณพ่อยัง-ชาร์ลส์ กอร์เนย์ เกิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1809 บวชวันที่ 20 เมษายน ค.ศ.1834 มรณะวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1837
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988
  2. พระสังฆราชปิแอร์ ดือมูแลง-บอรีย์ เกิดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1808 บวชวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1830 มรณะวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1838
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 27 พฤษภาคม ค.ศ.1900 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  3. คุณพ่อออกืสแตง เชิฟเฟลอร์  เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.1822 บวชวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1847 มรณะวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1851
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 27 พฤษภาคม ค.ศ.1900 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 13 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร กรุงโรม
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  4. คุณพ่อยัง-หลุยส์ บอนนารด์ เกิดวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1824 บวชวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.1848 มรณะวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1852
    สถาปนาเป็นบุญราศวันที่ี 24 กรกฎาคม ค.ศ.1852 สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  5. คุณพ่อปิแอร์ เนรอง เกิดวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1818 บวชวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ.1848 มรณะวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ.1860
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  6. คุณพ่อยัง-เทโอฟาน เวนารด์ เกิดวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.1829 บวชวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.1852 มรณะวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1861
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2

มิสชันนารีในโคชินจีน (เวียดนามใต้)

  1. คุณพ่ออิสิดอร์ กาเยอแลง เกิดวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ.1799 บวชวันที่ 28 กันยายน ค.ศ.1822 มรณะวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ.1833
    สถาปนาเป็นบุญราศีวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ.1900 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  2. คุณพ่อโยเซฟ มาร์ชังด์ เกิดวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ.1803 บวชวันที่ 5 เมษายน ค.ศ.1829 มรณะวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ.1835
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  3. คุณพ่อฟรังซัวส์ ยักการด์ เกิดวันที่ 6 กันยายน ค.ศ.1799 บวชวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ.1823 มรณะวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1838
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
  4. พระสังฆราชเอเตียน กือโนต์  เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1802 บวชวันที่ 24 กันยายน ค.ศ.1825 มรณะวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ.1861
    สถาปนาเป็นนักบุญวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1988 โดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
     


ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก :

  1. โรแบต์ โกสเต, 2000 ปีแห่งการประกาศพระวรสาร, กรุงเทพฯ, 2000.
  2. โรแบต์ โกสเต เขียน, อรสา ชาวจีน แปล, ประวัติการเผยแพร่คริสตศาสนาในสยามและลาว, กรุงเทพฯ, 2006.
  3. โรแบต์ โกสเต แปล, ต้นกำเนิดและที่มาของการร่วมก่อตั้งคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส : พระสังฆราชปิแอร์ ลังแบรต์ เดอ ลา ม็อตต์ 1624-1679
    (Aux sources des Missions Etrangeres : Pierre Lambert de la Motte 1624-1679, Francoise Fauconnet – Buzelin)
  4. ซีมอนา สมศรี บุญอรุณรักษา, พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ พระสหายในรัชกาลที่ 4 นักพิมพ์และนักเขียน, กรุงเทพฯ, 2007.
  5. Missions Etrangeres de Paris, Lumi?re sur la Coree : Les 103 Martyrs, Paris, 1984.
  6. Jean Guennou, Missions Etrangeres de Paris, Paris, 1986.
  7. Christain Simonnet, Les dix Saints Martyrs Fran?ais du Vietnam, Paris, 1989.
  8. Gerard Moussay et Brigitte Appavou, Repertoire des members de la Societe des Missions Etrangeres de Paris 1659-2004.
  9. Gilles Van Grasdorff, La belle histoire des Missions Etrangeres 1658-2008, Paris, 2007.
  10. Les Mission Etrangeres : Trois Siecles et demi d’Histoire et d’Aventure en Asie, Paris, 2008.
  11. http://mepasie.org
     

อรสา ชาวจีน

เขียน