|
ตลอดระยะเวลา 350 ปี คณะมิสซังต่างประเทศได้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ มากมายให้แก่มิสซังสยาม และผลงานเหล่านั้นยังคงอยู่และเห็นได้ในปัจจุบัน
ค.ศ.1664 พระสังฆราชปัลลือเดินทางไปกรุงโรมเพื่อรายงานสถานการณ์ของคริสตศาสนาในเอเชีย
และขอสถาปนามิสซังสยามเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของมิสซังต่างๆ ในเอเชีย สมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 ทรงสถาปนามิสซังสยามวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1669
บรรดามิสชันนารีได้เดินทางไปประกาศข่าวดีในที่ต่างๆ ด้วยความเพียรพยายาม อดทนต่อความยากลำบาก ผ่านอุปสรรคนานัปการ มิสชันนารีบางองค์เดินทางมายังไม่ถึงสยามก็เสีย
ชีวิตระหว่างทาง บางองค์มาถึงสยามแล้ว ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ก็ล้มป่วย หรือเสียชีวิต เพราะต้องปรับตัวอย่างมากกับสภาพอากาศ อาหารการกิน และการดำรงชีวิต
เมื่องานแพร่ธรรมขยายตัวออกไป ทำให้มีกลุ่มคริสตชนเพิ่มมากขึ้น จึงมีการตั้งมิสซังใหม่ โดยแยกออกจากเขตปกครองของมิสซังสยาม พระสังฆราชพื้นเมืององค์แรกคือ พระสังฆราชยาโกเบ
แจง เกิดสว่าง ได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขมิสซังจันทบุรี วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1945
ในที่สุด วันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1965 สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ทรงสถาปนาพระฐานานุกรมในประเทศไทยโดยตั้งอัครสังฆมณฑล 2 แห่งคือ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีสังฆมณฑลราชบุรี
สุราษฎร์ธานี จันทบุรี นครสวรรค์ และเชียงใหม่ อยู่ในแขวงปกครอง และอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง มีสังฆมณฑลอุบลราชธานี อุดรธานี และนครราชสีมา อยู่ในแขวงปกครอง ประมุขทั้ง 10 สังฆมณฑลนี้ เป็นพระสังฆราชพื้นเมืองทุกองค์
ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ในการก่อตั้งคณะมิสซังต่างประเทศ
มิสชันนารีคณะมิสซังต่างประเทศได้อุทิศชีวิตเพื่อพระศาสนจักรในสยาม ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อประกาศข่าวดี
พวกท่านได้หว่านเมล็ดพันธ์แห่งความเชื่อลงในจิตใจของคริสตชนไทยจนความเชื่อนั้นหยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณ จนพวกเขากล้ายืนยันความเชื่อด้วยชีวิตเพื่อเป็นพยานถึงความรักที่มีต่อพระเป็นเจ้า ดังเช่นมรณสักขีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทย
ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ทรงสถาปนาเป็นบุญราศี ค.ศ.1989 และคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง พระสงฆ์พื้นเมือง ซึ่งถูกกล่าวหาจนถูกจำคุก แม้อยู่ในคุก ท่านยังสอนคำสอนและโปรดศีลล้างบาปให้นักโทษถึง 68 คน จนกระทั่งมรณภาพวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1944 และได้รับสถาปนาเป็นบุญราศีสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2000
|