รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

โดย...โทนี่ ไทยแลนด์...ศิษย์แสงธรรมรุ่นที่ 3

พระสังฆราชยอแซฟ บรรจง อารีพรรค อดีตประมุขสังฆมณฑลนครสวรรค์ อดีตอธิการบ้านเณรใหญ่แสงธรรมองค์แรก สิ้นใจอย่างสงบเช้าวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.2012 เวลา 5.00 น. อายุ 85 ปี ได้กลับไปสู่อ้อมอกของพระบิดาเจ้า ผู้ทรงเป็นองค์ความรักและรักพระคุณเจ้า ทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ และได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดจนนาทีสุดท้าย

วัยเด็กและการศึกษา

พระคุณเจ้าเกิดวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ.1927 เป็นบุตรคนที่ 8 ในจำนวนพี่น้อง 13 คน บิดาชื่อ เปโตร อาจ มารดาชื่อ มารีอา ฮวา อารีพรรค มีพี่น้องเป็นนักบวชหญิง 3 คน คณะรักกางเขนจันทบุรี คือ ซิสเตอร์แฉล่ม อารีพรรค อายุ 86 ปี พี่สาว ซิสเตอร์พัชรา อารีพรรค อายุ 80 ปี อดีตอธิการิณี และซิสเตอร์น้อมจิตร อารีพรรค อายุ 76 ปี ปัจจุบันเหลือเพียงซิสเตอร์สามคนนี้เท่านั้น

พระคุณเจ้าเป็นลูกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล จันทบุรี เรียนชั้นประถมปีที่ 1-4 โรงเรียนมารียาลัย ต่อมาเปลี่ยนเป็น “โรงเรียนมารดาพิทักษ์” จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ศึกษาต่อโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ แต่เรียนได้เพียง 3 เดือน เกิดวิกฤติการณ์เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง จึงกลับไปเป็นครูสอนเรียนที่บ้านเกิดประมาณ 6 เดือน

ผลการเรียนของท่านอยู่ในเกณฑ์ดี มีนิสัยเรียบร้อยและรับผิดชอบ เป็นผลมาจากการอบรมและความเอาใจใส่ ความเชื่อศรัทธาของพ่อแม่และชุมชนวัด

สามเณรที่บ้านเณรศรีราชา

ค.ศ.1945 เมื่อสงครามสงบ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิต สมัครเข้าบ้านเณรพระหฤทัยศรีราชา ได้รับการฝึกอบรมเข้มข้นทั้งด้านจิตใจ ความเชื่อศรัทธา และสติปัญญา รวมทั้งเรียนภาษาละติน และฝรั่งเศส

ได้รับแต่งตั้งเป็น “ครูเณร” รับผิดชอบสามเณรรุ่นน้องและสอนเรียนที่โรงเรียนดาราสมุทร สมัยคุณพ่อมีแชล อ่อน ประคองจิต เป็นอธิการ คุณพ่อชิ่น ไชยเจริญ เป็นผู้ช่วย

ต่อมาอธิการได้ส่งไปศึกษาต่อบ้านเณรใหญ่โปรปากันดา ฟีเด กรุงโรม ค.ศ.1950 จนได้รับปริญญาโททางปรัชญาและเทวศาสตร์ ได้รับศีลบวชที่กรุงโรมวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.1956 และเดินทางกลับประเทศไทย ค.ศ.1957

เพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นทั้งเพื่อนและญาติ คือ พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู พระคุณเจ้ายออากิม พเยาว์ มณีทรัพย์ พระคุณเจ้ายอแซฟ เอก ทับปิง คุณพ่อสมบูรณ์ แสงประสิทธิ์ คุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส ศจ.กีรติ บุญเจือ คุณพ่อวิโรจน์ สมหมาย คุณพ่อยุทธิชัย ปัญจทรัพย์ รวมกว่า 10 คน กำลังศึกษาอยู่ที่กรุงโรมด้วยกัน

หน้าที่รับผิดชอบ

หน้าที่แรกคือ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ และได้เริ่มงานตั้งบ้านเณรบราเดอร์คณะฟรังซิสเซเวียร์ของสังฆมณฑลจันทบุรี ทำหน้าที่อธิการ 7 ปี บ้านเณรแห่งนี้ปิดหลังจากเปิดได้ 10 กว่าปี (ค.ศ.1960-1972)

ค.ศ.1964 พระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี ส่งไปศึกษาต่อวิชาครูที่ซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย และฝึกงานต่อที่รัฐวิคตอเรีย นครเมลเบิรน์ อีก 3 เดือน จึงเดินทางกลับประเทศไทย ค.ศ.1965

ค.ศ.1966 รับหน้าที่อธิการบ้านเณรพระหฤทัยศรีราชา

ค.ศ.1969 รับหน้าที่เจ้าอาวาสอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี ระยะสั้นๆ เพียง 6 เดือนเท่านั้น

ค.ศ.1970 รับหน้าที่อาจารย์บ้านเณรใหญ่ปีนังเป็นเวลา 1 ปี สอนวิชาจิตวิทยาให้สามเณรต่างชาติในเอเชียหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย การเป็นอาจารย์ที่นี่ทำให้มีโอกาสได้ศึกษาระบบบริหารจัดการอบรมศึกษาสามเณรใหญ่ ซึ่งสภาพระสังฆราชฯ กำลังเตรียมจะเปิดบ้านเณรใหญ่ในประเทศไทย

ค.ศ.1971 กลับมาพักที่บ้านเณรนักบุญยอแซฟ สามพราน ช่วยคุณพ่อฮั่วเซี้ยง กิจบุญชู (พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู) อธิการบ้านเณร และเตรียมก่อสร้างบ้านเณรใหญ่

ค.ศ.1972 เปิดบ้านเณรใหญ่ลุกซ์มุนดี สภาพระสังฆราชฯ ได้แต่งตั้งให้เป็นอธิการบ้านเณรใหญ่ ทั้งๆ ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ต้องไปขอใช้อาคารบ้านเณรเล็กคณะซาเลเซียนซึ่งอยู่บริเวณโรงเรียนหัวหินวิทยาลัยเป็นเวลา 2 เทอม

เมื่อบ้านเณรใหญ่ที่สามพรานสร้างเสร็จบางส่วนจึงย้ายมา บ้านเณรค่อยๆ สร้างและพัฒนาไปเรื่อยๆ ทั้งอาคารและบริเวณ ได้เตรียมอาจารย์สำหรับสอนในบ้านเณร และเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเป็น “วิทยาลัยแสงธรรม” ในฐานะวิทยาลัยเอกชน คุณพ่อจำเนียร กิจเจริญ เป็นอธิการวิทยาลัย เปิดรับสามเณรทั้งจากสังฆมณฑล และคณะนักบวชชาย-หญิง
วันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ.1976 สมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 ทรงแต่งตั้งท่านเป็น “พระสังฆราช” สังฆมณฑลนครสวรรค์ต่อจากพระสังฆราชมีแชล ลังเยร์ ได้รับอภิเษกวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ.1976 ณ อาสนวิหารนักบุญอันนา พระอัครสังฆราชไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นผู้อภิเษก

พระคุณเจ้ามีคติพจน์ประจำตัวว่า

“ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีพระเจ้า” (UBI CARITAS ET AMOR DEUS IBI EST)

พระคุณเจ้ายังดำรงตำแหน่งในสภาพระสังฆราชฯ ด้วยคือ ประธานกรรมการสภาฆราวาสแพร่ธรรม ประธานกรรมการการแพร่ธรรมและกระแสเรียก เคยได้รับเลือกเป็นประธานสภาพระสังฆราชฯ ด้วย

ค.ศ.1998 พระคุณเจ้าเขียนจดหมายถึงสมเด็จพระสันตะปาปา ตามที่กฎหมายพระศาสนจักรกำหนด เพื่อขอลาเกษียณเนื่องจากปัญหาสุขภาพ หลังจากปฏิบัติหน้าที่ประมุขสังฆมณฑลนครสวรรค์เป็นเวลา 22 ปี ขณะที่มีอายุ 72 ปี

ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ประมุขสังฆมณฑล พระคุณเจ้าวางตัวเป็น “บิดาผู้ใจดี” และเป็นนายชุมพาบาลที่ดี ไปร่วมฉลองวัด เยี่ยมเยียนสัตบุรุษ ขึ้นดอยไปเยี่ยมสัตบุรุษและฉลองปัสกากับพวกเขาเป็นประจำ จึงมีโอกาสได้สัมผัสและรับรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด

พระคุณเจ้ามีชีวิตที่เรียบง่าย มัธยัสถ์ ยิ้มแย้ม คุยสนุก มีอารมณ์ขัน ชอบหยอกล้อและพูดเล่นสนุกๆ ทำให้เป็น “บุคคลที่ใครๆ อยากเข้าหา” ยามว่างชอบปลูกต้นไม้ รักธรรมชาติ และสัตว์นานาชนิด ชอบฟังมากกว่าพูด ยิ้มและเป็นกันเองไม่ถือตัว ท่านถือคติว่า “ความรักอยู่ที่ไหน พระเจ้าอยู่ที่นั่น”

หลังจากลาเกษียณแล้ว พระคุณเจ้าพักอยู่ที่บ้านทรงไทยบริเวณบ้านเณรจอห์น ปอล นครสวรรค์ เป็นที่ปรึกษาและคุณพ่อวิญญาณารักษ์ของบ้านเณร ถวายมิสซาให้ภราดาคณะลาซาล และเทศน์เข้าเงียบให้พระสงฆ์นักบวชบ้าง

วันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.2006 สังฆมณฑลนครสวรรค์ได้จัดฉลอง 50 ปีชีวิตสงฆ์ให้พระคุณเจ้า ที่วัดเซนต์นิโกลาส พิษณุโลก ช่วงนั้นสุขภาพของพระคุณเจ้าเริ่มซูบผอม ความจำเริ่มลืมเลือนไปบ้าง แต่ยังอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส

เดือนธันวาคมพระคุณเจ้าเข้าพักรักษาสุขภาพที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ หลังจากนั้นก็สุขภาพไม่ค่อยดีและไม่ค่อยลุกขึ้น จนกระทั่งก่อนมรณภาพประมาณหนึ่งสัปดาห์ ต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ กินอาหารไม่ค่อยได้ แต่อาการภายนอกดูสงบไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด

เมื่อพี่และน้องสาว 3 คนมาเยี่ยม พูดคุยกันถึงชีวิตและความตาย พระคุณเจ้าพูดว่า

“ถ้าพี่ตาย ขอให้ทำพิธีฝังที่นครสวรรค์นี้ เพราะพี่ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว และจะได้อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องสัตบุรุษนครสวรรค์ตลอดไป”

มิสซาปลงศพวันที่ 7 กันยายน ค.ศ.2012 เวลา 10.30 น. ณ อาสนวิหารนักบุญอันนา นครสวรรค์ พระคุณเจ้ายอแซฟ พิบูลย์ วิสิฐนนทชัย เป็นประธาน

ขอให้พระคุณเจ้าได้พักผ่อนในสันติสุขกับพระเป็นเจ้า แม่พระ และนักบุญทั้งหลาย และขอขอบพระคุณสำหรับทุกสิ่งที่พระคุณเจ้าได้ทำและมอบให้ทั้งคำพูด การกระทำ และชีวิตที่เป็นแบบอย่าง