“ขออภัย หมายเลขที่ท่านเอิ่น บ่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

เป็นเสียงที่ตอบกลับมาในโทรศัพท์ที่โทรถึงคุณพ่ออนันต์

“วันที่ 30 มกราคม ค.ศ.2009 จะกลับมาประเทศไทย และจะร่วมงานพระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต 50 ปี ที่วัดหัวไผ่ด้วยเพราะถ้าใช้โทรเวลานี้ ผมต้องจ่ายเงินนาทีละ 34 บาท และทั้งสองฝ่ายก็จะเสียตังค์เหมือนกัน”

“เพื่อนสงฆ์” พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์พระสงฆ์ที่ทำงานข้ามขอบฟ้าไทยไปถึง สปปล. (สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) เพื่อเป็นกำลังใจให้กัน และเพื่อจะได้รับรู้ทุกข์สุขของเพื่อนสงฆ์ของเรา จึงได้พยายามจะค้นหาและติดต่อไปยังพระสงฆ์ และหากมีใครที่จะเขียนมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ครั้งนี้ขอแวะไปลาวเพื่อคุยกับคุณพ่ออนันต์ เอี่ยมมโน ซะก่อน

“ผมบวชมาได้ 35 ปี ช่วงที่บวชครบ 25 ปี ได้ขอสมัครไปทำงานที่ลาว (สปปล.) อยู่มาได้ 10 ปีแล้ว อยู่ที่เวียงจันทร์”

ค.ศ.2000 ลาวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน ทำให้เปิดประเทศ พัฒนาประเทศรวดเร็วมาก สร้างถนนหนทางเพิ่มขึ้น ถนนมีไฟฟ้า ตีเส้นกลางถนน และตามตรอกซอกซอยจากลูกรังก็ลาดยาง ฯลฯ

แมร์มีเรียม กิจเจริญ ได้ไปตั้งโรงเรียนอาชีวะที่เวียงจันทร์ ผ่านมาหลายปี เวลานี้ก็ขยายไปยังเมืองต่างๆ มากขึ้น จนเป็นเรื่องแปลก รัฐบาลลาวได้มอบเหรียญสดุดีผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศลาวให้แมร์มีเรียม กิจเจริญ

คุณพ่ออนันต์ได้ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยก่อน บวชใหม่ๆ มุ่งเรียนมากเลย เรียนทุกอย่าง เรื่องภาษา สมัยนั้นจะไปเที่ยวประเทศไหนก็ต้องพยายามเรียนภาษาของเขาให้พอพูดคุยกันได้ในเรื่องง่ายๆ เช่น ถามทาง ซื้อของ ฯลฯ พอได้ เรียนทั้งภาษาฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน จีน ฯลฯ, เรียนปริญญาตรีและปริญญาโท จบปริญญาเอกสาขาการศึกษาจากฟิลิปปินส์ และจบปริญญาเอกบริหารธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา ผมมั่นใจว่าแม้จะเรียนแต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าที่สงฆ์เสียหาย ไม่ว่าจะจบอะไรมา หรือจะจบกี่ด๊อกก็แล้วแต่ เราก็ยังเป็นพระสงฆ์ ยังต้องนบนอบผู้ใหญ่ เราต้องเรียนเพื่อมาช่วยทำงานอภิบาล

อยู่ที่ลาวมีโอกาสมาประเทศไทยบ้าง มาหาหมอประจำปี เรื่องธุระส่วนตัวบ้าง มีงานสำคัญก็มา เสร็จธุระก็กลับไป รู้สึกว่าบ้านเรามันอยู่ที่ลาว

คุณพ่อไปเป็นธรรมทูตห่างไกล แต่ถ้าใครจะไปเยี่ยมคุณพ่อละก้อ  ไปทางหนองคายไปถึงบ้านผม 33 กิโลเมตร ถ้าไปถึงในเมืองเวียงจันทร์ก็ 22 กิโลเมตร บ้านผมก็อยู่เลยไปอีก 10 กว่ากิโลเมตร ไปถนนตามถนนสาย 13 เหนือ

ชีวิตสงฆ์และงานอภิบาล

ผมอยู่ที่นี่ทำให้เห็นว่า ชีวิตสงฆ์มีค่ามากๆ เลยๆ (เน้นเสียง)

สัตบุรุษบางคนไม่ได้พบพระสงฆ์มานาน สัตบุรุษที่นี่เขาพูดซื่อๆ พวกเราหิวพระสงฆ์ ขาดแคลนพระสงฆ์ ครั้งหนึ่งมีคนมาแก้บาป ไม่ได้แก้บาปมานาน 4 ปี เหตุที่นานก็เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีพระสงฆ์ผ่านไปที่หมู่บ้านของเขา เขาไม่ทันรู้ตัวเลยไม่ได้แก้บาป ต้องรออีก 2 ปีกว่าจะได้แก้บาปอีกครั้ง

เขาต้องการพระสงฆ์มากจริงๆ เราได้ยินได้เห็นอย่างนี้แล้วทิ้งเขาไม่ลง

ประเทศลาวมีค่าครองชีพสูง แต่รายได้ต่ำ เครื่องใช้ไม้สอยสั่งจากต่างแดน จากไทย แต่ค่าแรงต่อวัน 30,000 กีบ ประมาณ 110 บาท หนึ่งบาทเท่ากับ 250 กีบ สี่เดือนที่แล้ว 1 บาท เท่ากับ 280 กีบ

เรารับแขก หรือเราไปเป็นแขกของเขา เราก็ต้องเป็นคนจ่าย บางทีเงินของเขา เขาต้องการเท่าไรก็พิมพ์ออกมาใช้ คนไทยที่เข้าไปทำธุรกิจ เรื่องการก่อสร้าง ฯลฯ ไม่ได้ตกลงกันว่าจะชำระเป็นเงินไทย ดอลลาร์ หรือกีบ ถ้าเขาจ่ายมาเป็นกีบ คนไทยก็เจ๊งกันมาเยอะแล้ว

ค่าน้ำมันของลาวจะสูงกว่าของไทย 3 บาทต่อลิตรโดยทั่วไปนะ บางครั้งช่วงที่แพงถึง 7 บาทต่อลิตร ช่วงที่ผมไปใหม่ๆ 500 กีบ ก็ยังซื้อผักบุ้งได้ 2 กำ เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว

วันที่ 2 ธันวาคม เป็นวันชาติของลาว เป็นวันที่เขาปฏิวัติสำเร็จ เปลี่ยนการปกครองของเขาสำเร็จ ปลาย ค.ศ.1975 ต้น ค.ศ.1976

ตอนไปอยู่ใหม่ๆ ก็ไปทำงานโรงเรียนอาชีวะคนพิการ นักเรียนประมาณ 100 กว่าคน แต่ละคนก็มีความรู้แตกต่างกันมาก บางคนไม่ได้เรียน บางคนจบชั้นประถม บางส่วนจบชั้นมัธยม เพราะฉะนั้นหลักสูตรก็จัดให้เหมาะกับเด็กๆ บางคนปีเดียวก็จบ บางพวกเรียนภาษา เรียนคอมพิวเตอร์ ใช้เวลา 2-3 ปี

ตอนแรกๆ ก็ไปวัดเหมือนกับสัตบุรุษ ที่วัดพระหฤทัยใกล้กับตลาดเช้า และต่อมาได้ช่วยเรื่องส่งศีล ฟังแก้บาป

งานพระสงฆ์ของเรา เราต้องหางานเอง เพราะยังไม่เป็นที่ยอมรับ

ไปช่วยสอนพระคัมภีร์ที่บ้านเณรใหญ่ยวงเวียนเนย์ ผมไม่ได้เรียนจบมาทางนี้ ต้องอาศัยคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร คุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส คุณพ่อสมพร อุปพงษ์ หาหนังสืออ่านมากๆ และสอนเป็นภาษาลาว ระยะทาง 350 กิโลเมตร ต้องใช้เวลา 7 ชั่วโมง เวลานี้ถนนหนทางดีขึ้น เวลาเดินทางก็น้อยลง อาจจะ 5-6 ชั่วโมง แต่ตอนหลังๆ ผมนั่งรถเมล์มาก สบาย สะดวกกว่า เพราะจะได้มีโอกาสพบปะชาวบ้านมากขึ้น

เวลาไปเยี่ยมคนป่วยตามโรงพยาบาลหรือตามบ้าน ก็จะพูดคุยกับคนป่วยหรือคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงและญาติพี่น้องของเขา มีอะไรเราก็แบ่งปันกับเขา ไม่ว่าจะเป็นชาวคริสต์ ชาวพุทธ หรือคริสเตียนก็ตาม บางทีเด็กๆ ก็มีทั้งที่นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาพุทธ เราก็ไปเยี่ยมหมดไม่ได้แบ่งแยกว่าจะช่วยเฉพาะชาวคริสต์ เราทำอย่างนี้เหมือนกันทุกแห่ง

รัฐบาลลาวไม่ต้องการให้ศาสนาทำให้เกิดความแตกแยกในประเทศ ถ้าเกิดความแตกแยก เรามีปัญหาแน่ๆ เราจะอยู่ไม่ได้ เพราะในประเทศลาวมีปัญหาเรื่องนี้มาก เขามีชนเผ่าต่างๆ มาก รัฐบาลต้องพยายามสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าเกิดใครทำอย่างนี้ ก็โดนไล่ออกนอกประเทศแน่ๆ

ผมเรียนภาษาลาวจากคุณพ่อปิแอร์ เชอวรูเลท์ คณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (OMI) ตอนแรกผมสมัครไปลาวเพราะคุณพ่อเคยอยู่ที่ลาวมานาน และอยากจะขอคำแนะนำจากคุณพ่อ

คุณพ่อได้ยินว่าผมจะไปทำงานที่ลาว ท่านหัวเราะจนฟันปลอมเกือบหลุดเพราะนึกไม่ถึง ถามย้ำกับผมอีกครั้ง ผมก็ยืนยันว่าจะไปจริงๆ จึงมาขอปรึกษากับท่านว่าจะเรียนภาษาลาวอย่างไร?

คุณพ่อก็เอากระดาษมาและเขียนหลักการอ่าน การเรียนภาษาลาวแบบง่ายๆ ซึ่งมีประโยชน์มากและผมยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้

สำหรับคนไทย ความจริงภาษาลาวเรียนไม่ยาก ไม่กี่อาทิตย์ก็อ่านได้ พอฟังได้แล้วผมก็ได้หนังสือพระคัมภีร์เป็นภาษาลาว นับว่าคุณพ่อเขาช่วยผมมาก

งานแพร่ธรรมในลาวมีมากมาย เมื่อมองเห็นแล้วจะทำเลยไม่ได้เพราะมีอุปสรรคมากเหมือนกัน ลาวเป็นประเทศสังคมนิยม เช่น ทางการเมือง ด้านกฎหมาย ในสังฆมณฑลเอง ด้านบุคลากรของพระศาสนจักร มีพระสงฆ์น้อย ไม่เพียงพอ และการทำงานของเราต้องไม่ล้ำเส้นพระศาสนจักรท้องถิ่น เพราะจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้

คริสตังลาวมีความเชื่อ ศรัทธาร้อนรนมาก โดยเฉพาะรุ่นเก่าๆ เดิมเขาอยู่ที่ซำเหนือ มีที่ดิน บ้านช่อง แต่เมื่อเกิดการเบียดเบียน ก็ต้องทิ้งทุกอย่างอพยพย้ายถิ่นไป มาอยู่ที่เวียงจันทร์ก็มาก แต่ไม่มีพระสงฆ์คอยดูแล ก็ค่อยๆ เฉื่อยชาไป และรุ่นใหม่ๆ ไม่มีโอกาสเรียน ไปวัด หรือสวดภาวนา ฯลฯ

สมัยก่อนมีคริสตังมาก แต่เวลานี้มีน้อยลง มีแต่รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นลูกน้อยลง รุ่นหลานยิ่งอ่อนลงไปอีก

เสรีภาพในการนับถือศาสนา เมื่อก่อนลาวไม่ให้เสรีภาพแก่ศาสนาอื่นเลย อนุญาตให้นับถือเฉพาะศาสนาพุทธเท่านั้น ศาสนาคริสต์มีปัญหามากกว่าศาสนาอื่น เพราะถูกมองว่าศาสนาคาทอลิกเป็นศาสนาของฝรั่งเศส เป็นศาสนาของศัตรูของชาติ ผู้นำคนก่อนพูดอย่างนั้น แต่คนรุ่นใหม่ที่ไปศึกษาในยุโรปกลับมา ก็รู้ว่าศาสนาคริสต์ไม่ใช่ศาสนาของฝรั่งเศส เขาแยกออก เขารู้ คนรุ่นใหม่ก็ค่อยๆ ดีขึ้น

เสรีภาพในการนับถือศาสนา กฎหมายกำหนดไว้ จะถือหรือไม่ถือก็ได้ แต่ในลาวยังมีชาวบ้านที่นับถือผีมาก หรือนับถือศาสนาพุทธแบบผสมผสานกันกับความเชื่ออื่นๆ ก็มี

ในอดีตคนที่เป็นคริสต์จะรับราชการตำแหน่งสูงๆ ไม่ได้ รัฐบาลกีดกัน ทุกวันนี้แม้นจะไม่มี แต่สำหรับบางคนหรือบางพวกยังมีความรู้สึกอย่างนี้อยู่ในจิตใต้สำนึกอยู่

ในลาวมีมรณสักขี มีทั้งพระสังฆราช พระสงฆ์ ฆราวาส รวม 23 คน วันนี้คนที่อายุ 60-70ปี ยังจำเหตุการณ์การเบียดเบียนได้ เป็นประสบการณ์ที่ยังสอบถามได้

พระสงฆ์ในระดับประเทศไม่มีการสัมมนากัน ที่ท่าแขกมีพระสงฆ์มากที่สุด การพบปะกันเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า ผมมีโอกาสไปทำงานในพื้นที่เหล่านั้น ได้ไปเยี่ยมพระสังฆราช และพระสงฆ์ของที่นั้นๆ ไปนอน ไปทานข้าวด้วยกัน

มองไทย

เมื่อหันกลับมามองในประเทศไทย จะเห็นว่าต่างกันมาก งานแพร่ธรรมในประเทศไทยยังมีความต้องการและยังทำได้อีกมาก ทั้งในเมืองก็ดี โดยเฉพาะในชนบท ยังต้องการพระสงฆ์

ลึกๆ แล้วคนลาวบางคนยังมีความรู้สึกว่าคนไทยเอาเปรียบ และมองว่าในอดีตคนไทยเอาสมบัติของลาวมามาก ช่วงที่ฝรั่งเศสปกครองประเทศลาว ได้เอาสมบัติที่ไทยเอาไปจากลาวคืนให้เขาได้บ้าง ทำให้คนลาวรู้สึกดีขึ้นบ้าง ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วคนลาวยังคิดว่าถ้ามีโอกาสเอาเปรียบคนไทยได้ก็จะเอาเปรียบ เพราะยังคิดว่าคนไทยเอาสมบัติของลาวไปเยอะ

ประวัติศาสตร์ไทยเขียนไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ลาว เช่น ย่าโม เขาก็ว่าเราเขียนไม่ถูก บางคนพอรู้ว่าผมเป็นคนไทยก็พูดเรื่องนี้ ผมบอกว่าประวัติศาสตร์ใครเขียนก็ต้องยกย่องประเทศของตน ยกย่องคนของตนเก่ง ชนะ เป็นเรื่องปกติทุกประเทศเป็นเรื่องธรรมดา

ก่อนที่ลาวจะกลายเป็นสังคมนิยม ในลาวมีคริสตังประมาณ 60,000 คน แต่หลังจากกลายเป็นสังคมนิยมแล้ว มีคนอพยพออกไปอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้มีประมาณ 4-5 หมื่นคน

ครั้งหนึ่ง ผมเฉียดฉิวกับความตายเหมือนกัน เพราะช่วงนั้นไม่รู้สึกว่าเจ็บป่วยแต่อย่างใด รู้สึกว่ายังแข็งแรงดี

ตอนที่กลับประเทศไทยเพื่อร่วมมิสซาฝังศพคุณพ่อแปร์เรย์ที่มรณภาพ เพราะผมเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดกาลหว่าร์ ผมรู้สึกว่าไม่มีแรงเลย จึงตัดสินใจไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ปรากฏว่าป่วยเป็นเบาหวาน ต้องรักษาด่วน มิฉะนั้น อาจจะเสียชีวิตได้ จึงหยุดงาน และพยายามทำอะไรๆ ที่ง่ายๆ แล้วก็กลับบ้าน@