อธิการองค์แรกของบ้านเณรพระวิสุทธิวงศ์ โคราช คือ คุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล คนที่ 2 คุณพ่อเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช (ปัจจุบันคือพระสังฆราชประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ) คนที่ 3 คุณพ่อประยูร พงศ์พิษณุ์ คนที่ 4 คุณพ่อไชโย กิจสกุล คนที่ 5 คุณพ่อประสาท ใหม่เพียรวงศ์ และผมคนที่ 6 เข้ารับหน้าที่เมื่อ ค.ศ.2008

บ้านเณรกลางเปิดมาได้ 35 ปีแล้ว แต่สำหรับสามเณรใช้เวลาอยู่เพียง 1 ปีเท่านั้น

ค.ศ.2009 นี้ มีเณรทั้งหมด 24 คน แต่เข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรมเพียง 10 คน!

เนื่องจากบ้านเณรเล็กเป็นการฝึกเรื่องระเบียบวินัย บ้านเณรกลางเป็นการฝึกชีวิตกลุ่ม การทำงาน สวดภาวนา ให้พิจารณากระแสเรียกให้ชัดเจน ฝึกอบรมงานอภิบาล ประสบการณ์ชีวิตสงฆ์ โดยไปฝึกงานตามวัดและหน่วยงานต่างๆ

เสียงเรียกร้องดังมาจากทั่วโลก “เราต้องการพระสงฆ์ที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ” ดังนั้น ในทุกบ้านเณร การอบรมเตรียมตัวผู้ที่จะเป็นพระสงฆ์ต้องเข้มข้น เอาจริงเอาจัง ต้องใช้ตะแกรงร่อนให้ดีๆ ต้องแน่ใจเรื่องเหตุจูงใจ และเด่นในเป้าหมายปลายทาง รวมทั้งระหว่างทางเดินก็ต้องสม่ำเสมอ

อุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นที่พระสงฆ์ต้องมี และอยู่ในโลกในสังคมวันนี้ได้ คือ ต้องมีจุดยืนและเป็นหลักให้สังคมได้

“เรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ ผมพยายามเสนอตัวลงไปดูเรื่องการเรียนของเณรตั้งแต่ในบ้านเณรเล็ก จัดหนังสือหลักสูตรให้ และก่อนเข้าบ้านเณรกลางก็จัดแคมป์ภาษาอังกฤษ (English Camp) 1 สัปดาห์ มีเณรรุ่นพี่ที่จะจบแล้วเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำ และจะสอบเดือนมกราคม ถ้าภาษายังไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ผ่าน ต้องรออีก 1 ปี”

บ้านเณรเรียนอะไร ทำอะไรบ้าง?

“เราถือว่าเราเป็นทีมเดียวกับบ้านเณรใหญ่แสงธรรม ถือนโยบายเดียวกันในเรื่องการคัดสรรให้มีความรอบคอบมากขึ้น อบรมอย่างเอาจริงเอาจัง สาเหตุหรือแรงจูงใจในการเป็นพระสงฆ์ต้องชัดเจน นโยบายบางอย่าง เช่น ภาษาอังกฤษ และเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

เรามีอาสาสมัครสามีภรรยาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ เรียน 5 วัน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากนั้น ในหนึ่งสัปดาห์จะเรียนพระคัมภีร์ และพิธีกรรม 2 ชั่วโมง คำสอน 2 ชั่วโมง และอบรมวันละ 1 ชั่วโมง”

“เรื่องโทรศัพท์มือถือ เริ่มเปิดเทอมมาเราก็ประชุมชี้แจง จัดเป็นกลุ่มให้เขาพิจารณาถึงเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ เขาก็เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะมีโทรศัพท์บ้าน เปลืองเงิน ถ้ามีเรื่องด่วก็ให้โทรเข้ามือถือของผมได้เลย ใครเจ็บป่วยผมก็จะบอกให้

ใครเอามาให้เอามาฝากผม หรือให้พ่อแม่เอากลับบ้าน ก็มีคนเอาาฝาก ต่อมาเห็นบางคนเอาโทรศัพท์ซ่อนไว้ ซึ่งเคยประกาศแล้ว และเรื่องนี้อธิการคนก่อนและทางบ้านเณรใหญ่แสงธรรมได้เคยตกลงกันก่อนแล้ว เพราะถ้าไม่เชื่อฟัง ไม่พร้อมจะรับการอบรม ก็พักไปก่อน กลับไปอยู่บ้านเณรเล็กต่อ

เรื่องดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องหนัก ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน “เรื่องนี้ถือว่าผิด ถือว่า หนักให้กลับบ้านเลย”

เมื่อได้เคยพูดและตกลงกันอย่างนี้ เราก็ต้องเข้มแข็ง และเป็นนโยบายเหมือนกัน เราต้องยอมเลือกระหว่างปริมาณและคุณภาพ ถ้าไม่เคร่งครัดในเวลานี้ ก็ยิ่งยากและลำบากมากขึ้นเมื่อโตขึ้นไป”

เรามีโครงการ “ลูกชาวบ้าน” เป็นการออกไปสัมผัสชีวิตชาวบ้าน ประมาณ 2 อาทิตย์ในเดือนพฤศจิกายน จะให้เณรกลับไปอยู่กับครอบครัวชาวบ้าน กินนอน และช่วยทำงานเหมือนลูกชายคนหนึ่ง แต่ละบ้านไม่ต้องจัดอะไรพิเศษให้ บางคนก็ปรับตัวยากในตอนแรกๆ เช่น ไปขุดดิน เกี่ยวข้าว ตักน้ำ ฯลฯ แต่เมื่อผ่านไปแล้ว ทุกคนชอบเพราะได้ประสบการณ์ที่ดี ครอบครัวที่ไปอยู่ด้วยก็รักและเข้าใจเณรมากขึ้น

นอกจากนั้น ยังมีโครงการไปทำงานกับคนชรา บ้านเมตตา คนป่วยในโรงพยาบาล

สำหรับเณรจะได้เห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้น สำนึกถึงหน้าที่อภิบาล และเห็นคุณค่าของข้าวที่กินในแต่ละมื้อมากขึ้น

เดือนกุมภาพันธ์ เณรแต่ละคนจะต้องเขียนจดหมายด้วยตนเองแสดงความสมัครใจที่จะเป็นพระสงฆ์ เข้าบ้านเณรใหญ่ และมีเวลาว่างอยู่ช่วงหนึ่งประมาณ 2 อาทิตย์ ทางบ้านเณรจัดให้ฝึกทำงานหาประสบการณ์ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ทำงานทุกอย่าง ทั้งที่ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก (กิ๊ฟช็อป) เป็นแม่บ้าน ถูพื้น งานเปล ดูแลผู้สูงอายุ งานรักษาความปลอดภัย โดยได้ค่าอาหารเที่ยงวันละ 70 บาท

ได้ยินได้ฟังคำบอกเล่าของอธิการบ้านเณรกลางอย่างต่อเนื่องถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเณรกลาง แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็เป็นช่วงที่ทุกคนต้องเอาจริงเอาจริงกับชีวิตสงฆ์ “ไม่ใช่ครึ่งๆ กลางๆ”

เราทุกคนต้องการพระสงฆ์ที่ดีในอนาคต

แต่พระสงฆ์วันนี้ คือ แบบอย่างของพระสงฆ์ในวันนี้ และในอนาคต

ประวัติส่วนตัว

เกิดวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1966 เป็นสัตบุรุษอาสนวิหารแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด นครราชสีมา

บวชวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ.1994 ที่อาสนวิหารแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด นครราชสีมา

การศึกษา

  • เรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
  • เรียนที่โรงเรียนบุญวัฒนา นครราชสีมา จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • ค.ศ. 1984-1988 เรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์
  • เรียนที่วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน นครปฐม จบปริญญาตรี ศิลปะศาสตร์บัณฑิต สาขาปรัชญา และศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาเทววิทยา
  • ค.ศ. 1996-1999 ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยอูร์บานีอานา กรุงโรม อิตาลี จบปริญญาโท สาขากฎหมายพระศาสนจักร
  • ค.ศ. 1999 ได้รับประกาศนียบัตร Jurisprudenza จากมหาวิทยาลัยอูร์บานีอานา กรุงโรม อิตาลี
  • การทำงาน

  • ค.ศ. 1994-1996 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารแม่พระประจักษ์ที่เมืองลูร์ด นครราชสีมา
  • ค.ศ. 1999-2000 เลขาธิการฯ และเลขานุการพระสังฆราช สังฆมณฑลนครราชสีมา, ช่วยงานที่โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ และรับผิดชอบงานศาลพระศาสนจักร
  • ค.ศ. 2000-2002 รองประธานกรรมการบริหาร ผู้จัดการ และจิตตาภิบาล โรงพยาบาลเซนต์เมรี่
  • ค.ศ. 2002-2003 เจ้าอาวาสวัดพระหฤทัยพระเยซูเจ้า หนองบัวแดง, วัดบุญราศีทั้งเจ็ด คลองเจริญ, วัดมารดาพระศาสนจักร หนองพวง (หนองกุง) ชัยภูมิ
  • ค.ศ. 2003-2204 เข้าโครงการพักภารกิจฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ ที่บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม
  • ค.ศ. 2004-2005 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดแม่พระคนกลางแจกจ่ายพระหรรษทาน โคกปราสาท
  • ค.ศ. 2004-2009 เจ้าอาวาสวัดแม่พระฟาติมา บุญนิมิต นครราชสีมา, ผู้จัดการโรงเรียนมารีย์รักษ์ นครราชสีมา และผู้อำนวยการศูนย์อภิบาล สังฆมณฑลนครราชสีมา