“พ่อโซ่” คือแผ่นป้ายเล็กๆ น่ารัก แขวนอยู่บนหิ้งหนังสือด้านหลังโต๊ะทำงาน ในห้องแคบๆ ที่เต็มไปด้วยหิ้งหนังสือเป็นชั้นๆ ถึงเพดานห้อง

ห้องนี้ไม่ใช่ห้องสมุด แต่เป็นห้องทำงานของคุณพ่ออัลฟอนโซ แด ยวง พระสงฆ์คณะเยสุอิต ชาวสเปน เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1939 อายุ 69 ปี บวชเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1970

คุณพ่อทำงานห้องนี้ตั้งแต่เข้ามาทำงานในประเทศไทย นั่นหมายถึงเกือบ 40 ปีแล้ว

เมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้วที่มีปัญหาเรื่องสายตา มองไม่ชัด ต่อมาก็มองไม่เห็น ระยะที่มองสั้นลงๆ จากเป็นกิโลเมตรเหลือเป็นเมตร เป็นฟุต และเหลือระยะเป็นนิ้ว เวลาอ่านหนังสือ ต้องใช้เลนส์ส่องระยะสองสามนิ้วจากลูกตา แม้นจะมีปัญหา แต่ก็ท้าทายให้ต้องสู้ และอ่านหนังสือ

ชีวิตกับงานที่ผ่านมาหลายรูปแบบ ทั้งงานอพยพลี้ภัยตั้งแต่สมัยแรกๆ งานนักศึกษา และที่สุดเมื่อ ค.ศ.2000 เริ่มหันมาทำงานกับชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ได้เข้าไปสัมผัสชีวิตของพวกเขา เรียนรู้ชีวิต ประวัติศาสตร์ เรื่องราวของพวกเขาอย่างวิเคราะห์ ได้เห็นทั้งจุดเด่น ปัญหา และอนาคตของพวกเขา โดยเฉพาะภาษา ตัวอักษรที่เป็นแก่นและแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของชนชาติของพวกเขา เมื่อมองดูเผ่าอื่น ประเทศอื่นๆ เขาก็มีใช้กันมาหลายปีแล้ว และมิสชันนารีรุ่นแรกๆ ได้ทำไว้แล้ว ไม่มีใครสานต่อ และกำลังจะสูญไป

วันนั้นคุณพ่อได้เล่าถึงงานหลายๆ อย่างที่ทำให้ฟัง

“ผมเพิ่งพิมพ์หนังสือ พจนานุกรม 4 ภาษาเสร็จ มีภาษาปกาเกอะญอ ไทย ฝรั่งเศส อังกฤษ ซึ่งคุณพ่อยอแซฟ เซกีน็อต คณะเบธาราม ได้ทำไว้ เขียนด้วยลายมือ คุณพ่อเซกีน็อตได้มรณภาพไปแล้วเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1994”

ผมได้ติดต่อกับเจ้าคณะเบธารามเพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ได้ตรวจแก้ไขและพิมพ์อย่างดี และได้มอบให้กับคณะเบธาราม 800 เล่ม เป็นเหมือนค่าลิขสิทธิ์ ส่วนที่เหลือก็วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป”

“มีหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ “ชีวิตของข้าพเจ้า...” ไม่ใช่ชีวิตของผมนะ แต่เป็นเรื่องชีวิตจริงของเด็กชาวเขาคนหนึ่ง ที่น่าสนใจ น่ารักมาก มีภาษาไทยและภาษาปกาเกอะญอด้วย”

“อีกเล่มหนึ่งเป็นหนังสือเรียนชื่อ “ภาษาพลอง (Phlong)” ซึ่งเป็นกระเหรี่ยงกลุ่มหนึ่ง กระเหรี่ยงมีหลายกลุ่ม ได้แก่ ปกาเกอะญอ และพลอง คุณพ่อสุธี เจริญกุล เป็นผู้เขียนขึ้น ส่วนผมช่วยจัดพิมพ์ หนังสือเล่มนี้สอนอ่านตั้งแต่แรกๆ ง่ายๆ ดีมาก ถ้าไม่ทำอย่างนี้ สักวันหนึ่งภาษานี้อาจจะสูญหายไปเลย”

ผมได้พูดคุยกับคุณพ่อโซ่เพียงเล็กน้อย แต่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้า แววตา และสัมผัสได้ถึงความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในใจ ที่ได้เล็งเห็นคุณค่า ความสำคัญ และได้ลงมือช่วยทำให้เกิดประโยชน์

ผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่ถือว่าเป็นชิ้นโบว์แดงคือ “พระคัมภีร์ภาษาปกาเกอะญอ” ทั้งเล่ม เป็นหนังสือสำคัญมาก เหมือนกับเป็นสารานุกรม (Encylopedia) ของเขา เพราะมีการใช้ภาษา ใช้คำมากมาย

“หนังสือพระคัมภีร์ที่คุณพ่อเซกวีน็อตทำไว้ประมาณ 30 ปีมาแล้ว ก็เก็บอยู่ในกล่อง ไม่ได้ทำอะไร พิมพ์ไว้เรียบร้อย กระดาษเริ่มชำรุดแล้ว”

“ก็ได้ปรึกษาหารือกับพระคุณเจ้าสังวาลย์ ศุระศรางค์ กับพระสงฆ์ ซิสเตอร์ และชาวบ้านบางคน เกี่ยวกับการจัดพิมพ์หนังสือพระคัมภีร์ ทั้งพันธสัญญาเดิมและใหม่ ว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าปล่อยไว้ก็จะสูญหายไป น่าจะจัดพิมพ์ แม้นจะมีคนไม่มากนักที่อ่านได้”

บางคนก็คิดว่าไม่จำเป็น น่าจะใช้ภาษาไทยให้คล่อง เพราะเกิดอยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่คุณพ่อโซ่กับคิดว่าการทำดังนี้ “เท่ากับเป็นทำลายวัฒนธรรมของเขา”

สำหรับภาษาม้งที่ใช้อักษรโรมันนั้น เริ่มในลาวโดยมิสชันนารีทั้งคาทอลิกและคริสเตียน และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งชาวม้งที่อยู่ในลาวอีก 4 คน รวมเป็น 7 คน ได้ปรุชัมกันเพื่อปรึกษารือและทำความเข้าใจกันในการกำหนดการใช้ภาษาของเขา กำหนดการใช้ตัวอักษร ไม่มีเครื่องหมายต่างๆ ใช้เวลาอยู่นาน และได้มีพันธสัญญากันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง นี่สำคัญมาก ทำกันมา 60 ปีแล้ว

ปัจจุบัน ภาษาม้งที่ใช้กันทั่วโลกเป็นภาษาเดียวกัน ต่างกับภาษาอาข่า ซึ่งมีหลายแบบ

ภาษาปกาเกอะญอในพม่าใช้อักษรเรวา ส่วนในไทยใช้อักษรโรมัน ความจริงก่อนที่คุณพ่อเซกวีน็อต พระสงฆ์คณะเบธาราม จะทำพจนานุกรมไว้ ได้มีคนคิดทำแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายนัก คุณพ่อเซกวีน็อตได้ทำหนังสือและเผยแพร่อย่างกว้างขวางขึ้น

ภาษาน่าจะเหมือนกัน ถ้าไม่เหมือนก็จะกลายเป็นการแตกแยก และเท่ากับทำลายประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ของเขา

ปกาเกอะญอในประเทศไทยมีประมาณ 7 แสนคน เป็นคาทอลิกประมาณ 30,000 คน การที่มีบางคนสร้างการแตกแยก แบ่งพวกเขาออกเป็นกระเหรี่ยงพุทธ กระเหรี่ยงคริสต์ ถือว่าอันตรายมาก และแย่มากๆ

เรื่องความคิดที่จะอนุรักษ์ภาษานี้ พวกเขาเองก็มีความคิดและมีความรู้สึกดีขึ้น กล้าแสดงออกเรื่องการแต่งตัว และการพูดภาษามากขึ้น แต่มีบางคนรู้สึกอายที่จะแสดงตัวว่าเป็นชาวปกาเกอะญอถ้าเขาอยู่กลุ่มเล็กๆ แต่ถ้าได้เห็นพระสงฆ์ ซิสเตอร์ แสดงตัวหรือพูด พวกเขาก็จะกล้าและมีกำลังใจมากขึ้น

พวกปกาเกอะญอมีเรื่องเล่าโบราณที่เรียกกว่า ทา (hta) ในชนชาติของพวกเขา เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า เกี่ยวกับการสร้างโลก บาปบุญ และการรอคอยพระผู้ไถ่ เหมือนกับในพระคัมภีร์ฉบับปฐมกาลเลย พวกเขานับถือคริสต์ง่ายๆ เพราะเป็นสิ่งที่ตรงกับความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขา

คนที่บอกว่าพวกเขานับถือผี เรื่องนี้ไม่น่าจะใช้ ถือเป็นเรื่องเล็กมาก เพราะเป็นความเชื่อของพวกเขากลุ่มใหญ่ และมีมานานแล้ว ความเชื่อนี้ถ้าสันนิษฐานย้อนกลับไปน่าจะเป็นพวกอาเรนีอุส หรือพวกเนสตอเรียนที่เป็นยิว ซึ่งเข้ามาในจีน และอินเดียตอนเหนือ และพวกปกาเกอะญอน่าจะเคยติดต่อกับพวกนี้ และถ่ายทอดสืบต่อกันมา

ใครที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อเป็นครั้งแรกก็จะประทับใจในบุคลิกของท่าน และแม้นสายตาจะมีปัญหาต่อการอ่านหนังสือ แต่ความคิดสร้างสรรค์และพลังในการทำงานเพื่อผู้ด้อยโอกาส ยังเต็มเปี่ยม

ทุกครั้งที่โทรศัพท์ไปพูดคุยกับคุณพ่อ จะได้ยินเสียงหัวเราะอยู่เสมอ

เรื่องและภาพประกอบโดย : โทนี่ ไทยแลนด์