คุณพ่อบัญชา อภิชาติวรกุล พระสงฆ์คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ปัจจุบัน (ค.ศ. 2008) อายุ 39 ปี เกิดวันที่ 16 มกราคม ค.ศ.1969 ชีวิตสงฆ์ช่างแปลก แตกต่างจากหนุ่มในวัยเดียวกันแบบพลิกฝ่ามือ

“ผมเป็นคนปราจีน วัดแม่พระที่พึ่งแห่งคริสตัง ตั้งแต่เล็กๆ เรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้านมาตลอดตามนโยบายของคุณแม่จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วไปต่อ ปวช. เทคนิคปราจีน แผนกไฟฟ้ากำลัง และต่อ ปวส. ที่เทคนิคสยาม บางแค (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยสยาม) 2 ปีจบ ไม่เคยเรียนในโรงเรียนคาทอลิกเลย แล้วสมัครเข้าคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ เรียนที่วิทยาลัยแสงธรรมเลย”

ชีวิตไม่เคยเข้าบ้านเณรเล็ก บ้านเณรกลาง ไม่เคยรู้จัก

บิดาชื่ออิ๋วสุน แม่ชื่อเกษร เป็นคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน

“ตั้งแต่เล็กๆ ไม่เคยใกล้ชิดกับวัดเป็นพิเศษ และเรื่องเป็นนักบวชก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยคิด เรียนมาเรื่อยๆ จนกระทั้งเมื่อเรียนที่เทคนิคสยาม ได้มาพักกับญาติที่วัดซางตาครู้ส กรุงเทพฯ ได้เปิดหนังสืออุดมสาร ที่เขาอ่านเสร็จแล้วกองไว้เป็นกองสูงๆ ผมก็ดึงออกมาอ่านเล่มหนึ่ง ไม่ได้สนใจอะไร บังเอิญในเล่มนั้นมีข้อความรับสมัครเป็นเณรของคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ผมก็ลองโทรไปถามรายละเอียดต่างๆ แล้วเงียบไว้ ไม่ได้บอกใคร”

ในระหว่างนี้ ในใจเกิดความรู้สึกอยากเป็น “บาทหลวง” เป็นคุณพ่อ เกิดขึ้นมาในใจ และรู้สึกแปลกๆว่า เมื่อคิดถึงคำๆ นี้ ทำให้จิตใจรู้สึกเหมือนกับมี “น้ำพุพุ่งขึ้นในจิตใจ” เกิดความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  “ใช่เลย!”

“ก่อนหน้านี้ตัดสินใจเรียนๆ ในใจก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่ ยังอยากแสวงหาอะไรอยู่สักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร”

“ที่มหาวิทยาลัยสยามนี้ บังเอิญหรือพระจัดก็ไม่ทราบ มีเพื่อนที่เป็นคริสตังจากวัดนักบุญเปโตร สามพราน คนหนึ่งชื่อชัยวัฒน์ เขารู้จักคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ และก็อาสาจะพาไปพบอธิการ”

“เมื่อแน่ใจแล้ว ก็ตัดสินใจว่าจะเป็น “บาทหลวง” ก็พูดคุยกับเพื่อน จะเรียกว่าแฟนก็ได้ ซึ่งคบกันมานานถึง 5 ปีแล้ว ในระหว่างนั้นเราสนิทสนมกัน แต่ไม่ได้มีอะไรล่วงเกินหรือเลยเถิด ก็แปลกใจตนเองเหมือนกัน ไม่ได้มีความคิดอะไรที่ไม่ดีต่อเขา”

“วันที่ตัดสินใจบอกเขาว่าผมจะเข้าบ้านเณรบวชเป็นบาทหลวง เขาก็งง เสียใจร้องไห้ใหญ่ แต่ในใจของผมรู้สึกมีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูก”

เข้าคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ สมัยคุณพ่อริชาร์ด วูดาเร็ก เป็นอธิการ เรียนที่บ้านเณรแสงธรรม 7 ปี และไปฝึกและดูงานอภิบาล ฝึกภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์อีก 8 เดือน

พระคุณเจ้ายออากิม พเยาว์ มณีทรัพย เป็นผู้บวชให้วันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.1998 ณ อาสนวิหารแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด นครราชสีมา เพราะช่วงนั้นคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ไปช่วยงานที่สังฆมณฑลนครราชสีมาด้วย

หลังจากบวชได้ไปอยู่ที่โรงเรียนดาวรุ่ง ภูเก็ต 2 ปี และมาอยู่ที่บ้านชุมพาบาล สุราษฎร์ฯ 3 ปี ทำงานกับพระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายอภิบาล แล้วย้ายไปอยู่ที่ภูเก็ตอีก เป็นเจ้าอาวาสมาได้ 4 ปีแล้ว

วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2003 วันที่ย้ายไปนั้น พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ ได้เลี้ยงส่งเล็กๆ น้อยๆ และวันนั้นเองพระคุณเจ้าต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคหัวใจ ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม ท่านก็มรณภาพอย่างกะทันหัน

วัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ (วัดอัสสัมชัญ) ภูเก็ต มีสัตบุรุษประมาณ 500 คน ส่วนใหญ่ย้ายไปจากที่อื่น ไปทำมาหากินที่นั่น วันอาทิตย์จะมี 3 มิสซา และถวายมิสซาภาษาอังกฤษให้นักท่องเที่ยวที่โรงแรมอีก 2 แห่ง คือวันเสาร์ที่ โรงแรมเลอเมริเดียน เวลา 5.30 น. และ โรงแรมดุสิตลากูนา

แรกๆ ที่ไปอยู่ใหม่ๆ สัตบุรุษไม่ค่อยรู้จักกัน จึงได้ปรึกษากับสัตบุรุษตั้งคณะวินเซนเดอปอลขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เป็นการเปิดตัวไปสู่ผู้อื่น ไปเยี่ยมเยียน คนยากจน สัตบุรุษก็เริ่มรวมตัวกันดีขึ้น

เมื่อสึนามิมาและไป....เกิดอะไรขึ้นที่ภูเก็ต

“โอ้ย... แยะมาก!!... พลิกโฉมหน้าภูเก็ตเลย คริสตังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ที่โดนเต็มๆ ก็มีไม่มากนัก...

“ได้ประชุมกับพวกคริสตังก่อน เมื่อออกไปเยี่ยมคนที่ประสบภัยจากสึนามิ ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจถึงจุดหมายและการทำงานว่า เราไปเพื่อรับฟัง พูดคุย ช่วยเหลือ “เป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับเขา” ไม่ใช่ไปพูดเรื่องศาสนาหรือชักจูงให้มาเป็นคริสตังแล้วจะได้รับความช่วยเหลือทั้งสิ้น เราห้ามเลย...”

เราไปเยี่ยม พูดคุย ฟังเขาพูด บอกความต้องการของพวกเขา และหาทางช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ท่าทีของพวกเรามีความจริงใจ จับใจพวกเขา ไม่ได้หลอกหรือฟังเฉยๆ อะไรที่เราช่วยได้หรือประสานความช่วยเหลือให้ได้ เราก็จัดการ บางคนไม่มีการศึกษา ไม่รู้หนังสือ

ได้พบว่าที่ป่าตอง คนที่มาขายของที่ชายหาดต้องเช่าพื้นที่ประมาณไม่กี่เมตร ต้องเสียค่าเช่าสูงถึง 1 ล้านบาทต่อปี เพียงขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่เห็น เมื่อเกิดสึนามิ คนพวกนี้ก็หมดเนื้อหมดตัว และไม่รู้จะทำอย่างไร มีอยู่ 40-50 คน ได้ติดต่อกับพระคุณเจ้าและผู้ใหญ่ ของบช่วยเหลือพวกเขาเพิ่ม ซึ่งก็โชคดีที่ผู้ใหญ่อนุมัติ ช่วยเขาประมาณคนละสองแสนบาท

ผ่านไปสองสามปี ยังมีชาวบ้านบางคนที่เราเคยช่วยเขา แวะมาเยี่ยม เอามังคุดที่ปลูกมาฝากเรา พวกเขากล้าเปิดตัวเองมากขึ้น

จากการที่ได้ออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนั้น ทำให้คริสตังรวมตัวกันเข้มแข็งมากขึ้น และคนที่ไม่เคยไปวัด ไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นคริสตัง ก็ออกมาช่วยเหลือคนอื่น ช่วยดูแล “วัดของพวกเขา” ทำให้หลายคนหันกลับมาหาพระ และสำนึกว่าพระยังรักเขา ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา วัดเป็นห้องแถวเล็กๆ ห้องหนึ่งเท่านั้น! แต่วัดที่ใหญ่ขึ้นคือวัดในจิตใจที่เปิดกว้างขึ้น

การที่เราไปทำงานกับชาวบ้านยากจนก็มีปัญหาเหมือนกัน มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง ที่ชาวบ้านประสบภัยเสียหายหมด และนายทุนต้องการมายึดที่ดินแปลงนั้น ซึ่งพวกเขาเคยอยู่กันมาหลายสิบปี เขาเห็นว่าเราไปช่วยชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อจะปักหลักอยู่ในที่ดินของเขาต่อไป ก็มีคนมาขู่ให้ระวังตัวให้ดี ตอนนั้นก็ต้องระวังอยู่เหมือนกัน แต่ไม่กลัว เพราะเราพยายามทำเพื่อความถูกต้อง เพื่อคนที่ถูกเอาเปรียบ

ในระหว่างที่กำลังพยายามหาทางต่อสู้เพื่อชาวบ้านนั้น บังเอิญที่ดินตรงนั้นถูกน้ำพัดที่ดินพังหมดทั้งผืน เรื่องจึงเลิกลากันไป เพราะที่ตรงนั้นชาวบ้านเรียกว่า “หาดเลพัง” ก็พังจริง ซึ่งเรื่องที่นายทุนได้เอกสาร ภบท. 5 ก็แปลกใจว่าเขาได้มาอย่างไร เพราะเป็นเขตประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ

ส่วนชาวบ้านทั้งหมดประมาณ 10 ครอบครัว เราก็ย้ายไปอยู่ที่อำเภอถลาง เราได้จัดซื้อที่ดินห้พวกเขา ชาวบ้านตั้งชื่อ ขึ้นป้ายว่า “หมู่บ้านคริสต์มาสพัฒนา” ซึ่งพวกเขารักและประดับอย่างสวยงาม พวกเขารู้สึกอบอุ่นใจ และพูดให้เราฟังบ่อยๆ ว่า “ขอบคุณพระเจ้า” “พระรักพวกเขา” พวกเขาพูดกันว่าเรามีญาติแต่ก็เหมือนไม่มี เพราะขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้อะไรในยามที่เราทุกข์

เมื่อพูดถึงภูเก็ตวันนี้ ต้องเรียกว่าเจริญแบบก้าวกระโดด จะเห็นสิ่งก่อสร้าง ตึกใหญ่ๆ ใหม่ๆ มากมาย ศูนย์การค้า ผู้คนอพยพเข้ามาทำงานมาก คนภูเก็ตมีประมาณ 3 ล้านคน

“ผมไม่อยากจะเรียกว่าเจริญเลยจริงๆ อาจจะกลายเป็นทำลายภูเก็ตมากกว่า!!!”

โรงเรียนดาวรุ่ง มีนักเรียนประมาณ 2,000 คน มีครู 70 คน คุณพ่อภาคภูมิ วรพรทัศนา เป็นผู้จัดการ นอกจากนั้น มีคุณพ่อริชาร์ด วูดาเร็ก และคุณพ่อเฟอร์นันโด พักประจำอยู่ที่บ้านที่ภูเก็ต และยังมีโรงเรียนดาราสมุทร ซิสเตอร์คณะซาเลเซียน, คณะผู้รับใช้ มีนักเรียน 3,000 คน

จุดเริ่มต้นงานของคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ เริ่มเมื่อ ค.ศ. 1952 สมัยพระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต เนื่องจากเวลานั้นจีนเป็นคอมมิวนิสต์ พระคุณเจ้าได้รับมอบหมายให้ดูแล 5 จังหวัดทางใต้ ปัจจุบันคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ มีสมาชิกทั่วโลก 380 องค์ ในประเทศไทยมีประมาณ 30 องค์

เรื่องโดย : โทนี่  ไทยแลนด์
ภาพประกอบโดย :
วัชรี  กิจสวัสดิ์