คุณพ่อเบเนดิกโต บุบผา สลับเชื้อ อายุ 79 ปี เป็นคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน คุณพ่อเปาโล สมชาย สลับเชื้อ พี่ชายคนโต

สุขภาพตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไร ได้ไปหาหมอตรวจเลือด เอกซ์เรย์ อุลตราซาวด์ เหมือนเดิม หัวใจ เบาหวาน ไม่มีอะไร ก็รู้สึกสบายดี

“ตอนนี้เราโตแล้ว กินน้อยลง กินเพื่อสุขภาพ”

ตอนเล็กๆ เข้าบ้านเณรตอนจบชั้น ป. 4 และเรียนที่โรงเรียนพระกุมารที่อุบลฯ ไปเรียนต่อที่หนองแสง ได้ 40 วัน เกิดสงครามฝรั่งเศส ต้องไปอยู่ท่าแร่ และอาศัยอยู่กับชาวบ้าน ให้ชาวบ้านเลี้ยงเณร เรียน ม.1 อยู่ได้ปีครี่ง และไปอยู่ที่บ้านเณรบางช้างกับคณะซาเลเซียน อยู่ที่นี่ 6 ปี กับอธิการบ้านเณร คือคุณพ่อย็อบเบ การ์นินี และไปเรียนต่อที่ปีนังอีก 6 ปี สมัยนั้นได้กลับบ้าน 2 ครั้งเท่านั้นในรอบ 12 ปี

เณรปีนังเวลานั้นมีประมาณ 80 คน ทั้งอินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว สิงคโปร์ ถือว่าเป็นบ้านเณรนานาชาติ ใช้ภาษาละตินในการเรียนการสอน

ในรุ่นเดียวกันและรุ่นใกล้ๆ ที่เป็นเพื่อนๆ กันมีคุณพ่อสร้อย เจริญนารถ คุณพ่อบุญเนื่อง วรศิลป์ คุณพ่อเม่งเก่ง (เมธี) วรรณชัยวงศ์ ฯลฯผมบวชวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1954 พระคุณเจ้าเกลาดิอุส บาเยต์ เป็นผู้บวชให้ที่วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้ ยโสธร

พระสงฆ์พื้นเมืองรุ่นแรกๆ ของสังฆมณฑลอุบลสมัยนั้นคือ คุณพ่ออันตน หมุน, คุณพ่อสมชาย สลับเชื้อ, คุณพ่ออัลแบรต์ ดง, คุณพ่อบุบฝา สลับเชื้อ และคุณพ่อบุญเรือง ศิลาโคตร (ลาออก) เรียนรุ่นเดียวกันมาตั้งแต่เด็กๆ

น้องพูดถึงพี่ชาย

น้องชายพูดถึงพี่ชายคือคุณพ่อสมชาย สลับเชื้อ ซึ่งมรณะเมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2008 ว่า

“คุณพ่อเป็นคนสงสารรุ่นน้องๆ มีพระสงฆ์ใหม่สมัยก่อนไม่ค่อยมีสตางค์ คุณพ่อก็พยายามขอสปอนเซอร์จากคนที่รู้จักแถวกรุงเทพฯ ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้คันละ 3-4 หมื่นบาท ช่วยสามสี่คน เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครรู้หรอก”

“คุณพ่อสมชายเป็นคนมีชีวิตเรียบๆ ทำงานจริง เป็นผู้ใหญ่ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  เมื่อเป็นพ่อเจ้าวัดก็เป็นคนที่รับผิดชอบพอสมควร”

“ช่วงที่ป่วยต้องอยู่โรงพยาบาลที่อุบลฯ 2 เดือน หลังจากนั้นกลับมาอยู่ที่สำนักมิสซังฯ ได้สองอาทิตย์ ก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ  เขารู้ตัว เตรียมตัว เตรียมใจ สวดสายประคำตลอด”

พระคุณเจ้าบรรจง ไชยรา ได้กล่าวในวันพิธีปลงศพวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ว่าคุณพ่อสมชายได้เขียนจดหมายอำลาไว้ว่า “ขออภัยในความผิดต่างๆ ที่ท่านได้ทำต่อพี่น้อง และสุดท้ายคุณพ่อเขียนว่า แล้ว....พบกันใหม่ในสวรรค์”

เมื่อบวชใหม่ๆ สมัยนั้น มีพ่อฝรั่งเป็นส่วนใหญ่ ความคิดและวิธีการทำงานก็ไม่เหมือนกัน รู้สึกอึดอัดบ้าง ต่อมาเมื่อได้รับผิดชอบเต็มตัว ก็รู้สึกดีขึ้น ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ

เมื่อปีที่แล้ว มีโอกาสไปเวียดนาม เยี่ยมญาติและคุณพ่อเจ้าวัดที่นั่น และได้ไปแสวงบุญที่วัดแม่พระลาวาง ได้รับหนังสือเล่มเล็กๆ เกี่ยวกับแม่พระเล่มหนึ่ง ได้แปลเป็นภาษาไทยไว้ 4-5 หน้า

ขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้น คุณพ่อก็ลุกขึ้นไปค้นงานแปลมาให้ดู 1 ชุด และในห้องพักก็มีข้าวของต่างๆ เก็บไว้ทั้งใต้เตียงและตามพื้น

เมื่อปีที่แล้ว คุณพ่อได้ร่วมกับพระคุณเจ้าบุญเลื่อนช่วยกันตรวจงานแปลหนังสือ “บุตรพระเจ้า” ที่คุณพ่อปอล ลังฟังต์ ได้แปลจากงานเขียนของพระคุณเจ้าลาโน ซึ่งเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว นับว่าได้ใช้เวลาในยามเกษียณให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งครับ