คุณพ่อฟรังซิส วิกตอร์ โกโทร (Francis Victor Gautreaux, CSsR.) คณะพระมหาไถ่ ปัจจุบันอายุ 83 ปี เข้ามาประเทศไทยวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1952 รวมเวลา 56 ปี เป็นรุ่นที่ 4 มาพร้อมกับคุณพ่อมาร์ติน อายุ 84 ปี และรุ่นที่ 2 ที่ยังมีชีวิตอยู่คือคุณพ่อโกแตนท์ อายุ 92 ปี

ในครอบครัว ผมมีพี่น้องทั้งหมดหนึ่งโหล ผมเป็นคนที่หนึ่งโหลพอดี และเสียชีวิตตอนเล็กๆ หนึ่งคน มีพี่ชายคนหนึ่งเป็นพระสงฆ์คณะพระมหาไถ่ด้วย แต่ตอนนี้เสียชีวิตหมดแล้ว เหลือเพียงผมคนสุดท้องเพียงคนเดียว

สมัยก่อน 3 ปีได้กลับบ้านครั้งหนึ่ง แต่นี่ไม่ได้กลับไปนานแล้ว เพราะสุขภาพไม่ค่อยดี คิดว่า 12 ปีมาแล้ว

 คุณพ่อโกโทรเกิดวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1925 เข้าบ้านเณรเล็กนักบุญยอแซฟ คีร์วู้ด รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกาค.ศ.1938-1944

ต่อมาเข้าบ้านเณรใหญ่อิมมาคูเลต คอนเซ็ปชัญ โอโคโนโมวอค รัฐวิสคอนซิน ค.ศ.1945-1950 ถวายตัวตลอดชีวิตวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1948 และบวชเป็นพระสงฆ์วันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1950

เรื่องสุขภาพทั่วไป

สุขภาพเหรอ... ก็ดีใช้ได้ มีคอเรสโตรอลสูงหน่อย แต่ไม่มาก เพิ่งไปหาหมอมาเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว ไม่รู้ว่าจะถามเรื่องสุขภาพ จะได้เอารายงานหมอมาให้ดู ปกติไปหาหมอที่โรงพยาบาลศรีราชา ชลบุรี มีเรื่องเล็กๆ แต่ส่วนใหญ่ปกติดี เมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว สุขภาพไม่ค่อยดี แต่เวลานี้ก็ถือว่าพอใช้ได้

มนุษยสัมพันธ์

สำหรับคริสตังแล้ว จะรู้จักคุณพ่อโกโทรเกือบทั่วประเทศ เพราะลักษณะเด่นเห็นได้ชัดคือ เป็นคนศีรษะล้าน มีผ้าคาดเอวสีดำเหมือน “ยูโดสายดำ” จะเป็นคนที่เดินเข้าไปทักทายกับผู้คน และคุยได้ทั้งชาวต่างชาติ คนไทย และอีสาน

คุณพ่อเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส อยู่ที่ไหนก็เรียกเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างได้เสมอ รูปร่างท้วมๆ จึงเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

ผมไม่ชอบเลยที่ไม่มีงานเทศน์มิสชั่น เพราะมันเป็นลักษณะเฉพาะของคณะมหาไถ่ของเรา... เสียดาย!

ปัจจุบันนี้ เป็นคนแก่ อยู่บ้านเณร รับหน้าที่เป็น “พ่อวิญญาณฯ” ของเณรที่ศรีราชา ชลบุรี คุณพ่อ มีชัย อุดมเดช เป็นอธิการ มีเณรทั้งหมดอยู่ประมาณ 50 คน

นอกจากนั้น ก็ไปช่วยถวายมิสซาที่อื่นบ้างให้ซิสเตอร์คณะพระตรีเอกภาพ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ และก็งานเล็กๆ น้อยๆ

ตอนนี้แก่แล้ว ทุกอย่างหย่อนยาน ยกเว้นหูที่ตึง ไม่ค่อยได้ยินเลย ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง และยังต้องใส่ฟันปลอมด้วย

เนื่องมาจากงานที่เคยทำ คือเทศน์มิสชั่นคู่กับคุณพ่อวัลลภ จำหน่ายผล ไปเทศน์ทั่วไป ตามกระแสเรียกของคณะ ได้ไปเทศน์ทั่วประเทศ เหนือสุด ใต้สุดไปน้อย ในภาคกลางนี้มากหน่อย เป็นงานเฉพาะของคณะคือเทศน์มิสชั่น แต่เวลานี้หยุดมาได้ 10 ปีแล้ว

“เมื่อเข้ามาใหม่ๆ ไปเรียนภาษาไทยที่วัดจันทบุรีกับคุณพ่อบุญชู ระงับพิษ คุณพ่อฮ่อง (คุณพ่อสุเทพ นามวงศ์) ทั้งสอนและทั้งด่าด้วย และอ้อ... คุณพ่อกิจ วรศิลป์ ด้วย เรียนได้ 5 เดือน ก็ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานในภาคอีสาน รวมเวลาที่อยู่ในอีสานประมาณ 40 ปีที่สังฆมณฑลอุดรธานี”

จากอีสานมาอยู่กรุงเทพฯ สังฆมณฑลจันทบุรี รวมกว่า 10 ปีแล้ว เรียนภาษาไทยภาคกลาง แต่ทำงานจริงต้องไปอยู่อีสาน เริ่มเรียนภาษาใหม่ ก็พูดอีสานได้ คุณพ่อกล่าวว่า

“ผมมักอีสาน...มอ...ไม้หันอากาศ.. กอ...ไก่..มัก..ผมมักอีสาน ผมมักประเทศไทย มักแปลว่าชอบ... มักฝ่ายกายและรักฝ่ายจิต สบายมาก สอ.บอ.มอ”

ทุกคนที่รู้จักกับคุณพ่อ และตลอดเวลาที่เราได้พูดคุยกัน คุณพ่อจะคุยอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งเสียงหัวเราะ สร้างความรู้สึกเป็นกันเอง ภาษาไทยที่พูดก็มีสำเนียงฝรั่งบ้างเล็กน้อย แต่ละคำที่พูด เป็นคำไทยลึกๆ ก็พูดได้คล่องแคล่วและยังเล่นคำอีกด้วย

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ฉลองครบ 60 ปี ที่คณะมหาไถ่เข้ามาในประเทศไทย พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นประธานมิสซา ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 70 องค์ มิสชันนารีต่างประเทศ 7 องค์ ทั่วโลกมีประมาณ 3000 คน พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร เป็นพระสงฆ์ไทยองค์แรก และจุดเริ่มต้นงานของคณะอยู่ที่วัดช้างมิ่ง สกลนคร

ก่อนจากกันวันนั้น คุณพ่อเปิดใจให้ฟังว่า

“เหตุที่เป็นคนสนุก ก็เพราะผมชอบงานที่ทำ ผมดีใจ แม้ผมจะไม่ค่อยมีความสามารถนัก แต่พระเป็นเจ้าทรงเรียก ก็ดีใจ... ผมก็คิดง่ายๆ ว่า....”

“หัวเราะมันง่ายกว่าร้องไห้!”