รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

รอบๆ ห้องประชุมสัมมนาพระสงฆ์ 4 สังฆมณฑลอีสาน เห็นมีมิสชันนารีที่เป็นชาวฝรั่งอยู่เพียงคนเดียว นอกนั้นเป็นชาวฟิลิปปินส์ 2 คน และที่เหลือเป็นคนพื้นเมืองทั้งสิ้น จากจำนวน 90 คน

คุณพ่อโรแบรต์ มัลแซรต์ คณะเอ็มอีพี. อายุ 76 ปี รูปร่างล่ำสัน ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อเพื่อมาเล่าสู่กันฟัง

“ผมเป็นพระสงฆ์รุ่นเดียวกับคุณพ่อหลุยส์ นิโกลาส์ ตอนนี้กลับไปอยู่ที่ฝรั่งเศส ท่านตาบอดข้างหนึ่ง เป็นคนใจร้อนรน เข้าหาสัตบุรุษ ทำงานแพร่ธรรมอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย สอนแบบตรงๆ ซึ่งเป็นสมัยก่อนวาติกันครั้งที่ 2 พระคริสตเจ้าเพียงผู้เดียว และจะรอดต้องรับศีลล้างบาป”

“ผมเกิดที่เมือง อาโนเนะ...” ได้ยินแล้วคงงง? ถ้าอ่านแบบญี่ปุ่น แต่ฝรั่งเรียก อาโนเนย์ (Annonay) ห่างจากลียง (Lyon) ไปทางใต้ 100 กิโลเมตร พี่สาวของแม่ (ป้า) เป็นคนเลี้ยงดูผมมา บรรยากาศครอบครัว พ่อแม่มีความศรัทธา ทุกค่ำต้องสวดภาวนาเสมอ”

ผมเข้าบ้านเณรคณะเอ็มอีพี. เมื่ออายุ 16 ปี ค.ศ.1945 เป็นระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในบ้านเณรเวลานั้นมีคนประมาณ 25-30 คน มีคนดูแล 5-6 คน

ผมทำงานอยู่ที่โคราช วัดนักบุญยอแซฟ โนนงิ้ว ต.ตะโก อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ใกล้กับวัดนักบุญเทเรซา โนนแก้ว ห่างกันเพียง 4 กิโลเมตร

เมื่อมาประเทศไทย ได้เรียนภาษาไทยกับครูที่บ้านนา นครนายก กับคุณพ่อโกเชต์ สามเดือนต่อมาได้ไปเรียนกับบราเดอร์ลูโดวีโก ที่ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งมีพระสงฆ์คณะเยสุอิต คณะพระมหาไถ่ และคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ เรียนด้วย เช่น คุณพ่อเดอนีย์ คุณพ่อไรเธอเรอร์ คุณพ่อแทรวิส คุณพ่อทิลลี่ และคุณพ่อร็อคโก รวมแล้ว 1 ปี

นี่เป็นคำบอกเล่าถึงเบื้องหลังอันยาวนาน

มองถึงพระสงฆ์วันนี้

ในฐานะที่คุณพ่อเป็นพระสงฆ์อาวุโส ผ่านเรื่องราวมามาก คุณพ่อมองการทำงานของพระสงฆ์ไทยเราเป็นอย่างไรบ้าง? ในภาพรวมระดับประเทศ ซึ่งคุณพ่อก็พูดด้วยท่าทีแบบไม่ค่อยเต็มคำนัก เกรงว่าจะเป็นการตำหนิพระสงฆ์ ผมต้องเสริมว่า เป็นภาพรวมในระดับประเทศ และคิดว่าจะเป็นการช่วยพระสงฆ์เราให้ปรับปรุงแก้ไข สำหรับพระสงฆ์ สัตบุรุษทั่วไปด้วย

คุณพ่อได้ให้ข้อสังเกตด้วยความรู้สึกไม่อยากพูด แต่ผมได้ขอร้องคุณพ่อซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ที่พูดด้วยความรักความหวังดีต่อพระสงฆ์รุ่นลูกรุ่นหลาน ทำให้เรามองเห็นตัวเราเองชัดเจนขึ้น เพื่อความดีของพระศาสนจักรไทยโดยส่วนรวม ผมจึงสรุปได้คือ

  1. พระสงฆ์ไทยเหมือน “ถือไพ่อยู่ในมือ” พูดภาษาไทยด้วยกัน เข้ากับคนง่าย แต่งานวันนี้ จะทำงานบริหารมากกว่าอภิบาล ไม่ค่อยมีเวลาให้กับการสอนคำสอน หรือใช้ให้ครูสอนแทน เพราะการสอนคำสอนเป็นเรื่องลำบาก คนไม่ค่อยเชื่อ ไม่สนุกสนาน และต้องเสียสละมาก รวมทั้งคำสอนผู้ใหญ่ การเตรียมคู่แต่งงาน
  2. เรื่องการเทศน์ ไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระนัก ทั้งนี้ น่าจะมาจากเพราะไม่ค่อยได้เตรียมเทศน์ ฆราวาสหลายคนหิว อยากรู้เรื่องคำสอน ศาสนาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะชีวิตวันนี้เขามีปัญหามาก ต้องการหลักยึดที่เหมาะสมกับปัจจุบัน
  3. ควรรู้ภาษาต่างประเทศดีๆ อังกฤษ หรือฝรั่งเศสอีกสักภาษาหนึ่ง เพื่อจะได้เข้าใจ และแปลเนื้อหาต่างๆ มากมายได้ลึกซึ้ง
  4. เรื่องไม่ค่อยอยู่วัด ถ้ามีธุระน่าจะอยู่ที่เรื่องการจัดการ
  5. ชอบงานอะไรที่เป็นครั้งเป็นคราว ส่วนงานประจำต้องทำสม่ำเสมอไม่ชอบ
  6. ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้น

เรื่องนี้ได้รับฟังแล้วคงต้องพิจารณากัน แต่การที่มีกระจกสักบานคอยส่องให้เราเห็นใบหน้าของเราชัด ก็ช่วยทำให้เราปรับปรุงตนเองให้ดูดีขึ้นได้ เวลาคุยกัน พูดกันไปเรื่อยๆ ผมจับเอามาให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น

“ปัจจุบัน (ค.ศ.2006) ที่บ้านคณะเอ็มอีพี. ปารีส ฝรั่งเศส มีพระสงฆ์ที่ได้รับทุนประมาณ 60 คน ที่ได้ช่วยเขาให้พักและเรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส ได้แก่ อินเดีย เกาหลี พม่า ญี่ปุ่น และไทย เป็นเวลา 3-4 ปี”

ผมเองพอรู้จักคุณพ่อบ้าง พบหน้าพบตากันเป็นบางครั้ง เคยได้ไปเยี่ยมที่วัดคุณพ่อครั้งหนึ่ง นอกจากนั้น ก็ตามโอกาสฉลองสำคัญๆ จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุย คุณพ่อเป็นคนไม่ชอบพูดมากนัก เนื่องจากปัญหาเรื่องหู ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง อยากอยู่คนเดียว อ่านหนังสือมากกว่า เพราะบางครั้งฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนัก เป็นคนเอาจริงเอาจังกับชีวิต หน้าที่ความรับผิดชอบ ด้วยวัยสูงและสุขภาพ เปรียบเหมือน “ชีวิตขาลง” แต่ก็พยายามลงอย่างสง่างาม กับหน้าที่สงฆ์วันนี้ งานอภิบาลวัดบ้านนอก ที่อยู่กันมานาน เหมือนเป็น “พ่อตู้ พ่อใหญ่” ของสัตบุรุษ

“ผมแก่แล้ว!”

สัมภาษณ์ในระหว่างการสัมมนาสงฆ์ 4 สังฆมณฑลอีสาน  ที่ จ.นครราชสีมา
วันที่ 23-27 มกราคม ค.ศ.2006