พระสงฆ์ที่รูปร่างใหญ่โตมองเห็นเด่นแต่ไกลมีไม่กี่คน ในบรรดาคนใหญ่คนโต มี “คุณพ่อยัง ฮาเบรสโตร” (Jean Habrestroh) รวมอยู่ด้วย

ทุกวันนี้เวลาเข้าเงียบแต่ละเดือนจะเห็นพระสงฆ์มิสชันนารีฝรั่งไม่ถึง 5 องค์ และที่ี่เห็นเป็นประจำคือคุณพ่อยังฮาเบรสโตร และคุณพ่อเรอเน บริสซอง

ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อ 2-3 ครั้ง เพื่อขออนุญาตนำเรื่องราวมาแบ่งปันใน “เพื่อนสงฆ์” ของเรา ระหว่างที่คุณพ่อพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ และเวลาเข้าเงียบ ครั้งแรก วันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2006 คุณพ่อนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ด้วยปัญหาลำไส้ทะลุ ต้องผ่าตัดล้างของเสียออก ครั้งนี้อาการค่อนข้างหนักกว่าที่เคยเป็นมาเนื่องด้วยสุขภาพและวัยที่สูงขึ้น

คุณพ่อยัง ฮาเบรสโตร ปัจจุบันอายุ 85 ปี เป็นชาวฝรั่งเศส บวชเป็นพระสงฆ์คณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (OMI) วันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ.1947 ที่ประเทศฝรั่งเศส เคยเป็นอาจารย์สอนที่บ้านเณรใหญ่ของคณะ 1 ปี ต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นธรรมทูตที่ศรีลังกา โดยไปแทนคุณพ่อที่ถูกประกาศให้ไปคนแรกซึ่งเปลี่ยนใจไม่ไป อธิการของคณะจึงขอให้คุณพ่อฮาเบรสโตรไปแทน คุณพ่อก็ยินดีและอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 18 ปี

ขณะอยู่ที่ศรีลังกา ได้ทำงานที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์สำหรับคริสตังที่นั่น คือได้แปลบทมิสซาที่ใช้อ่านประจำวันอาทิตย์และวันธรรมดาเป็นภาษาสิงหล หลายคนรู้จักคุณพ่อจากผลงานชิ้นนี้ คุณพ่อรู้สึกภาคภูมิใจเป็นพิเศษ และทุกครั้งที่พูดถึงศรีลังกา คุณพ่อก็จะพูดถึงเรื่องนี้

สมัยอยู่ที่ศรีลังกา มีเรื่องที่พูดกันมากเรื่องหนึ่งคือ “มีคนหนึ่งที่ไม่ชอบศาสนาคริสต์ ได้ต่อต้านพวกเราอย่างรุนแรงมาก ได้พิมพ์หนังสือโจมตีศาสนาและพูดถึงแม่พระ ไม่ดี ใช้คำพูดและภาษาที่ไม่เหมาะสมมากๆ ต่อมาได้เกิดแผ่นดินยุบ สูบเอาโรงพิมพ์และคนๆ นั้นตาย นี่เป็นเรื่องใหญ่” คุณพ่ออยู่ในสมัยนั้นด้วย และสรุปสั้นๆ ว่า “พระเยซูไม่อนุญาตให้ใครมาว่าแม่ของพระองค์”

คุณพ่อเข้ามาประเทศไทยพร้อมกับคุณพ่อคริสเตียน จืลล์ เมื่อ ค.ศ. 1966 เวลานั้นอายุ 45 ปี บัดนี้อยู่มาได้ 40 ปีแล้ว อยู่ที่วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ สามเสน สมัยคุณพ่อตาปี และต่อมาสมัยคุณพ่อบุญเลิศ ธาราฉัตร เป็นเจ้าวัด

อยู่ที่นี่เพียง 1 ปี เพื่อเรียนภาษาไทย อยู่ที่วัดพระตรีเอกภาพ หนองหิน 12 ปี ต่อมาถูกประกาศย้ายไปอยู่ที่ท่าจีน แต่ยังไม่ทันได้ไป ก็ถูกเปลี่ยนให้มาอยู่ที่วัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร บางเชือกหนัง 2-3 ปี อยู่ที่สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยและช่วยงานอภิบาลอาสนวิหารอัสสัมชัญ 12 ปี หลังจากนั้นพักเกษียณที่บ้านของคณะที่รังสิต และช่วยงานอภิบาลวัดเซนต์จอห์น

มไม่ทราบว่าในจิตใจของมิสชันนารีอาวุโส ซึ่งละทิ้งบ้านช่อง ญาติพี่น้องมาทำงานในประเทศไทย จนกระทั่งกำลังวังชาร่วงโรยเหมือนใบไม้ใกล้จะร่วง เรือจะเทียบท่าแล้ว

ตั้งแต่ ค.ศ. 1992 มาปีนี้ไม่ค่อยสบาย จึงพักงานอภิบาล และไปช่วยที่วัดแม่พระมหาการุณย์ นนทบุรี กับคุณพ่อราฟาแอล คณะปีเม เป็นครั้งคราว คุณพ่อยังเสริมอีกว่า “คุณพ่อราฟาแอลช่วยรับเป็นพ่อวิญญาณของพ่อด้วย!”

คุณพ่อย้อนอดีตให้ฟังว่า “ในครอบครัว พ่อเป็นคนที่ 2 ในจำนวน 5 คน ตั้งแต่เล็กๆ ไม่เคยเห็นหน้าบิดา แม่เป็นครู ต้องเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คน ทุกวันนี้ทุกคนตายหมดแล้ว เหลือพ่อเพียงคนเดียว น้องสะใภ้ยังเขียนจดหมายติดต่อกันบ้าง” “พ่อเข้าบ้านเณรเล็กและบ้านเณรใหญ่ของสังฆมณฑลแวร์ซายส์ ปารีส เหลืออีกหนึ่งปีจะได้รับพิธีขั้นอนุสงฆ์ (Subdeacon) อยู่แล้ว พ่ออยากเป็นพระสงฆ์ธรรมทูตมากกว่า จึงได้ตัดสินใจเข้าคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล (โอเอ็มไอ.) มีเพื่อนอีกคนมาอยู่ที่มาเลเซีย ชื่อเดอกรัวส์ เป็นพระสงฆ์คณะเอ็มอีพี ยังมีชีวิตอยู่ สมัยนั้นบ้านเณรใหญ่มีเณรกว่าร้อยคน” มีพิธีรับพ่อเป็นสมาชิกคณะ โอเอ็มไอ วันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1946 เข้าโนวิส 1 ปี และบวชในปีถัดมา

“สิ่งที่พ่อถือเป็นหลักคือ เราต้องช่วยงานสังฆมณฑลมากกว่าเน้นงานของคณะตนเอง เรามาเพื่อช่วยพระศาสนจักรท้องถิ่น พ่อพยายามเน้นเรื่องนี้ให้สมาชิกเข้าใจ บางคนอาจจะไม่เข้าใจ รุ่นแรกที่มาคือ คุณพ่อเยรารด์ ฟอร์แตง มาเป็นคนแรก และต่อมาอีก 6 เดือน คุณพ่อคริสเตียน จืลล์ และพ่อมาพร้อมกัน”

“ปีนี้ (2006) เพื่อนร่วมรุ่นที่บ้านเณรแวร์ซายส์สมัยนั้นเขาฉลอง 60 ปี รวมทั้งหมดเกือบ 20 คน เขาส่งรูปมาให้ดู จำไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้ติดต่อกันนานหลายสิบปีแล้ว”

คุณพ่อฮาเบรสโตรเคยทำงานสื่อมวลชนคาทอลิกระดับชาติเป็นเวลา 12 ปี ในระหว่างนี้มีพิธีสถาปนาพระอัครสังฆราชไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นพระคาร์ดินัล ค.ศ. 1983, พระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศไทย ค.ศ.1984, มีการประชุมระดับทวีปเอเชีย ค.ศ. 1986 และระดับโลกที่ประเทศไทย ค.ศ. 1990, มีพิธีแต่งตั้งบุญราศีสองคอนที่กรุงโรม ค.ศ. 1989 คุณพ่อเอาใจใส่ ทุ่มเทเพื่องานสื่อมวลชนคาทอลิกให้เป็นรูปร่าง

“พ่อเคยไปรับการอบรมเรื่องสื่อมวลชนที่เอชเอ็น ประเทศอังกฤษ 2 เดือน และเข้าร่วมประชุมระดับโลกที่ฟิลิปปินส์ ที่กีโต เอกวาดอร์ ปีนี้อาจารย์์ชัยณรงค์ได้รับเลือกเป็นประธานอุนด้าโลก” “เคยเข้าร่วมประชุมระดับเอเชียครั้งแรกสุด ที่สวางคนิวาสซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ต่อมาที่อินเดีย มาเก๊า และเกาหลี แต่ปีไหนจำไม่ได้แล้ว”

ขณะนั่งคุยกันสองต่อสอง ผมสังเกตว่าคุณพ่อมีท่าทางเหนื่อยและอ่อนเพลียมากในปีนี้ ระหว่างที่พูด บางครั้งจะพูดถึงแมร์มีเรียม กิจเจริญ และคณะเซนต์ปอล เดอชาร์ตร ซึ่งได้ช่วยคุณพ่อมากทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน วันนี้น้ำหนักเหลือ 90 กิโลกรัม เคยสูงถึง 100 กว่ากิโลฯ ตั้งแต่สมัยอยู่ศรีลังกาแล้ว ส่วนสูง 185 เซนติเมตร สุขภาพดูอ่อนแอไปมาก เวลาเดินจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัวอยู่บ้าง แต่ยังไม่อยากใช้ไม้เท้า

ผมไม่ทราบว่าในจิตใจของมิสชันนารีอาวุโส ซึ่งละทิ้งบ้านช่อง ญาติพี่น้องมาทำงานในประเทศไทย จนกระทั่งกำลังวังชาร่วงโรย เหมือนใบไม้ใกล้จะร่วง เรือจะเทียบท่าแล้ว ท่านกำลังคิดอะไร ประสบการณ์เรื่องราวมากมายที่สะสมไว้ในชีวิต ผมสังเกตว่า คุณพ่อสนใจและทำงานสื่อมวลชนฯ มานาน แต่เป็นคนไม่ค่อยสื่อสารกับผู้คนมากนัก หรือว่าคุณพ่อกำลังสื่อด้วยประจักษ์พยานชีวิตที่พยายามทำหน้าที่สงฆ์อย่างเรียบง่าย

วันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2007 จะเป็นวันฉลอง 60 ปีชีวิตสงฆ์แล้ว

“ไม่รู้พ่อจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า?”