สิ่งที่คนไทยเราจับตามองจ้องเขม็งใน 2-3 ปีที่ผ่านมา คือความรุนแรงในสามจังหวัด และเรื่องสึนามิซึ่งเกิดขึ้นในภาคใต้บ้านเรา “เพื่อนสงฆ์” ได้พูดคุยกับคุณพ่อนที ธีรานุวรรตน์ อุปสังฆราช เมื่อได้รับแต่งตั้งถือว่าอายุน้อยที่สุด จนบางคนนึกว่า “ยังเป็นบราเดอร์” อยู่

ได้รับแต่งตั้งเป็นอุปสังฆราชเมื่ออายุ 33 ปี สมัยพระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ เป็นศิษย์แสงธรรม รุ่นที่ 17 บวชมา ได้ 10 ปี เป็นอุปสังฆราชมาได้ 7 ปี เป็นลูกชายที่เป็นลูกหม้อของสังฆมณฑลตามลำดับคือ คนหัวปี ได้แก่ คุณพ่อสมพงษ์ ฉัตรบรรยงค์ คุณพ่อพิรัตน์ (มด) ดำรงศักดิ์ คุณพ่ออนุชา นิธิภัทราภรณ์ (มรณะหลังจากบวชได้ 9 เดือน) คุณพ่อยุทธการ ยนปลัดยศ และคุณพ่อนที

ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นพระสงฆ์สังฆมณฑล 9 องค์ คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ 15 องค์ คณะซาเลเซียน 24 องค์ และซิสเตอร์ 104 คน จำนวนคริสตัง 7,500 คน พื้นที่ 15 จังหวัด พื้นที่ยาวถึงพันกิโลเมตร บนถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4)

ในรุ่นเดียวกันที่บวชเป็นพระสงฆ์ คือ คุณพ่ออเนก นามวงศ์ จันทบุรี, คุณพ่ออนุชา ไชยเดช และคุณพ่อชูศักดิ์ ์บุญอนันตบุตร กรุงเทพฯ, คุณพ่อเชาวฤทธิ์ สาสาย อุบลฯ, คุณพ่อผจญ (นครสวรรค์), คุณพ่อพัฒนา อุปการ คุณพ่อพรภิรมย์ บุญทรัพย์ คุณพ่อประสิทธิ์ ไกรโหล คุณพ่อแดง แจ่มเพลง อุดรฯ

ได้รับแต่งตั้งเป็นอุปสังฆราชครั้งแรกจากพระคุณเจ้าประพนธ์ พระคุณเจ้าบอกว่า “ต้องตั้งตามระเบียบ แต่งานที่ต้องรับผิดชอบเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะสังฆมณฑลของเราเล็ก พระคุณเจ้าทำเองได้ แต่จากประสบการณ์ที่ได้รับในฐานะเป็นอุปสังฆราช เมื่อมองย้อนไปแล้ว ได้รับมากจากการได้เข้าประชุม ได้ร่วมทำงานกับพระคุณเจ้า ได้รู้ได้้เห็นโดยตรง”

เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว รู้สึกอย่างไรกับประสบการณ์ที่ได้รับ

“โอ้ย…ได้รับมาก เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก”

แม้นคำพูดจะบ่งบอกถึงประโยชน์มากมายที่ได้รับ แต่ใบหน้าของผู้พูดก็ยังดูนิ่งเหมือน “นที ที่อยู่ในสระ” กับบุคลิกภาพ “บุรุษหน้าตาย” คุณพ่อนทียังเล่าถึงความประทับใจที่ได้รับว่า ในช่วงเตรียมฉลองปี ค.ศ. 2000 ได้รับมอบหมายให้้ออกไปอบรมฟื้นฟูจิตใจสัตบุรุษตามวัด ต้องจัดเป็นทีม 3-4 คน ไปตามวัดใหญ่ หมุนเวียนกัน ตอนนั้นสนุกมาก และได้้สัมผัสกับสภาพสังฆมณฑล ได้ใกล้ชิดมาก หลังจากนั้นได้พักหนึ่งปี สมัยพระคุณเจ้าประธาน คุณพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นอุปสังฆราชอีก

ขณะที่สามจังหวัดภาคใต้กลายเป็นดินแดนต้องห้าม แต่พื้นที่นี้ พระศาสนจักรยังอยู่ท่ามกลางพี่น้องทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม เป็นเพื่อนบ้านกัน ความรุนแรงที่สะสมมานานและดูเหมือนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคาดเดาไม่ถูกว่าเมื่อไหร่ความสงบร่มเย็นจะกลับมาสู่ด้ามขวานทองอีกครั้ง ผลกระทบที่มีต่อพระศาสนจักรที่เห็นได้ก็คือ โรงเรียนต่างๆ เด็กลดลง ครูหลายคนลาออก หลายแห่งยังขาดครู ส่วนคริสตัง แรกๆ ก็กลัว แต่ต่อมาชินกับสภาพเหล่านี้ที่เกิดขึ้นรายวันและบ่อยๆ ต้องระวังตัวมากขึ้น จะย้ายไปที่อื่นๆ นั้นไม่ค่อยมี เคยพบผู้ปกครองที่มารับลูก บางคนต้องใส่เสื้อกันกระสุนตลอดเวลา

สังฆมณฑลคิดและทำอย่างไรกับปัญหานี้

“สิ่งที่เราทำได้ก็กำลังเตรียมอยู่ พระคุณเจ้ากำลังเตรียมงาน วันที่ 1 ตุลาคม จะมีพิธีมิสซา ภาวนาถวายสังฆมณฑล แด่แม่พระ เพื่อขอให้เกิดความสงบ และสันติสุขในสังฆมณฑล เพราะสารของแม่พระฟาติมาก็ได้พูดไว้ และในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งพระสงฆ์ นักบวช ฆราวาส จะสัมมนาประจำปี คงจะมีกิจกรรมที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้น”

งานสึนามิมาถึงวันนี้แม้นจะดูเหมือนเงียบ แต่พระศาสนจักรยังก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

“ความช่วยเหลือด้านวัตถุต่างๆ ก็น้อยลงไป เราเริ่มมิติด้านจิตใจมากขึ้น เปิดศูนย์ที่ตะกั่วป่า แต่ก่อนพระคุณเจ้าประพนธ์ซื้อที่ไว้ 16 ไร่ ยังไม่ได้คิดทำอะไร ตอนนี้ทับตะวัน พังงา เรามี “ศูนย์พรตะวัน” ไปเยี่ยมเยียน พูดคุยและอยู่ท่ามกลางพวกเขา มี 106 หมู่บ้าน ที่เราไปเยี่ยมเยือน เป็นกำลังใจให้เขา และสร้างให้เขาเป็นชุมชนพึงตนเอง ช่วยเขาจัดตั้งเครดิตยูเนียน ซึ่งก็ได้ผลดี พวกเขาได้ช่วยกันเอง เริ่มเห็นประโยชน์แล้ว และจากการที่ออกไปเยี่ยมนี้ ได้พบคริสตังที่ย้ายไปทำมาหากินที่นั่นกว่า 20 คน ที่กระบี่ เปิดศูนย์ฝึกอาชีพ ภาษา คอมพิวเตอร์ นวดแผนโบราณ ฯลฯ”

ช่วงรอยต่อระหว่างพระคุณเจ้าประพนธ์ ซึ่งมรณภาพอย่างกะทันหัน คุณพ่อนิพนธ์ สาราจิตต์ รักษาการแทน (diocesean administrator) อยู่ปีครึ่งเป็นอย่างไรบ้าง?

“งานประจำก็เป็นไปตามปกติ ไม่หยุด กิจกรรมต่างๆ เรื่องใหม่ๆ ก็ต้องรอพระสังฆราชองค์ใหม่ อาจจะดูเงียบไปบ้าง”

ประสบการณ์ทำให้เราเติบโต ทำให้เราเข้าใจและยอมรับความจริงมากขึ้น อย่างไรก็ตามสังฆมณฑลสุราษฎร์ฯ ยังเป็นขุมทรัพย์อันดามัน ยังมีไข่มุกเม็ดงานที่มีค่าซ่อนอยู่ใต้ทะเลอยู่อีกมากมาย.