คุณพ่อโอสถ ลือเรื่อง อายุ 45 ปี เป็นศิษย์เก่าแสงธรรมรุ่นที่ 14 บวชมาครบ 16 ปี เป็นลูกหัวปีในครอบครัว มีน้องอีก 2 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด เป็นสัตบุรุษวัดอัครเทวดามีคาแอล ซ่งแย้ ยโสธร มีญาติๆ ที่บวชเป็นพระสงฆ์คือ คุณพ่อพิทักษ์ ศิลาโคตร อยู่สังฆมณฑลนครสวรรค์ และคุณพ่อวีรเดช ศิลาโคตร สังฆมณฑลอุบลราชธานี

คุณพ่อโอสถเป็นประธานจัดการสัมมนาพระสงฆ์ 4 สังฆมณฑลอีสาน ครั้งที่ 19 ในหัวข้อ “เปาโล ชีวิตและแบบอย่างผู้ประกาศพระวาจา” วันที่ 12-16 มกราคม ค.ศ. 2009 ณ โรงแรมกิจตรง ชานเมืองอุบลราชธานี

คาดว่าจะมีพระสังฆราชและพระสงฆ์เข้าร่วมการสัมมนาประมาณ 115 องค์ จากจำนวนพระสังฆราชและพระสงฆ์ที่ทำงานในสังฆมณฑลอุบลราชธานี 44 องค์ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง 64 องค์ สังฆมณฑลนครราชสีมา 40 องค์ และสังฆมณฑลอุดรธานี 39 องค์ รวมทั้งสิ้น 187 องค์

ปกติกรรมการจัดสัมมนาจะมาจากสังฆมณฑลต่างๆ สังฆมณฑลละ 2 องค์ มีพระคุณเจ้ายอเซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เป็นประธานและเป็นกรรมการของสี่สังฆมณฑลอีสาน ร่วมกันพิจารณาปรึกษากัน เลือกประเด็นเนื้อหาที่จะประชุมซึ่งเราก็เสนอให้พระสังฆราชฯ ของตนเองพิจารณา 3 เรื่อง เมื่อผ่านแล้วก็ดำเนินการต่อไป

ความพิเศษของสงฆ์ 4 อีสาน

เนื่องจากพวกเรามีความใกล้ชิดกัน เคยอยู่บ้านเณรเล็กมาด้วยกัน มีภาษาและวัฒนธรรมหลายอย่างที่ใกล้เคียงกัน ลักษณะการทำงานก็เป็นแบบเดียวกัน จึงทำให้รู้สึกอยากจะมาร่วมประชุม กรรมการก็มีมติออกมาแล้วว่า แม้ระดับชาติจะจัดปีเว้นปี แต่ทางอีสานอยากให้จัดเป็นประจำทุกปีเหมือนเดิมและหมุนเวียนกันไป

จุดประสงค์ของการสัมมนาคือ เพื่อพบปะกัน เป็นการศึกษาต่อเนื่องสำหรับชีวิตสงฆ์โดยมีประเด็นสำคัญๆ ร่วมกัน มีกิจกรรมร่วมกันของพระสงฆ์ที่ทำงานในพื้นที่เขตอีสาน และคณะนักบวชต่างๆ ด้วย

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับทุกคนอีกรายการหนึ่งคือ วันที่ได้สัมผัสพื้นที่งานอภิบาล ท่องเที่ยว ครั้งก่อนเราข้ามไปฝั่งลาวมาแล้ว ครั้งนี้จะล่องเรือในแม่น้ำโขง โขงเจียม ผาแต้ม ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ที่บรรดามิสชันนารีเคยใช้เป็นเส้นทางในการแพร่ธรรม คิดว่าน่าสนใจและจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

งานที่ภูมิใจอย่างหนึ่ง

สมัยหนึ่งผมเคยรับผิดชอบงานด้านสื่อมวลชนคาทอลิกของสังฆมณฑลอุบลฯ และเป็นกรรมการระดับชาติด้วย ซึ่งเป็นช่วงแรกๆ ของอุบล เป็นงานบุกเบิก และวางรากฐานไว้ ต่อมาเมื่อย้ายไปอยู่วัดอื่น ก็มีรุ่นน้อง คือคุณพ่ออเนก คำตา มารับผิดชอบแทน ตอนนี้เป็นคุณพ่อบุญพฤกษ์ ทองอินทร์ ก็เจริญก้าวหน้ามากขึ้น

ผมเคยจัดรายการวิทยุอยู่พักหนึ่ง ที่อุบลฯ ตอนนั้นได้ไปสอบใบผู้ประกาศที่กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ และได้ “ใบผู้ประกาศ” ด้วย

คณะกรรมการจัดงานได้พยายามจัดบรรยากาศความเป็นเพื่อนพี่น้องกันระหว่างการสัมมนา รวมทั้งเนื้อหาที่น่าสนใจสถานที่ประชุม และการทัศนศึกษาสถานที่สำคัญๆ ในสังฆมณฑลนั้นๆ พระสงฆ์ในสังฆมณฑลอุบลฯ ได้รับหน้าที่แบ่งสรรกันไป เพราะเป็นเจ้าภาพ ทุกคนมีหน้าที่ในฐานะเจ้าของบ้าน

ทุกวันนี้ งานส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์พื้นเมืองที่รับผิดชอบ สำหรับการต่องาน ที่ผ่านมาคิดว่าไม่มีปัญหา เป็นการรับช่วงต่องานซึ่งพูดได้ว่า “เนียน” มาก และมิสชันนารีก็อายุมาก และมีน้อย

ในฐานะที่อยู่ติดชายแดนลาว ก็ไปมาหาสู่กันบ้าง เพราะทางฝั่งลาวยังเคร่งครัด จะทำอะไรต้องขออนุญาต จะจัดประชุม จัดฉลองวัด ก็ต้องขออนุญาตและต้องรายงานเมื่อเสร็จงานแล้ว  ทางรัฐบาลลาวยังควบคุมอยู่

ถ้าเมื่อไหร่ลาวเปิดประเทศมากขึ้น คิดว่าคงมีบางคนสนใจอยากไปช่วยทางฝั่งโน้น เคยมีคนสนใจหลายคนเหมือนกัน

รุ่นเดียวกันที่บวช กรุงเทพฯ คุณพ่อสมเกียรติ บุญอนันตบุตร คุณพ่อธีระ กิจบำรุง ราชบุรี คุณพ่อเจริญ ว่องประชานุกูล คุณพ่อธาดา พลอยจินดา ท่าแร่ฯ คุณพ่อสมรชัย กระแสสิงห์ คุณพ่อสุรชาติ (ช้าง) มุลสุทธิ คุณพ่อ ศุภวัฒน์ ดอกเกตุ จันทบุรี คุณพ่อสมนึก ประทุมราช และเชียงใหม่ คุณพ่อสถิต สะอิ

หน้าที่รับผิดชอบ

ที่ผ่านมาได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ อยู่ตามวัด 5 แห่ง (ดูประวัติ)

ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดพระหฤทัยพระเยซูเจ้า เขมราฐ อุบลราชธานี ต้องดูแลทั้งหมด 6 แห่ง มี 240 ครอบครัวสัตบุรุษ 500 คน งานในบริเวณนี้เป็นงานเหมือนกับธรรมทูตพวกแรก วันอาทิตย์ต้องแบ่งเป็นสองเส้นทาง เส้นทางที่หนึ่ง 40 กิโลเมตร มีวัดอยู่ 4 แห่ง ห่างกันแห่งละ 15 กิโลเมตร ส่วนอีกเส้นหนึ่งต้องไปอีกวันหนึ่ง

ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องหน่วยงานพระสงฆ์ของอุบลฯ ตั้งใจว่าจะพยายามทำหน้าที่รับใช้ และประสานสัมพันธ์ สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในคณะสงฆ์ และจัดอะไรๆ ให้เข้าที่เข้าทาง พยายามจัดระบบเอกสารให้ชัดเจน และสำหรับเพื่อนพระสงฆ์ด้วยกัน ได้พยายามหาทางช่วยเหลือกัน พบปะเล่นกีฬากัน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือ และให้คำแนะนำแก่กันและกัน

อยากรวบรวมเอกสาร ประวัติพระสงฆ์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งพระสงฆ์ที่มรณะไปแล้ว ซึ่งคนรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยทราบ และรวมทั้งประวัติของแต่ละวัด ก็อาจจะมีคนสำคัญๆ หรือเหตุการณ์สำคัญของชุมชนที่นั่นด้วย ซึ่งผมเคยประสบกับตนเอง ในสุสานของวัดหนึ่ง ปล่อยหญ้ารกร้าง ไม่ได้เอาใจใส่ แต่พอทำความสะอาดและสอบถามกัน ก็ทราบว่า เคยเป็นคนใหญ่คนโตในหมู่บ้านมาก่อน  รุ่นหลังๆ ไม่ทราบกันแล้ว

ที่สุดเรื่องการสัมมนาฯ อยากเชิญชวนเพื่อนสงฆ์ให้ไปร่วมสัมมนากันให้มากๆ เพราะคณะกรรมการจัดฯ พยายามจัดเพื่อพระสงฆ์ จะได้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งความรู้และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ก่อนจบคุณพ่อเล่าให้ฟังถึงตำแหน่งและหน้าที่เลขาธิการคณะสงฆ์อุบลฯ ว่าเป็นอย่างไร?

คุณพ่อโอสถเล่าถึงช่วงที่ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการฯ ว่าก็ไม่มีอะไรมาก ตอนประชุมกันนั้น สหรัฐอเมริกากำลังหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่กัน ระหว่างโอบามาและแมคเคน และเขาก็แหย่ว่า “คนที่ชื่อ...โอ...มาแรงเด้อ”

“เราก็มี โอ...เหมือนกัน...โอสถ !!!”

ผมก็เลยถึง...บางอ้อ...โอ..!

@@@

ข้อมูลจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี เมืองดอกบัว มีประชากรอันดับที่ 3 ของประเทศ 1,785 ล้านคน  มีพื้นที่มาเป็นอันดับที่ 5 คือ 16.112 ตารางกิโลเมตร มี 25 อำเภอ 219 ตำบล และ 2469 หมู่บ้าน

จังหวัดอุบลราชธานี เคยเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่ในปี ค.ศ. 1972 ได้แยกอำเภอยโสธรและอำเภอรอบๆ เป็นจังหวัดยโสธร ต่อมา ค.ศ.1992 ได้แยกอำเภออำนาจเจริญและรอบๆ เป็นจังหวัด

ค.ศ.1881 สมัยรัชกาลที่ 5 ตรงกับสมัยพระคุณเจ้าหลุยส์ เวย์ วันที่ 12 มกราคม พระคุณเจ้าได้แต่งตั้งคุณโปรดอม อายุ 32 ปี อยู่ในประเทศไทย 6 ปี และคุณพ่อซาเวียร์ เกรโก อายุ 26 ปี อยู่ในประเทศไทย 2 ปี และคณะซึ่งมีครูเณร 1 คน ศิษย์อีก 2-3 คน ขึ้นมาสำรวจอีสาน โดยออกจากวัดอัสสัมชัญ บางรัก นั่งเรือย้อนขึ้นไปอยุธยา หัวแก่ง สระบุรี ผ่านดงพญาเย็น โคราช ขอนแก่น กาฬสินธุ์ กมลาสัย ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ มาถึงจังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1881 ใช้เวลา 102 วัน เวลานั้นมีประชากรเพียง 5,000 คน (ห้าพันคน)

ช่างทรหด อดทนและใจเด็ดจริงๆ !!!

คุณพ่อโอสถ ผู้มีรูปร่างสูง 180 เซนติเมตร สง่า ใบหน้าอมยิ้มผสมเสียงหัวเราะเป็นระยะ ถ้าจับไมโครโฟนร้องเพลงแล้ว เพื่อนๆ จะต้องไม่เชื่อหู หุ่นแสนจะแมน แต่เสียงหวานเหมือนนักร้องลูกทุ่ง และต้องขออีกเพลงๆ

@@@

ประวัติส่วนตัว

เกิดวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1964 เป็นสัตบุรุษวัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้ ยโสธร บวชวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1993

ประวัติการศึกษา

  • เรียนที่โรงเรียนซ่งแย่ทิพยา ยโสธร จบชั้นประถมศึกษา
  • ค.ศ. 1976-1983 เรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ อุบลราชธานี จบชั้นมัธยม
  • ค.ศ. 1985-1991 เรียนที่วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน นครปฐม จบปริญญาตรี สาขาปรัชญาและเทววิทยา
  • ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จบปริญญาตรี สาขาบริหารการศึกษา

ประวัติการทำงาน

  • ค.ศ. 1993 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระวิสุทธิวงศ์ บ้านหนองคู อำนาจเจริญ
  • ค.ศ. 1993-1995 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารแม่พระนิรมลอุบลฯ
  • ค.ศ. 1995-1998 เจ้าอาวาสวัดแม่พระถือศีลชำระ บ้านเอือดน้อย, วัดนักบุญเปโตร โนนเพ็ก
    และวัดนักบุญเทเรซา บ้านนาสามขา อุบลราชธานี
  • ค.ศ. 1999-2002 เจ้าอาวาสวัดนักบุญอันนา บ้านบัวท่า,
    วัดพระคริสตราชา บ้านพลาญชัย อุบลราชธานีฯ
    และผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิก สังฆมณฑลอุบลราชธานี
  • ค.ศ. 2002-2008 เจ้าอาวาสวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านหนองคูน้อย (บ้านเหล่า)
    และผู้จัดการโรงเรียนมารีย์นุเคราะห์ บ้านหนองคูน้อย ยโสธร
  • ค.ศ. 2008-ปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดพระหฤทัยพระเยซูเจ้า เขมราฐ อุบลราชธานี
    วัดพระคริสตแสดงองค์ นิคมแปลง 2 วัดนักบุญยอห์นอัครสาวก บ้านห้วยกระแสน
    และวัดนักบุญลูกา บ้านป่าก่อ อำนาจเจริญ