พิธีอภิเษกคุณพ่อชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เป็นพระสังฆราช ซึ่งพระคุณเจ้าพเยาว์ มณีทรัพย์ เป็นประธาน ผ่านไปด้วยความสง่างาม และเรียบร้อย ผู้คนมากมายอยู่เบื้องหลังงานนี้ แต่บุคคลหนึ่งที่เป็นพ่องานด้วยคือ “คุณพ่อประยูร นามวงศ์” อุปสังฆราช สังฆมณฑลนครราชสีมา นาน 30 ปี เท่ากับอายุของพระสังฆราช

ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อประยูร นามวงศ์ เพื่อมาลง “เพื่อนสงฆ์” โอกาสประชุมสภาพระสังฆราชฯ วันที่ 27-29 มีนาคม 2007 ที่บ้านผู้หว่าน เป็นการเปิดใจ แบ่งปันชีวิตสงฆ์ และความรู้สึกลึกๆ เล่าสู่กันฟัง

บ้านเดิมเป็นคนวัดขลุง มีพี่น้อง 12 คน เสียชีวิตไปตอนเล็ก 3 คน โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ 9 คน ปัจจุบันเหลือ 5 คน เข้าบ้านเณรเล็กศรีราชา แต่จับพลัดจับผลู เข้าบ้านเณรใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร แต่สู้จนได้ดี

บวชวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 1972 เป็นลูกหัวปีของพระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต บัดนี้ชีวิตสงฆ์ 35 ปี อยู่อีสานมากว่าสามสิบปี เมื่อบวชแล้ว พระคุณเจ้าเทียนชัยมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลเณรเล็กและผู้จัดการโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา
3 ปี ครึ่ง

ต่อมาได้สมัครไปทำงานสังฆมณฑลนครราชสีมา สมัยพระคุณเจ้าวังกาแวร์ แทนคุณพ่อองค์หนึ่งที่นครราชสีมา

6 เดือน ซึ่งกลับไปพักที่ฝรั่งเศส แต่เมื่อจบแล้วก็ทำงานต่อมาเรื่อยๆ ท่านให้ไปดูแลโรงเรียนอรุณวิทยา ปากช่อง 2 ปี ต่อมาพระคุณเจ้าพเยาว์ได้รับอภิเษกเป็นสังฆราช ท่านก็ย้ายผมกลับมาที่โคราชเป็นอุปสังฆราช และเป็นเจ้าอาวาสอาสนวิหารแทนคุณพ่อมารีอุส หลุยส์ เบรย์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสมากว่า 30 ปี

ค่ายผู้ลี้ภัย สีคิ้ว

ค.ศ. 1994 ผมขอพักหนึ่งปีไปปารีส เรียนต่อหลักสูตรสั้นๆ เมื่อกลับมาพระคุณเจ้าก็ให้อยู่ประจำสำนักมิสซังฯ ดูแลโรงพยาบาลเซนต์แมรี่ สร้างโรงเรียนมารีย์รักษ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นที่พักของพระคุณเจ้าพเยาว์ด้วย รับผิดชอบอยู่ 10 ปีเศษ ต่อมาต้องตัดงานโรงเรียนออกไป เพราะต้องดูแลเรื่องที่ดิน มูลนิธิ ฯลฯ ไม่มีเวลา

ความฝังใจกับชีวิตสงฆ์ คืองานผู้ลี้ภัย ที่สี่คิ้ว เป็นจิตตาธิการ ค.ศ.1976 เป็นงานที่เราเข้าถึงคนจนจริงๆ แต่พวกโบ้ทพีเพิลมีหลายระลอก ได้ถวายมิสซา สอนเรียน เลี้ยงเด็กกำพร้า จนกระทั้งพวกเขาได้ไปประเทศที่สามและประเทศของตนเอง ถือว่าปิดค่ายสี่คิ้ว

แม้นไม่ใช่งานเอกของสังฆมณฑล แต่ความรู้สึกสำหรับผม ได้ช่วยคนยากจนจริงๆ เพราะได้เข้าถึงคนจน คนที่ต้องการจริงๆ เขาหมดสภาพแล้ว จึงยื่นมือมาขอความช่วยเหลือจากเรา มันประทับใจ และตรงกับพระวรสาร

เราทำงานเป็นผู้ประสานความช่วยเหลือ คนกลางที่รับเงินจากต่างประเทศมาแล้วผันออกไปให้คนลี้ภัย งานนี้ผมคิดว่าได้ช่วยคนยากจนตรงมากที่สุด

เรื่องภาษาญวน พออ่านได้ พูดได้ แต่เป็นเพียงง่ายๆ ถ้าจะเอาจริงจังก็คงใช้ไม่ได้

สมัยอยู่ที่ศรีราชา รุ่นเดียวกันที่บวช คือ คุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล คุณพ่อบรรจง ภานุพันธ์ รวม 3 คน กรุงเทพฯ มีคุณพ่อปิยะ โรจนะมารีย์วงศ์ และคุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม

ความสัมพันธ์กับสังฆมณฑลจันทบุรี ตอนแรกก็กลับไปบ่อย แต่ต่อมาไม่ค่อยได้ไป เพราะมีประชุม และมีงานมากขึ้น ไปเฉพาะโอกาสฉลองศาสนนาม “ลอเรนซ์” ของพระคุณเจ้าเทียนชัย

นักเรียนนอกแถว

คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า

“ทุกปี อธิการบ้านเณรจะคัดเลือกคนส่งไปเรียนที่กรุงโรม ส่วนที่เหลือไปเรียนปีนัง ปีที่ผมอยู่ปีสุดท้าย พอดีเปลี่ยนอธิการจากพระคุณเจ้ายวงเป็นคุณพ่อทองดี กฤษเจริญ สังฆมณฑลจันทบุรีขอส่งไป 2 คน แต่กรุงโรมให้สังฆมณฑลละ 1 คน กรุงเทพฯ 1 คน อธิการอยากส่งไป 2 คน จึงติดต่อกับคุณพ่อโบลังคณะซาม (SAM) ซึ่งช่วงนั้นท่านกลับไปเป็นเจ้าคณะอยู่ที่เบลเยี่ยม แต่ก่อนท่านเคยเป็นเลขาฯ ของพระคุณเจ้าสงวน สุวรรณศรี ผมกับคุณพ่อสุรินทร์จึงได้ไปเบลเยี่ยม เมื่อไปใหม่ๆ อยู่กันคนละมิสซัง คุณพ่อสุรินทร์อยู่มิสซังนามือร์ ผมอยู่ที่มิสซังตูร์เนย์”

“ต่อมาเรียนไม่ค่อยไหวเพราะเราไปแบบปุบปับไม่ได้เตรียมตัว ภาษาฝรั่งเศสเรียนได้แค่ 2 เดือน ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ในเมืองที่ฟลอเรสต์ และเรียนจบ 2 ปีแรกที่บ้านเณรเล็ก และย้ายมาเรียนเทววิทยาที่นามือร์ 4 ปี รวม 6 ปี ได้กลับมาพักครั้งหนึ่ง เมื่อจบแล้วกลับมาได้ปีเศษ เป็นช่วงที่พระคุณเจ้าสงวนลาออก พระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต ซึ่งอภิเษกเป็นพระสังฆราชได้ 3 เดือน เป็นผู้บวชผมกับคุณพ่อสุรินทร์ที่วัดพระหฤทัย ขลุง พร้อมกัน 2 คน เป็นครั้งแรกที่วัดนี้”

หลักการเจริญชีวิตสงฆ์และการทำงาน

พื้นฐานคือเราต้องยึดพระเยซูเจ้าเป็นหลัก ยึดพระวรสาร เมื่อเราถวายชีวิตให้พระเช่นนี้แล้ว งานทุกอย่างที่เราทำ เราต้องถือว่าเป็นของเราจริงๆ ทั้งชีวิตจิตใจ ต้องให้งานผ่านไปด้วยดี เราอยู่ที่ไหนก็ต้องรักที่นั่น งานของพระคืองานของเรา ไม่ว่างานปกครองสัตบุรุษ วัด โรงเรียน รับใช้คนยากจน คนลี้ภัย ฯลฯ เราบวชมาเพื่อรับใช้ ตามพระเยซูเจ้าที่ให้แบบอย่างแก่เรา

พี่สอนน้อง

อยากให้พระสงฆ์รุ่นน้องๆ คิดถึงเสมอ “เราเป็นพระสงฆ์เพื่อใคร? ทำอะไร?” พยายามรักษาวิธีการเจริญชีวิตให้สอดคล้องกับคติพจน์ของเรา ยึดถือผู้ใหญ่ ให้ความเคารพต่อผู้ใหญ่ให้มากที่สุด จริงอยู่ผู้ใหญ่อาจจะไม่ทันสมัย เพราะต่างวัย มีอะไรก็ค่อยๆ พูดจากัน ทำให้พระสงฆ์รุ่นพี่กับรุ่นน้องอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เมื่อเป็นหนึ่งเดียวกัน พระสงฆ์เราก็จะเป็นแบบอย่างแก่สัตบุรุษ

คุณพ่อประยูร นามวงศ์ ธรรมทูต อีสานคือบ้านหลังที่สอง!