ถ้าถามว่า เวลานี้ ทั้งพระสงฆ์นักบวชและฆราวาส กำลังรอคอยอะไร ถ้าให้จัดลำดับเพียง 5 เรื่อง ผมว่าหนึ่งในห้า ก็คงจะต้องมี “ใครจะมาเป็นสังฆราชสังฆมณฑลนครสวรรค์” ในระหว่างที่ตำแหน่ง “ซังกุงสูงสุด” ยังว่าง แต่ก็มีผู้ทำหน้าที่รักษาการแทน “คุณพ่อศิริชาญ” ซึ่งดูหน้าหนุ่มจนบางคนรู้สึกว่ายังเป็นเด็ก

“เพื่อนสงฆ์” ได้พูดคุยกับคุณพ่อถึงความรู้สึกเวลานี้บ้าง เวลาสภาพระสังฆราชฯ ประชุมกัน จะเห็นคนรุ่นหนุ่มหลายคน เข้าร่วมประชุมด้วย

คุณพ่อศิริชาญ เอียงผาสุข อุปสังฆราชหน้าเด็ก รับศีลบวชเมื่อปี ค.ศ. 1991 รวม 15 ปี พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ผู้บวชให้ในโอกาสฉลอง 25 ปี ที่ประเทศไทยได้รับการยกฐานะเป็นสังฆมณฑล ณ บ้านเณรแสงธรรม พร้อมกับเพื่อน 13 องค์  เป็นศิษย์แสงธรรมรุ่นที่ 13 สมัยคุณพ่อสมศักดิ์ นามกร และคุณพ่อวงศ์สวัสดิ์ แก้วเสนีย์ เป็นอธิการ

 ในรุ่นที่บวชพร้อมกันมี คุณพ่อประชาชาติ ปรีชาวุฒิ คุณพ่อสมชาย อัญชลีพรสันต์ คุณพ่อวิทยา ลัดลอย คุณพ่อสุนัย สุขชัย คุณพ่อสุทธิชัย บุญเผ่า คุณพ่อทิวา มหาไถ่ คุณพ่อพิทักษ์ ศิลาโคตร และผม

ในบรรดาลูกหม้อนครสวรรค์ องค์แรกคือ คุณพ่อมนัส ศุภลักษณ์ “พี่ใหญ่” คุณพ่อมนตรี เพียรรุ่งเรือง “พี่รอง” คุณพ่อศิริชาญ เป็นคนที่สาม ถ้าจะเรียกให้เท่ห์ ต้องบอกว่า “องค์ชายสาม”

เป็นอุปสังฆราชของพระคุณเจ้าจำเนียร สันติสุขนิรันดร์ ต่อจากคุณพ่อไพฑูรย์ หอมจินดา ซึ่งลงมากรุงเทพฯ ค.ศ.2004 เมื่อพระคุณเจ้าจำเนียรได้รับแต่งตั้งให้เป็นอัครสังฆราชของท่าแร่ หนองแสง ผมก็ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้บริหารงาน รักษาการตำแหน่งพระสังฆราชต่อ (diocesan administrator)

“โชคดีที่เรามีพระคุณเจ้าบรรจง อารีพรรค อยู่กับเรา ท่านเป็นกำลังใจให้เรา มาระยะหลังพระคุณเจ้าซึ่งปีนี้อายุ 80 ปีแล้ว เริ่มหลงลืมบ้างและยืนนานๆ เวลาถวายมิสซาไม่ค่อยได้ ปกติพระคุณเจ้าถวายมิสซาให้กับบราเดอร์ลาซาล ที่โรงเรียนลาซาลโชติระวี ระยะหลังๆ นี้ ขอให้พระคุณเจ้าได้พักผ่อนรักษาสุขภาพก่อน ก็มีคุณพ่อพิทักษ์ไปแทน”

เรื่องการทำงาน ไม่มีปัญหาอะไร เพราะการตัดสินใจอะไรใช้กรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร เราจึงทำ ถือเป็นเรื่องของสังฆมณฑล เรื่องนี้ไม่ลำบากอะไร เช่น การสร้างโรงเรียน ต้องกู้ธนาคาร ที่พิษณุโลก แม่สอด และอุตรดิษถ์ เป็นมติของคณะกรรมการ ตอนนี้ถือว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่ แต่คิดว่าภายใน 5-10 ปี ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงจะผ่อนคืนได้หมด

บทบาทหน้าที่ซึ่งทำเวลานี้ ก็ทำหน้าที่เพียงประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ เป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยาก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เรื่องประสานความคิดเห็นที่ต่างกัน เพราะในสังฆมณฑลมีพระสงฆ์สังฆมณฑล 15 องค์ พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศ และจากกรุงเทพฯ แห่งละ 9 องค์

“นอกจากนี้หน้าที่ประจำอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องอภิบาลอาสนวิหารนักบุญอันนา ปากน้ำโพด้วย ซึ่งมีงานประจำอีกส่วนหนึ่งต้องรับผิดชอบ”

ระหว่างที่คุยกัน ผมเองรู้สึกว่าคุณพ่อตอบคำถาม ท่าทีลีลา ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ สีหน้าเข้มขึ้น จึงขอเป็นคำถามสุดท้ายว่า “แล้วถ้าเป็นพระสังฆราชจริงๆ จะรู้สึกอย่างไร?”

ทันทีคุณพ่อศิริชาญหัวเราะเต็มที่ ฟันมีกี่ซี่เห็นหมด “ไม่ไหวหรอกครับ ผมเองเป็นผู้ช่วยดีที่สุด ไม่เอาแน่ และไม่ต้องคิดเรื่องนี้เลย”

ผมยังจำคำพูดของคุณพ่อศิริชาญที่กล่าวแบ่งปันระหว่างการประชุมติดตามทิศทางงานอภิบาลฯ โอกาสครบ 5 ปี พูดถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ของแต่ละสังฆมณฑล หลายสังฆมณฑลได้แบ่งปันกันไปหลายแห่งแล้ว มาถึงนครสวรรค์ คุณพ่อก็กดปุ่มไมโครโฟนแบ่งปันไปบ้าง จะด้วยความซื่อ หรือเผลอไป ได้แบ่งปันให้ทุกคนฟัง แต่พอพูดจบ คนฟังกลับคิดลึกเกินไป หัวเราะฮาใหญ่

“สำหรับนครสวรรค์… เราไม่มีปัญหา…. เพราะยังไม่มีสังฆราชฯ!”