คุณพ่อสมบูรณ์ แสงประสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1931 ที่บางนกแขวก เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน ปัจจุบัน (ค.ศ. 2008) อายุ 77 ปี  อายุบวช 52 ปี

ผมเข้าบ้านเณรเล็กที่บางนกแขวกเมื่อโตแล้ว จบชั้น ม. 6 สมัยที่จบชั้น ป. 4 เคยไปสมัครเข้าบ้านเณร แต่คุณพ่อโปรวิลลาไม่รับ จึงเรียนต่อมาเรื่อยๆ จนไม่คิดอยากจะเข้าบ้านเณรแล้ว

“วันหนึ่งพระคุณเจ้าปาซอตตีเรียกไปพบและบอกว่าอยากไปเที่ยวหัวหินไปไหม?”

ผมอยากไปจึงตอบรับ และไปหัวหินพร้อมกับพวกเณร รู้สึกสนุกดี แต่เมื่อกลับมาแล้ว พระคุณเจ้าได้สอบถามและให้ไปดูห้องนอนที่พัก รู้สึกแปลก ท่านก็รับให้อยู่บ้านเณรเลย ผมยังไม่ได้เตรียมตัวจึงต้องขอลากลับไปบ้านก่อน พ่อไม่ว่าอะไร แต่แม่พูดเหมือนกับไม่เต็มใจ ท่านบอกว่าอยากให้อยู่เป็นหลักช่วยทางบ้าน แต่เมื่อเข้าบ้านเณรจริงๆ ท่านก็ดีใจเห็นได้ชัดๆ

เรียนต่อที่บ้านเณรอีก 5 ปี ก็เรียนภาษาละตินและวิชาปรัชญา เรียนอยู่คนเดียวเพราะคนอื่นเขาเรียนแล้ว

ตอนนั้นมี 18 คน ที่เป็นเณรของราชบุรี เป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2490 คุณพ่อโปรวิลลาเป็นอธิการตลอดกาล คือคุณพ่อบวชมาก็อยู่แต่บ้านเณร จนท่านให้คุณพ่อคอนสตันโซ กาวัลลา มาแทน 2 ปี และคุณพ่อโปรวิลลาก็มาอยู่บ้านเณรต่อ การเรียนก็ไม่สม่ำเสมอนัก

ต่อมาได้ไปเรียนต่อที่กรุงโรม 4 ปี ใช้ภาษาละตินกัน 2-3 เดือนก็พอฟังได้ เพราะอยู่ที่บ้านเณรบางนกแขวกก็ใช้ภาษาละตินกัน ได้รับศีลบวชวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1956 ที่กรุงโรม โดยพระอัครสังฆราชซียิต มอนดี จากสมณกระทรวงโปรปากันดา เพราะช่วงนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ทรงพระชราแล้ว บวชพร้อมเพื่อนทั้งหมด 31 องค์ จาก 19 ประเทศ มีคนไทย 3 องค์ คือพระคุณเจ้าบรรจง อารีพรรค คุณพ่อวิโรจน์ อินทรสุขสันต์ (มรณะวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2000) และผม

ตั้งแต่บวชมาก็อยู่บ้านเณร 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี แล้วก็ไปเรียนต่อที่อีเอพีไอ. 1 ปี อยู่ที่วัดห้วยกระบอก 1 ปี พระคุณเจ้าเอกก็ให้ไปเป็นผู้อำนวยการศูนย์ซีซี. รุ่นที่ 8 ที่สามพราน ค.ศ. 1982-1989 รวม 8 ปี และไปทำงานเป็นรองเลขาธิการสภาพระสังฆราชฯ กับคุณพ่อสนัด วิจิตรวงศ์ 3 ปี

ต่อมาเมื่อพระคุณเจ้าเอก ทับปิง มรณภาพ ได้กลับไปทำงานอยู่สำนักมิสซังราชบุรี เพราะเป็นที่คาดหมายของหลายคนว่าเป็น “แคนดิเดต” (Candidate) มีพร้อมทั้งวัยวุฒิิและคุณวุฒิ ผลที่สุดพระคุณเจ้ามนัส จวบสมัย ได้รับเลือก

เมื่อ ค.ศ. 2006 โอกาสบวชครบ 50 ปี มีพรรคพวกอยากจะนัดพบกัน ผมเป็นคนเสนอให้จัดที่กรุงโรม ทุกคนก็เห็นด้วย และจะไปพร้อมกับท่านบรรจง แต่ช่วงนั้นท่านเริ่มๆ เป็นอัลไซเมอร์ ทำไปทำมาก็เลยไม่ได้ไป พรรคพวกก็มีจดหมายมาว่า “เป็นคนเสนอเอง แต่ไม่ไป”

ในฐานะที่เคยรับผิดชอบหน่วยงานชีวิตสงฆ์ระดับประเทศอยากทราบว่าการจัดสัมมนาพระสงฆ์ทั่วประเทศมีความเป็นมาอย่างไร?

สำหรับการสัมมนาพระสงฆ์ประจำปีนั้นเริ่มต้นจากกลุ่มศิษย์เก่าอีเอพีไอ. (EAPI) ได้ไปรับการอบรมมา 7 เดือน เกี่ยวกับเอกสารวาติกันครั้งที่ 2 และคำสอนซีซีพี. (CCP, Christian Community Program) ซึ่งมีพระคุณเจ้าเอก ทับปิง คุณพ่ออาทร พัฒนภิรมย์ คุณพ่อบัญชา ศรีประมงค์ ซิสเตอร์ฟรังซิส (คณะอูร์สุลิน) ซิสเตอร์มารี ชมพูนุท

ได้ประชุมกันและคิดว่าจะทำอะไรเพื่อพระศาสนจักรและพระสงฆ์ได้บ้าง จึงคิดจัดสัมมนาให้พระสงฆ์อาวุโสทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนั้นมีการประชุมพระสงฆ์หนุ่มอายุบวชไม่เกิน 5 ปีเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่จัดให้

เราได้เชิญทีมจากอีเอพีไอ. มา เขาต้องการให้ใช้เวลา 2 เดือน แต่เราได้คุยกันและปรับลงมาเหลือ 2 อาทิตย์ น้อยกว่านี้เขาบอกไม่ได้ผล

ดังนั้น ค.ศ. 1978 จึงจัดการสัมมนาพระสงฆ์ทั่วประเทศเป็นครั้งแรกที่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน นครปฐม

เพื่อฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ การปรับตัวให้ทันสมัย (อัดยอร์นาเมนโต) โดยใช้ซีซีพี. เพื่อให้มีการช่วยเหลือกันและทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นทีม โดยอาศัยวิธีพลังกลุ่ม (Group Dynamic) สมัยนั้นเป็นเรื่องใหม่มากๆ

ส่วนงานที่ทำอยู่เวลานี้คืออบรมฆราวาส ผู้นำ เริ่มต้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 2000 ตั้งหน่วยงานประกาศพระวรสารสู่ปวงชน ประกาศข่าวดี อบรมสภาอภิบาล เยาวชน ให้เกิดจิตสำนึกในฐานะเป็นคริสตัง ช่วยเหลือบรรดาพี่น้อง และในอนาคตเมื่อกระแสเรียกน้อยลง จะได้ทำงานของฆราวาสได้

ในทีมงานก็มีคุณพ่อวัชศิลป์ กฤษเจริญ คุณพ่อไพยง มนิราช และมีซิสเตอร์ด้วย ตอนนี้มีครบทุกวัดแล้ว และกำลังพัฒนาฆราวาสอีกระดับหนึ่ง คือฝึกอบรมฆราวาสให้เป็นผู้นำ เป็นรุ่นที่ 4 รวมแล้วประมาณ 100 คน

ระหว่างที่พูดคุยกัน คุณพ่อมีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม เพราะเป็นคนสนุกสนาน และเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพรัก

สังเกตได้ว่าคุณพ่อชอบทำงานอยู่เบื้องหลังมากกว่าอยู่หน้าเวที แม้แต่กับพระสงฆ์รุ่นน้อง หรือรุ่นลูกศิษย์ก็ตาม

เรื่องและภาพประกอบ โดย : โทนี่ ไทยแลนด์