คุณพ่อสมพงษ์ กัมพลกูล เกิดวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1955 บวชเป็นพระสงฆ์ วันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1990 โดยพระคุณเจ้ายอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ ปัจจุบันอายุ 53 ปี อายุบวช 18 ปี ผมเป็นลูกคนที่ 3 มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน

ผมเข้าบ้านเณรเมื่อโตแล้ว คือจบวิทยาลัยครูที่เชียงใหม่แล้ว เป็นครูสอนเรียนอยู่ 2 ปี ต่อจากนั้นได้ไปเรียนต่อที่ศูนย์ซีซี. 1 ปี และเป็นครูสอนคำสอน 2 ปี และจึงเข้าบ้านเณรกลาง 1 ปี เข้าบ้านเณรใหญ่ 7 ปี เรื่องเรียนค่อนข้างมีปัญหามาก วิชาปรัชญาพอเรียนได้ แต่ด้านเทววิทยายากมาก ผมได้เกรดเฉลี่ยประมาณ 2 กว่าๆ

ในรุ่นเดียวกันมีหลายคน คุณพ่อปิยะชาติ มกรครรภ์ คุณพ่อสุรนันท์ กวยมงคล คุณพ่อพรชัย บรัศวกุล คุณพ่อสุพจน์ ฤกษ์สุจริต คุณพ่ออนุรักษ์ ประจงกิจ คุณพ่อประสิทธิ์ ใหม่เพียรวงศ์ คุณพ่อเฉลียว วาปีกัง คุณพ่อเฉลิมศิลป์ จันลา คุณพ่อวันทยา ศิริปะกะ คุณพ่อสุรวุฒิ สมงาม คุณพ่อวีรพงษ์ มังกาย คุณพ่อเศกสม กิจมงคล คุณพ่อทรงวุฒิ ประทีปสุขจิต คุณพ่อประสิทธิ์ รุจิรัตน์ คุณพ่อสุรินทร์ จารย์อุปการะ คุณพ่อนพดล ฉัตรบรรยง ต้องถือว่าเป็นรุ่นที่บวชมากที่สุดรุ่นหนึ่ง

ตอนบวชผมอายุ 35 ปี ปัจจุบันได้รับมอบหมายให้ไปประจำที่วัดนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ 4 ปี มีสัตบุรุษ 200 คน เป็นชาวกระเหรี่ยง ชาวไทยใหญ่ กาเรนนี มีวัดลูก 3 วัด 8 หมู่บ้าน ปีหนึ่งมีคนล้างบาปประมาณ 3-4 คน เรียนคำสอน 3-4 ปี เพื่อจะได้ดูเรื่องความรู้ การปฏิบัติตัว และความเชื่อ เพราะเกรงว่าบางคนอาจจะกลับไปนับถือผีเหมือนเดิมได้ง่าย

เมื่อบวชแล้วไปประจำที่แม่สะเรียง 6 ปี ที่แม่แจ่ม 1 ปี ที่ขุนยวม 6 ปี และที่แม่ฮ่องสอนนี่อยู่มา 4 ปีแล้ว

เรื่องการสร้างฝายกั้นน้ำที่เพิ่งสร้างเสร็จ เป็นมาอย่างไรบ้าง?

ฝายกั้นน้ำของหมู่บ้านที่แม่ฮ่องสอนสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เป็นครั้งที่สามแล้ว ครั้งแรกเขาใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ไม้ไผ่ แซม และต้องซ่อมอยู่บ่อยๆ สำหรับครั้งนี้ เริ่มสร้าง พ.ศ. 2541 ใช้เวลา 8 ปี สิ้นเงินไป 2.7 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่รวมแรงงานชาวบ้านที่มาช่วยกันทำ ได้รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานเซอกูร์ส (SECOURSE) 8 แสนบาท ผ่านทางคุณพ่อวิชาญ กิจเจริญ หน่วยงานสังคมพัฒนา จากกองทุนแคนาดา 3 แสน 5 หมื่นบาท จากตำรวจตระเวนชายแดน 1 แสนบาท ใช้ปูนไปทั้งสิ้น 4,000 ลูก

แต่ละวันต้องเดินทางเป็นไป 3 กิโลเมตร และกลับอีก 3 กิโลเมตร เพื่อไปทำงานที่ฝาย รวมแล้ว 6 กิโลเมตร ผมลองมาคำนวณดูแล้วเป็นระยะทาง ๔๐๐๐ กิโลเมตร ชาวบ้านเขาสามัคคีกันดี พยายามช่วยกัน ก่อนเริ่มก่อสร้าง ผมได้ถวายมิสซาที่บริเวณฝายนั้นเพื่อขอพรพระให้สร้างได้สำเร็จ และได้พูดกับเขาว่า “เราสร้างฝายของเราเพื่อประโยชน์ของพวกเราเอง เราจะไม่รับค่าแรงของตัวเอง”

ที่ที่ผมอยู่นี้ห่างจากชายแดนพม่า 42 กิโลเมตร เรียกหมู่บ้านปางอุ๋ง หรือบ้านรวมไทย นักท่องเที่ยวเรียกว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” สวยมาก เพราะมีภูเขา มีทะเล และหมอก เป็นเขตพระตำหนักปางตอง

เมื่อไฟฟ้าเข้าไป มันมีอิทธิพลต่อชาวบานมากจริงๆ ทางวัดจะจัดหรือทำอะไรก็ต้องดูเวลารายการโทรทัศน์ ไม่ให้ตรงกับรายการมวย ละครดังๆ ถ้าวันนี้ไม่มีโทรทัศน์ จะมาวัดกันมา

อาชีพของคริสตังส่วนใหญ่ก็หลากหลาย ทำไร่ ทำนา รับจ้าง เกี่ยวข้าว ก่อสร้าง การศึกษา ในหมู่บ้านมีความกระตือรือร้น อยากเรียนกันมากขึ้น จบ ป. 6 ต่อ ม. 3 หรือ ม. 6 มีมากขึ้น

เรื่องหนักๆ ในชีวิตสงฆ์คือ ผมมักจะคอยคิด “อยากให้คนอื่นๆ เข้าใจเรา” เรียกร้องให้คนอื่นเข้าใจเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ คนทั่วๆไปก็ตาม เมื่อต้องต่องานจากมิสชันนารี ตอนแรกก็กังวลว่าพวกชาวบ้านจะรับเราไหม แต่เมื่อไปอยู่กับพวกเขาแล้ว ก็รู้สึกว่าพวกเขาต้อนรับเราดี เรื่องอภิบาล เรื่องศีลศักดิ์สิทธิ์ และที่ขุนยวม มีศูนย์เด็กอยู่ 100 คน บางครั้งเราก็กังวล กลัวว่าจะไม่มีเงินเลี้ยงเด็ก แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ตอนแรกได้บอกกับพระคุณเจ้าว่า “ไม่รู้จะไปรอดไหม?” พระคุณเจ้าบอกว่า “ไม่ต้องห่วง” และก็ไม่เคยขาด

คุณพ่อมีข้อคิดและข้อตั้งใจดีๆ ซึ่งถ้าใครอยากนำไปใช้ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์

“ข้าพเจ้ายินดีที่จะให้มากกว่ารับ เพราะมีผู้ให้ข้าพเจ้าก่อน”
         “ข้าพเจ้ายินดีที่จะรักมากกว่าได้รับความรัก เพราะมีผู้รักข้าพเจ้าก่อน”
         “ข้าพเจ้ายินดีที่จะให้อภัยมากกว่าได้รับการอภัย เพราะมีผู้อภัยให้ข้าพเจ้าก่อน”
       “แต่ข้าพเจ้าเสียใจที่ไม่สามารถถ่ายทอดความรักของพระองค์ มากเท่ากับที่ข้าพเจ้าได้รับได้

เรื่องและภาพประกอบโดย : โทนี่  ไทยแลนด์