อายุ 87 ปี สายตา ความจำ การฟัง และฟันแท้ยังแน่นเป็นปกติ ไม่เคยเจ็บป่วยถึงขนาดนอนโรงพยาบาล ชีวิตน้ำผึ้ง ผสมมะนาว

มาถึงวันนี้ได้ ต้องถือว่าไม่ธรรมดา ทั้งๆ ที่ชีวิตแต่ละวันๆ ดูแสนจะธรรมดา

คุณพ่อเปาโล สุเมธ (เซอ๋า) วัชรศักดิ์ไพศาล  อายุ 87 ปี ชีวิตสงฆ์ 58 ปี ห้อง 206

ผมมีโอกาสไปร่วมเข้าเงียบกับพระสงฆ์ราชบุรี วันที่ 15-16 พฤศจิกายน เพื่อเป็นการเยี่ยมเยือน พระสงฆ์ ทั้งผู้อาวุโส ผู้เจ็บป่วย และพระสงฆ์ที่เป็นพี่ๆ เพื่อนๆ ด้วย

ได้พบกับคุณพ่อสมกิจ นันทวิสุทธิ์ อายุ 87 ปี  คุณพ่อประเสริฐ นพคุณ อายุ 76 ปี คุณพ่อชัยศักดิ์ ศรีทิพย์อาสน์ อายุ 70 ปี คุณพ่อวงศ์สวัสดิ์ แก้วเสนีย์ อายุ 69 ปี  คุณพ่อไพเราะ มนิราช อายุ 55 ปี นอนป่วยมาครบ 9 ปีแล้วเพราะอุบัติเหตุถูกรถชน ส่วนคุณพ่อชวลิต วินิจกุล อายุ 79 ปี พักอยู่ที่วัดบางนกแขวก
“ชีวิตประจำวัน ตอนค่ำๆ นอนไม่หลับก็ดูทีวีไปเรื่อยๆ กว่าจะนอนก็ประมาณเที่ยงคืน นอนประมาณ 3 ชั่วโมง

ก็พอแล้ว และตื่นขึ้นมาก็อาบน้ำ จัดการเรื่องส่วนตัว สวด และถวายมิสซาเช้า 6.30 น. ทานข้าวเช้า เสร็จแล้วก็ขับรถไปทำงานที่โรงฝึกงานที่ดอนตะโก ห่างออกไป 2 กิโลเมตร ประมาณบ่ายห้าโมงก็ขับรถกลับที่มิสซังฯ ที่พัก”

“เราเป็นพระสงฆ์ เป็นหน้าที่ เราต้องมีความนบนอบเชื่อฟังเป็นหลัก ไม่ต้องคิดมาก ผู้ใหญ่จะมอบหมายให้ทำอะไร เราก็ทำให้ดีที่สุด จะอยู่ที่ไหน ทำอะไร เราก็ทำได้ ชีวิตสมัยก่อน ตั้งแต่เล็กมาแล้ว ลำบากกว่านี้เยอะ”

“เมื่ออายุครบเกษียณ ยังทำงานได้ ก็ทำงานมาเรื่อยๆ ไม่คิดว่าจะต้องพัก ลาเกษียณ ตอนนี้ก็ยังพอทำได้ก็ทำไป แล้วแต่พระสังฆราชจะมอบให้”

“สมัยที่เป็นอธิการโรงเรียนดรุณาราชบุรี ได้ไปศึกษาอบรมที่ฟิลิปปินส์สองครั้ง ครั้งแรกไปอบรมเรื่องการสร้างกลุ่ม (Community Building) ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 3 เดือน เสร็จแล้วยังพอมีเวลาก็ได้เข้าอบรมเรื่องการวางแผนครอบครัว (Family Planning) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ‘อีกครั้งหนึ่ง ผู้ใหญ่ก็ให้ไปศึกษาต่อ 3 ปี กลับมาแล้วก็ไปอยู่ที่เบตง ยะลา 13 ปี ใต้สุดของประเทศไทย!”

คุณพ่ออยู่มาตั้งแต่สมัยพระคุณเจ้ากาเยตาโน ปาซอตตี พระคุณเจ้าเปโตร คาเร็ตโต พระคุณเจ้ารัตน์ บำรุงตระกูล พระคุณเจ้าเอก ทับปิง พระคุณเจ้ามนัส จวบสมัย และพระคุณเจ้าปัญญา กฤษเจริญ เรียกว่า 6 สมัย

“รุ่นเดียวกันที่บวช ราชบุรีมีคุณพ่อบุญนาค ทองอำไพ คุณพ่อวิศิษฏ์ สัตย์สมบูรณ์ และผม ท่าแร่กมีพระคุณเจ้าเกี้ยน เสมอพิทักษ์ จันทบุรีมี คุณพ่อชิ่น ไชยเจริญ คุณพ่อองค์นี้เก่งมาก เรียนและทำงานก็เก่ง เป็นเจ้าวัดขลุงและตายที่นั่น”

ครอบครัว สมัยเป็นเด็กๆ

คุณพ่อเป็นคนที่ 3 ในจำนวนลูก 5 คน ตั้งแต่แรกๆ ครอบครัวพ่อแม่ลำบากมาก บิดาตายตั้งแต่พ่อยังเล็กๆ แต่ก่อนอยู่ในป่ากาญจนบุรี พอบิดาตายแม่ก็ลำบากมาก ต้องย้ายมาอยู่ที่ตลาด อยู่กับญาติที่ท่าม่วง และได้เรียนหนังสือจบป.3

คุณแม่เสียเมื่อท่านอายุ 83 ปี ปัจจุบันพี่สาวคนโตอายุ 90 ปี น้องชายอายุ 83 ปี ยังมีชีวิต แต่น้องเป็นอัมพาต พิการต้องนั่งรถเข็น

พออายุ 14 ปี ได้สมัครเข้าบ้านเณรที่บางช้าง เรียนจนจบป.3 แต่เดิมบ้านเณรบางช้างเป็นของคณะซาเลเซียน

เมื่อแยกแล้วก็เป็นของสังฆมณฑลราชบุรี และเรียนอยู่ที่นี่ คุณพ่อคณะซาเลเซียนเป็นอธิการ สมัยนั้นช่วงสงครามโลก

เณรจากบ้านเณรศรีราชาและอีสานมาเรียนรวมกันที่บางช้าง ในช่วงนั้นพระสงฆ์ชาวฝรั่งเศสต้องออกไปนอกประเทศ ส่วนพระสงฆ์ชาวอิตาเลียน และพระสงฆ์ที่ไม่ใช่ชาวฝรั่งเศสอยู่ได้

บ้านเณรบางช้างอยู่ฝั่งตรงข้ามของวัดบางนกแขวก เป็นบ้านเณรใหญ่ ส่วนบ้านเณรเล็กอยู่ที่บางนกแขวก

สมัยนั้น มีเณรจากกรุงเทพฯ คนหนึ่งหิ้วกระเป๋าสวมหมวกมาสมัครเป็นเณร คือพระคุณเจ้ารัตน์บำรุงตระกูลซึ่งเรียนจบปริญญามาจากฮ่องกง ท่านเคยเรียนที่อัสสัมชัญ บิดาส่งให้ไปเรียนเพื่อจะได้มาเป็นผู้จัดการใหญ่ “ห้างรัตนมาลา” ซึ่งบิดาของท่านตั้งชื่อโดยเอาชื่อลูกชายและลูกสาวมาเป็นชื่อห้าง ขายตะเกียง

เมื่อกลับมาบิดารู้ว่าได้เปลี่ยนศาสนามานับถือคาทอลิก จึงโมโหมากไล่ท่านรัตน์ออกจากบ้าน เพราะหวังอยากให้มาดูแลธุรกิจแทน แต่กลับมานับถือศาสนาคริสต์ ท่านรัตน์จึงไปพบกับคุณพ่อซาเลเซียนที่ศาลาแดง และคุณพ่อที่นั่นก็ได้บอกให้ลองมาอยู่ที่บ้านเณรบางช้างนี้ ท่านรัตน์มาตอนโตแล้วและเรียนเก่งกว่าคนอื่นๆ ภาษาอังกฤษดีมาก จึงเรียนภาษาลาตินต่างหาก ท่านเป็นคนชอบอ่านพระคัมภีร์มาก จำไม่ได้ว่าท่านชอบตอนไหน ทำให้ท่านเปลี่ยนใจมาเป็นคริสต์

ท่านได้บวชเป็นพระสงฆ์ โดยพระคุณเจ้าปาซอตตี และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชพื้นเมืององค์แรก

เมื่อท่านเป็นพระสังฆราชแล้วนั่นแหละ ญาติพี่น้องจึงได้มาเยี่ยมเยือนท่าน เข้าใจและยอมรับการตัดสินใจเปลี่ยนศาสนาของ

คุณพ่อพาเดินไปดูพื้นที่บริเวณรอบๆ โรงฝึกงานอีกกว่า 30 ไร่ ซึ่งยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เดิมทีซื้อไว้ก็เพื่อให้ครูที่โรงเรียนดรุณาราชบุรีมาอยู่ แต่ไม่มีใครเอา ไม่มีใครมาอยู่ ขายราคาถูกๆ ตามที่ซื้อมา สมัยนั้นไร่ละ 2 หมื่นบาท

เมื่อปีที่แล้ว มีถนนตัดผ่านที่ผืนนี้ไปประมาณ 5 ไร่ เขาชดใช้ให้ 8 ล้านบาท เพราะที่บริเวณนี้ เขาประเมินราคาวันนี้ไร่ละ 2 ล้านแล้ว

ชีวิตและน้ำผึ้ง

คุณพ่อกับน้ำผึ้ง มักจะคู่กัน เหมือนปลาทูคู่กับเข่ง เพราะชอบทานน้ำผึ้งมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และทั้งเป็นการช่วยชาวบ้าน ไม่รู้ใช้น้ำผึ้งแพร่ธรรมด้วยหรืเปล่า?

“น้ำผึ้งที่ดี ต้องน้ำผึ้งเดือนห้า เวลาจะดูว่าน้ำผึ้งแท้หรือไม่แท้ ง่ายนิดเดียว เอาใส่ตู้เย็นธรรมดาๆ ถ้าเป็นของแท้จะใสเหมือนเดิม แต่ถ้าผสมน้ำตาลจะรวมจับตัวกันเป็นก้อนๆ แค่นี้ ก็รู้แล้ว”

“ทานน้ำผึ้งวันละสามมื้อ มาหลังๆ นี้ คุณหมอบอกว่าอาจจะทำให้เป็นเบาหวาน เพราะอายุมากแล้ว ก็ทานมื้อเที่ยงเพียงมื้อเดียว ผสมน้ำมะนาว ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและขับถ่ายเป็นปกติ ไม่เคยมีปัญหาเลย”

ผมได้นั่งทานข้าวร่วมกับคุณพ่อ สังเกตว่าคุณพ่อทานได้มาก และเมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว คุณพ่อก็เดินนำเอาจาน ช้อน เศษอาหาร แก้วน้ำ ไปแยกวางไว้ริมหน้าต่างด้านนอก เหมือนกับคนอื่นๆ

ผมเห็นคุณพ่อมาร่วมประชุม ฟังเทศน์เตือนใจ ร่วมมิสซาเหมือนกับพระสงฆ์อื่นๆ ที่ไม่ค่อยเหมือนกันก็คือ คุณพ่อมักจะมาเป็นคนแรกๆ ทุกครั้ง แม้นจะนั่งเงียบในที่ประชุม แต่การอยู่ของคุณพ่อมีความหมายมากยิ่งนัก

ชีวิตของคุณพ่ออาวุโสแต่ละคน เป็นบันทึกชีวิตเล่มใหญ่ มีเรื่องราวมากมายที่จะรวบรวมไว้ แต่ใครเล่าจะเปิดอ่านหรือสามารถถอดรหัสได้!

บ่ายวันนั้น ผมลาคุณพ่อกลับบ้าน ด้วยความรู้สึกอบอุ่น อิ่มใจ ในความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง คุณพ่อได้ฝากน้ำผึ้งแท้มาให้ไว้ทานถึงหนึ่งโหล สำหรับผม เป็นบุญที่ได้สัมผัส “ชีวิตพระสงฆ์แท้!” อีกองค์หนึ่ง

ชีวิตที่ผ่านมาของคุณพ่อเปรียบเหมือน “น้ำผึ้งเดือนห้า ขนานแท้ แม่นแล่ว!”