ช่วงนี้พระสงฆ์หนุ่มๆ วัยทำงานป่วยกันหลายคน และคนหนึ่งที่ป่วย ทั้งๆ ที่ร่างกายก็ทั้งเล็กทั้งเตี้ย ไม่น่ามีอะไรให้
โรคร้ายมาอาศัยได้ แต่ก็ไม่พ้น “คนหนุ่ม” ที่ต้องพักอยู่บ้านคนชรา

คุณพ่อยอห์น ปอล สุทัศน์  เภกะสุต เจ้าอาวาสวัดนักบุญอันตน พนม ฉะเชิงเทรา และวัดนักบุญอันนา สระไม้แดง

เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1956 อายุ 52 ปี เป็นสัตบุรุษวัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร ท่าแฉลบ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ คุณพ่อวีรชน นพคุณทอง มีสัตบุรุษประมาณ 300 คน

“ผมเป็นลูกวัดคนแรกที่บวชเป็นพระสงฆ์ ต่อมาก็เป็นคุณพ่ออันเดร ไชยเผือก คุณพ่อสมชาย เกษี และสังฆานุกร อังคาร เจริญศักดิ์สิริ”

บวชวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 โดยพระคุณเจ้าลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต ที่วัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ อายุบวช 20 ปี เป็นศิษย์แสงธรรมรุ่นที่ 8 แต่บวชพร้อมกับรุ่นที่ 10

ล่าสุดอยู่ที่วัดนักบุญอันตน พนมสารคาม, วัดนักบุญอันนา สระไม้แดง ฉะเชิงเทรา ได้เกือบ 3 ปี

“วันหนึ่งสังเกตว่าเริ่มมีเลือดออกที่ฟัน ต่อมามีอาการบวมที่คอ ตื่นเช้าขึ้นมาที่หมอนเปื้อนเลือดออกมาก็รู้สึกผิดปกติ กลัวๆ ก็ไปหาหมอรักษา เอายามากิน เป็นอยู่ประมาณเดือนหนึ่ง ต่อมาชักรู้สึกไม่ไหวแล้ว วันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2008 ก็เลยขับรถไปหาหมอที่โรงพยาบาสมิติเวช ศรีราชา รักษาอยู่เดือนหนึ่ง ตรวจก็รู้ว่า เป็นเนื้องอกในโพรงจมูก ลักษณะเท่าหนึ่งในสิบของมะเร็ง พอรู้ผลอย่างนี้ผมก็โทรรายงานให้คุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ทราบ ขณะนั้นคุณพ่อกำลังประชุมเจ้าอาวาสอยู่ด้วย ผมเองก็ไม่ได้เข้าประชุม”

วันรุ่งขึ้นก็เข้าโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เพื่อเตรียมร่างกาย วันที่ 8-9 เมษายน ถอนฟันออก เพราะก่อนหน้านั้นทำอะไรไม่ได้ ถ้าฉายแสงแล้วทำแผลจะไม่หาย หลังจากนั้นก็พักเตรียมตัวด้วย แต่ในช่วงสงกรานต์ขอกลับบ้านเพื่อเก็บข้าวของ เนื่องจากผู้ใหญ่ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายพระสงฆ์ ท่านให้ผมพักรักษาตัวอยู่ที่สำนักมิสซังจันทบุรี พอเคลียร์ของเสร็จวันที่ 17 เมษายน ก็กลับมาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์และก็อยู่มาจนถึงวันนี้

หมอที่นี่ได้ตรวจและบอกว่าเป็นมะเร็งในโพรงจมูก วิธีการรักษาต้องให้คีโม 3 ชุด ทำที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ แต่ฉายแสงทั้ง 33 ครั้ง การฉายแสงต้องไปที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้คีโมครั้งหนึ่งใช้เวลา 4 ชั่วโมง ฉายแสงครั้งหนึ่ง 25 นาที มีเสียงเครื่องดังขลุกขลัก และมีเสียงคล้ายเสียงหวีดไมโครโฟนทำนองนั้น

วันที่ 21 เมษายนเป็นครั้งแรก วันที่ 13 พฤษภาคม และครั้งสุดท้าย วันที่ 12 มิถุนายน ระหว่างให้คีโมนี้ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ประมาณ 5-8 วัน กินอะไรไม่ได้เลย จะอาเจียนอย่างเดียว แม้แต่น้ำเปล่าก็ยังดื่มไม่ได้เลย ไม่มีรสชาติเลย ต่อมาเริ่มมีอาการมีแผลในปากและเจ็บคอมาก ฉายแสงที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ หยุดวันเสาร์อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ ฉายแสงแล้วจะมีอาการข้างเคียง เริ่มมีแผลในปากช่วงท้ายๆ และเจ็บคอมาก

น้ำหนักลดไป 7 กิโลกรัม เหลือ 43 กิโลกรัม แต่เดิม 50 กิโลฯ ส่วนสูง....ยังไม่ได้วัดเลย!

ป่วยครั้งนี้ ได้ข้อคิด

ช่วงที่รู้ผลครั้งแรกไม่รู้สึกอะไร ต่อมาพระคุณเจ้าได้โทรมาจากสำนักพระสังฆราชว่า “เป็นอะไร ก็ให้น้อมรับตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า”

ในยามเจ็บป่วยนี้ เป็นพระคุณ พระพรที่ได้รับเป็นพิเศษ เพราะปกติเวลาที่เราไปเยี่ยมคนเจ็บป่วย เราก็สวดอวยพร ถวายมิสซาให้ ตอนป่วยนี้ผมเองก็ได้รับพระพรพิเศษ มีคนมาเยี่ยม พระคุณเจ้าเทียนชัยก็มาให้กำลังใจ ต่อมาผู้ช่วยเลขาสถานทูตวาติกันก็มาเยี่ยม รวมทั้งพวกพลมารี ฯลฯ

ผมก็พูดแกมตลกกับสัตบุรุษที่มาเยี่ยมว่า “ไม่ต้องสวดให้พ่อหายเร็วนะ แต่สวดขอให้พ่ออดทน มีกำลังใจ เพราะหมอต้องรักษาไปตามขั้นตอนของเขา ต้องใช้เวลาและต้องค่อยเป็นค่อยไปตามกำลังของคนป่วย”

และตั้งใจแต่แรกว่า “ถ้าไม่กิน ตาย ไม่สู้ ตาย” เพราะผมรู้มาก่อนว่า ถ้าให้คีโมจะเป็นอย่างไร แต่คุณหมอบอกว่า “โรคนี้มีโอกาสหาย” เพื่อนจากประจันตคามก็บอกว่า “โรคนี้มีคนเป็นกันเยอะ ไม่ต้องกังวล หายได้แน่”

ตั้งใจว่าหลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ต้องกลับไปพักรักษาตัวที่ศูนย์สังฆมณฑลศรีราชา เรื่องที่ต้องระวังก็คือเรื่องอาหารการกิน สถานที่ที่มีฝุ่นมาก ห้างสรรพสินค้า ที่ผู้คนมากๆ เป็นภูมิแพ้มานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาทำงานกับฝุ่นละออง กระดาษ การพิมพ์ ไม่เคยเป็นไซนัส ข้ามไปเป็นมะเร็งที่โพรงจมูกเลย เชื้อโรคมันจะเข้าในร่างกายของเราง่ายเป็นพิเศษ

พ่อแม่ผมมีลูก 2 คน ผมมีพี่ชายคนเดียวเท่านั้น ผมเป็นลูกคนเล็ก มีหลาน 2 คน

บิดาเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แม่ยังมีชีวิตอยู่และอยากจะมาเยี่ยม มาอยู่ แต่ผมไม่อยากให้มาเพราะมาเห็นตอนเราให้คีโม เดี๋ยวจะเครียด แม่อายุ 76 ปีแล้ว

หลังบวชแล้ว ทำงานอยู่ที่ไหนบ้าง?

แห่งแรกคือวัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ อาสนวิหารแม่พระปฏิสนธินิรมล จันทบุรี วัดอารักขเทวดา โคกวัด วัดอัครเทวดามีคาแอล ปราจีนบุรี วัดนักบุญอันนา สระไม้แดง วัดแม่พระที่พึ่งแห่งคริสตัง แหลมโขด วัดพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เตยใหญ่ และควบสวัดนักบุญอันนา สระไม้แดงด้วย

ล่าสุดวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2008 รับหน้าที่สื่อมวลชนฯ แผนกการพิมพ์ของสังฆมณฑลจันทบุรี เป็นผู้ช่วยคุณพ่ออเนก นามวงศ์ เคยรับผิดชอบงานนี้มาก่อนหน้านี้ 10 ปีครั้งหนึ่งแล้ว  และก็ทำสารสังฆมณฑลและมิตรสงฆ์

แต่ก่อนมีคนมาติดต่อให้เข้าโครงการพักภารกิจฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ 3 ครั้ง ผมปฏิเสธสามครั้งเลย ต่อมาอีกสองปีไม่มาถามอีกเลย พอมาปีนี้ได้พักยาวเลย ไม่ใช่แค่สามเดือน แต่ทั้งปีเลย เรียกว่า “พระจัดการให้เองเลย”

“ผมเป็นศิษย์แสงธรรมรุ่นที่ 8 มีเพื่อนหลายคน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ คุณพ่อวิษณุ ธัญญอนันต์ คุณพ่อศุภศิลป์ สุขสุศิลป์ คุณพ่ออดิศักดิ์ สมแสงสรวง สังฆมณฑลจันทบุรี คุณพ่ออดิศักดิ์ พรงาม คุณพ่อสุพจน์ นัมคณิสรณ์ คุณพ่อประเวช เตชะพิทักษ์ธรรม คุณพ่อชาติชาย พงษ์ศิริ อัครสังฆมณลท่าแร่-หนองแสง คุณพ่อสาคร อุ่นหล้า คุณพ่อสุดสาคร  ศรีวรกุล คุณพ่อทวีชัย ศรีวรกุล สังฆมณฑลราชบุรี คุณพ่อสุรชาติ แก้วเสนีย์ คุณพ่อสิริพงษ์ จรัสศรี คุณพ่ออนุชา (กัณตภณ) ดำรงศักดิ์ สังฆมณฑลอุบลฯ คุณพ่ออรรณพ ใจทาน ...”

ชีวิตสงฆ์ที่ผ่านมาคิดอย่างไร?

“ผมคิดว่าหน้าที่อภิบาล หน้าที่สงฆ์แต่ละวัน ถวายมิสซา สอนคำสอน โปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ สวดภาวนา ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องทำให้ดี เต็มกำลัง เต็มที่”

ในสังฆมณฑลจันทบุรี ตามงานฉลองวัด พี่น้องที่ไปร่วมฉลองจะได้ยินเสียงโฆษกเสียงใหญ่ ประชาสัมพันธ์เรื่องทั่วไป พร้อมทั้งกระเซ้าเย้าแหย่ผู้คนไปทั่ว ถ้าเดินตามเสียงหาว่าคนพูดเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร ก็จะพบกับเจ้าของเสียงรูปร่างเล็ก สูงเพียง 150 เซนติเมตร น้ำหนักเหลือ 43 กิโลกรัม กับอีก 3 ขีด

“คุณพ่อสุทัศน์ เภกะสุต”