ครั้งนี้เป็นครั้งพิเศษ ผมขอสัมภาษณ์คุณพ่อวัชรินทร์ขณะอยู่บนน่านฟ้า บนเครื่องบิน ระหว่างกลับจากการประชุมพระสงฆ์ที่อินโดนีเซีย วันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ.2008 หัวข้อ “พระสงฆ์สังฆมณฑลในบริบทวัฒนธรรมที่หลากหลาย”

ปัจจุบันคุณพ่อเป็นเจ้าอาวาสวัดแม่พระถวายพระกุมารในพระวิหาร บ้านจันทร์เพ็ญ สกลนคร ซึ่งมีสัตบุรุษ 3,000 คน และวัดนักบุญยอแซฟ โคกกลาง นอกจากนี้ ยังได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสภาสงฆ์ของอัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ ซึ่งคุณพ่อเคยได้รับหน้าที่นี้มาแล้ว 2-3 ครั้ง สลับกับคุณพ่อสุพล ยงบรรทม “พ่อตุ๊”

อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ มีพระสงฆ์ทั้งหมด 63 องค์

ก็ตั้งใจว่าจะพยายามช่วยเพื่อนๆ และน้องๆ ด้านชีวิตภายใน ชีวิตจิต อุทิศตน ทุ่มเทและเสียสละกับหน้าที่และชีวิตสงฆ์ให้มากขึ้น

คนหนุ่มๆ บวชมา 1-10 ปี บางคนก็ทุ่มเทให้กับงานมาก หลงไปตามกระแสทางโลก เรื่องชื่อเสียง ตำแหน่ง ยศ ปริญญา ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องภายนอก เมื่อวันเวลาผ่านไปแล้ว เราก็จะพบเห็นเองว่ามันผิวเผิน

“มันก็แค่นั้นแหละ!”

สำหรับเราพระสงฆ์ สิ่งที่สำคัญคือชีวิตด้านอภิบาล ด้านชีวิตภายในมากกว่า เราเป็นพระสงฆ์ที่มีความสุข ต้องหันมาเน้นความรับผิดชอบต่อหน้าที่สงฆ์ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเรา ถ้าคนที่มุ่งแต่งาน แต่ขาดด้านชีวิตจิต ก็ไปได้ไม่นาน เมื่อปะทะกับปัญหาต่างๆ ก็อาจจะเซไป

ผมคิดว่าการเข้าเงียบแต่ละเดือนที่ทำอยู่มีความสำคัญ และจะพยายามช่วยเหลือโดยอาจจะมีบทเทศน์ หนังสือชีวิตจิตที่ดีมาแบ่งปันให้บรรดาพระสงฆ์เรา อาจจะมีการแบ่งกลุ่ม พระสงฆ์หนุ่มอายุบวช 5 ปี, 10 ปี เมื่อแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ จะช่วยกันได้มาก พูดคุยกันเข้าใจกันได้มากขึ้น

คุณพ่อที่อาวุโสที่สุดคือ คุณพ่อเสงี่ยม ดีศรีวรกุล อายุ 78 ปี ได้บวชเป็นรุ่นแรกสมัยพระสังฆราชคายน์ แสนพลอ่อน คุณพ่อประยูร พงษ์์พิศ เป็นศิษย์เก่าแสงธรรมรุ่นที่ 1 คุณพ่อสมยศ พาพรหมฤทธิ์ และผมเป็นรุ่นที่ 4 แต่เราทั้งสามก็ได้รับศีลบวชพร้อมกันที่อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ วันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1981 โดยพระสังฆราชคายน์ แสนพลอ่อน

ต่อมาผู้ใหญ่ได้ส่งผมไปเรียนที่สถาบัน E.A.P.I. ที่ประเทศฟิลิปปินส์ นาน 7 เดือน จากนั้นได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ ที่บาเกียว ฟิลิปปินส์ อีก 2 ปี ค.ศ. 1984-1986 เรื่องการบริหารการศึกษา โดยพักอยู่กับคุณพ่อเจ้าวัดที่นั่น และช่วยงานอภิบาลด้วย

เมื่อกลับมาได้พยายามปรับปรุงระบบการบริหารการศึกษาของอัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ เป็นระบบและให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น รับผิดชอบอยู่ 6 ปี ได้ปรับปรุงให้โรงเรียนต่างๆ มีการรวมศูนย์กันเพื่อช่วยเหลือกัน เดิมแต่ละแห่งต่างคนต่างทำการก่อสร้าง โรงเรียนไหนมีเงินมากก็ทำไป โรงเรียนเล็กๆ ไม่มีเงินก็ต้องปิดไป ถึงขนาดต้องยกให้รัฐบาลไป 2-3 แห่ง

เราได้ศึกษาดูการบริหารการศึกษาของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลจันทบุรี และสังฆมณฑลราชบุรี และที่อื่นๆ บ้าง เพื่อเป็นตัวอย่างและปรับปรุงให้เข้ากับของเรา ทำคู่มือ ระเบียบต่างๆ ปลายสมัยพระคุณเจ้าคายน์ แสนพลอ่อน ก็รวมกันเป็นฝ่ายได้ และช่วยเหลือกันได้เป็นชิ้นเป็นอันอย่างเห็นได้ชัด

เป็นระบบกงสี!

6 ปีที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ ท่าแร่ ตอนนั้นมีนักเรียนเพียง 400 คน ต่อมาค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึง 800 คน ทางสังฆมณฑลได้มอบให้คณะเซนต์ปอลเดอชาร์ตรเข้ามาบริหาร ตอนนี้ทางคณะเซนต์ปอลฯ ได้พัฒนาภายนอกให้สวยงาม และจำนวนเด็กก็เพิ่มขึ้นพันกว่าคนแล้ว และ 3 ปีที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ สกลนคร ได้พัฒนาให้ดีขึ้น

ผมได้ปรึกษากับคุณพ่อสำราญ วงศ์เสงี่ยม เรื่องโรงเรียนเอกชนอีก 2 แห่ง ที่อำเภอศรีสงคราม และที่นครพนม

ส่วนโรงเรียนที่กุฉินารายณ์ซึ่งเขาต้องการขายก็ไปได้ดี แต่ที่ศรีสงครามไม่ค่อยดีนัก มีนักเรียนเพียง 400 คนเท่านั้น

ผมเป็นคนแรกที่เรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศด้านการบริหารการศึกษามา แต่ตอนนี้มีรุ่นน้องจบกันมาหลายคน และก็มีความสามารถทำงานกันได้ดี ส่วนผมได้ถอยออกมา และทำหน้าที่เป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น

“25 ปีที่ผ่านมา สำหรับชีวิตและหน้าที่สงฆ์ สิ่งที่รู้สึกชอบและไม่หนักใจอะไรคืองานอภิบาลตามวัด มีปัญหาบ้าง ก็เป็นธรรมดา ไม่ยากนัก แต่ด้านการศึกษาที่ต้องรับผิดชอบ คิดว่าเป็นงานที่หนักใจและมีปัญหาเมื่ออายุมากขึ้น เราก็มีประสบการณ์มากขึ้น รอบคอบ อดทน มองอะไรกว้างมากขึ้น”มาก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก”

เมื่อดูถึงความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานใกล้ชิดพระสงฆ์มากที่สุดคือ ซิสเตอร์คณะรักกางเขนของอัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ โดยทั่วไปก็เป็นไปด้วยดี จะมีปัญหาบ้างก็เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องวิธีการทำงาน หรือการสื่อสารกันไม่ดี ในระหว่างผู้ใหญ่ก็มีการประชุม ปรึกษาหารือกัน และเข้าใจกันว่าซิสเตอร์กับพระสงฆ์ต้องทำงานด้านการแพร่ธรรมด้วย บางช่วงก็อาจจะเน้นการบริหารการศึกษามากไปบ้าง

เรื่องนี้คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อทำงานร่วมกันไม่ว่ากับพระสงฆ์ด้วยกัน หรือกับฆราวาส หรือใครก็ตาม ปัญหาก็มีอยู่เสมอ ปัจจุบันซิสเตอร์โดนาตา ซึ่งเคยเป็นเจ้าคณะ ได้รับเลือกเป็นคุณแม่เจ้าคณะอีกครั้งหนึ่งต่อจากซิสเตอร์สุนิตย์ ราชจำปี

คุณพ่อมีคติประจำใจว่า “ความรักมั่นคง ดำรงนิจนิรันดร์”

@@@

ประวัติส่วนตัว

เกิดวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.1953 เป็นสัตบุรุษอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ สกลนคร บวชวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.1981

ประวัติการศึกษา

  • เรียนที่โรงเรียนวรธรรมพิทยาคาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
  • เรียนที่โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ ท่าแร่ สกลนคร จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
  • ค.ศ.1974 สมัครสอบ วิชาพิเศษทางการศึกษา (พกศ.) กรมการฝึกหัดครู
  • ค.ศ.1975 สมัครสอบ วิชาพิเศษครูมัธยม (พ.ม.) กรมการฝึกหัดครู
  • เรียนที่วิทยาลัยแสงธรรม สามพราน นครปฐม จบสาขาปรัชญา ค.ศ.1978
    และเทววิทยา ค.ศ.1981
  • ค.ศ.1985 ศึกษาต่อที่ E.A.P.I.  Anteneo University ประเทศฟิลิปปินส์
  • ค.ศ. 1986 ศึกษาต่อที่ St. Louis University ประเทศฟิลิปปินส์
    จบปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา

ประวัติการทำงาน

  • ค.ศ.1981-1983 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่
  • ค.ศ.1987-1992 ผู้จัดการโรงเรียนเซนต์ยอแซฟ
    คณะผู้บริหารสามเณราลัยฟาติมา ท่าแร่
    และดูแลวัดนักบุญมาการีตาอาลาก๊อก หนองบัวทอง สกลนคร
  • ค.ศ.1993-1998 เจ้าอาวาสวัดนักบุญกาทารีนา ทุ่งมน สกลนคร,
    วัดบุญราศีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทย วนาสามัคคี
    และวัดนักบุญเทเรซา ดอนถ่อน นครพนม
  • ค.ศ.1993-1998 ผู้ประสานงานสามเณรใหญ่อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
  • ค.ศ.1993-2005 ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและอบรม
  • ค.ศ.1998-2001 เลขาธิการอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ผู้จัดการโรงเรียนเซนต์ยอแซฟ สกลนคร และหัวหน้าแผนกโรงเรียน
  • ค.ศ.2001-2003 เจ้าอาวาสรองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง นครพนม
  • ค.ศ.2001-2003 รักษาการเลขาธิการสภาสงฆ์
  • ค.ศ.2003-2008  เจ้าอาวาสอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ สกลนคร
  • ค.ศ.2003-2008 เลขาธิการสภาอภิบาลอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
  • วันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.2006 กรรมการกลุ่มคริสตชนพื้นฐาน
  • ค.ศ.2007-2008 เลขาธิการศูนย์การศึกษาอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง
  • ค.ศ.2008 เจ้าอาวาสวัดแม่พระถวายพระกุมารในพระวิหาร บ้านจันทร์เพ็ญ
    วัดนักบุญยอแซฟ โคกกลาง สกลนคร และหัวหน้าแผนกชีวิตสงฆ์