เมื่อไม่นานมานี้ ท่านสมมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย ได้ขอให้ทางสภาพระสังฆราชฯ สรรหาบุคคลที่จะไปศึกษาด้านการทูตบ้าง เพราะที่ผ่านมามีเพียงคนเดียว

ครั้งนี้ จึงขอพูดคุยกับ “พ่อนุ” วิษณุ ธัญญอนันต์ อายุ 49 ปี

พ่อนุเป็นคนที่สองในครอบครัว แต่เป็นพี่ชายคนโต มีน้องๆ ตามมาอีก 7 คน มีฝาแฝด 1 คู่ บ้านอยู่ที่วัดนักบุญอันเดร บางภาษี นครปฐม

เข้าบ้านเณรนักบุญยอแซฟ บ้านเณรกลาง และบ้านเณรใหญ่ ตามลำดับ ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์จากพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู พร้อมกับคุณพ่ออดิศักดิ์ สมแสงสรวง และคุณพ่อศุภกิจ เลิศจิตรเลขา กรุงเทพฯ วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 22 ปีแล้ว

หลังจากบวชได้เป็นปลัดวัดอัสสัมชัญ บางรัก อยู่เพียง 1 ปี ก็ได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาต่อด้านการทูต ถือว่าเป็นคนแรก และเพียง “หนึ่งเดียว” เท่านั้น

ประจำอยู่ที่จาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย 1 ปี ก่อนจะย้ายไปประจำสมณกระทรวงศาสนสัมพันธ์ วาติกัน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 2008

หลายคนสงสัยว่า ต้องเรียนอะไรบ้าง?
จะเป็นทูตเมื่อไร?
มีขั้นตอนอย่างไร?

วันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2008 คุณพ่อกลับมาที่กรุงเทพฯ เมื่อได้พบกัน จึงขอจับเข่าคุยหาเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเพื่อให้เพื่อนพระสงฆ์ได้รับรู้กันบ้าง

“ที่กลับมา ก็มาพักผ่อน เพราะช่วงก่อนหน้านั้นได้มาครั้งหนึ่ง ช่วงบิดาป่วยและเสียชีวิตไป พอเสร็จพิธีศพได้ไม่กี่วัน ก็ต้องกลับไปทำงาน ซึ่งตามปกติเขามีระเบียบว่า เมื่อพ่อหรือแม่ตาย ให้พักได้ 1 เดือน ตอนนั้นผมไม่ได้พักเลย ท่านคงเห็นว่าช่วงนี้เป็นช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นปีใหม่ของไทย เขาก็เลยให้กลับมาเยี่ยมบ้าน เยี่ยมแม่พี่น้องได้ และก็มีงานฝากมาให้จัดการด้วยเหมือนกัน”

“ท่านทูตให้มาซื้อเสื้อกาสุลา ศาสนภัณฑ์ เพื่อใช้สำหรับวัดน้อยของบ้านทูต ซึ่งจะเปิดและเสกในวันฉลองพระจิตเจ้านี้”

“อยู่ที่อินโดนีเซีย ผมก็เปิดสอนคำสอนผู้ใหญ่ด้วย มีคนมาเรียนจากไม่ถึง 10 คน ก็เพิ่มขึ้นๆ ผมคิดว่าเป็นโอกาสดี ที่ได้ทำงานอภิบาลไปด้วย จะได้ไม่ลืมเรื่องชีวิตสงฆ์”

ที่อินโดนีเซีย สังเกตว่า คนใฝ่รู้ อยากรู้ และเรื่องศาสนาก็มีคนสนใจมากขึ้นๆ

หลังเรียนจบกับหน้าที่การงาน

ครั้งแรกไปอยู่ที่ประเทศซูดาน ในอัฟริกา สถานทูตที่นี่ต้องรับผิดชอบประเทศโซมาเลีย โอมาน เยเมน

อาบูดาบีอีกด้วย แต่ตอนนี้ทางวาติกันได้โอนให้ขึ้นกับเลบานอนแล้ว

ต่อมาก็ไปประจำที่ประเทศโมร็อคโค 1 ปี 8 เดือน งานไม่มากนัก

อยู่ประเทศกรีซ 3 ปี ที่นี่ส่วนใหญ่นับถือออร์โธด๊อกซ์ และนับถือนักบุญอันดรูว์มาก

อยู่ประเทศอินเดีย 3 ปี ที่นี่งานมาก มีคริสตังถึง 17 ล้าน มี 149 สังฆมณฑล มีพระสงฆ์ 19,946 องค์ (พระสงฆ์สังฆมณฑล 11,437 องค์ นักบวช 8,509) และมี 3 สภาฯ

อยู่ประเทศญี่ปุ่น 5 ปี นับว่านานกว่าที่อื่น มีคริสตังประมาณ 5 แสนคน 16 สังฆมณฑล และพระสงฆ์ 1,589 องค์ (พระสงฆ์สังฆมณฑล 501 องค์ นักบวช 1,088 องค์)

อยู่ประเทศไอร์แลนด์ 3 ปี ช่วงนี้ได้มีโอกาสช่วยประสานงานเรื่องการเรียนให้กับคุณพ่อเอนก นามวงศ์ คุณพ่อคมทวน สุขสุทิพย์ และคุณพ่อไตรรงค์ (อั๋น) มุลตรี

อยู่ประเทศอินโดนีเซีย 7 เดือน (ถึงเดือนเมษายน) สถานทูตที่นี่ต้องดูแลติมอร์ตะวันออกด้วย นักบวชส่วนใหญ่เป็นคณะเยสุอิต และเอสวีดี. (S.V.D.) คริสตังที่นี่มีความศรัทธาร้อนรนมาก

อินโดนีเซียมีประชากร 260 ล้านคน มีคาทอลิก 8 ล้านคน แบ่งเป็น 38 สังฆมณฑล(10 อัครสังฆมณฑล) แต่ที่มาแรงคือโปรเตสตันต์

จาการ์ต้า หรือบัตตาเวีย (Batavia) เป็นเมืองหลวงของประเทศ สังฆมณฑลนี้มีพระสงฆ์ 400 คน คริสตัง 8 แสนคน ประชากรนับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 88 นับถือคริสต์รวมทั้งคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ร้อยละ 8 ส่วนใหญเป็นโปรเตสแตนต์ คาทอลิกมีประมาณ 8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 2

จาการ์ตามีประชากร 11 ล้าน มีคริสตัง 411,000 คน สังฆมณฑลอันเด (Ende) มีคริสตังเกือบ 7 แสนคน สังฆมณฑลรูเต็ง (Ruteng) มี 6.1 แสนคน สังฆมณฑลเซมาลังและสังฆมณฑลเมดาน มีสังฆมณฑลละ 5 แสนคนเศษ!

อินโดนีเซียมีภาษาบาฮาซา (Bahasa) เป็นภาษาที่เรียนง่ายสำหรับคนไทย เพราะมีภาษาสันสกฤตผสมอยู่มาก และภาษาดัช เพราะพวกดัชเคยเข้ามายึดครองตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 อยู่นานมากกว่า 300 ปี และยังมีภาษาท้องถิ่นอีกถึง 300 ภาษาที่ใช้พูดกัน

คำขวัญของประเทศคือ “Unity in Diversity -หนึ่งเดียวในความแตกต่าง”

อาสนวิหารแม่พระที่จาการ์ตานั้น ตรงกันข้ามมีสุเหร่าขนาดใหญ่มากของมุสลิม

เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่ตรงเส้นศูนย์สูตร อากาศจึงไม่ร้อนมากนัก เพราะอยู่เป็นเกาะส่วนใหญ่ ทั้งประเทศมีถึง 18,108 เกาะ

คุณสมบัติของผู้ที่จะทำงานด้านการทูต

ด้านการเรียน ต้องจบปริญญาโทด้านกฎหมายของพระศาสนจักรจากมหาวิทยาลัยที่พระศาสนจักรรับรอง จะเป็นมหาวิทยาลัยลาเตรัน มหาวิทยาลัยเกรโกเรียน ฯลฯ และมีปริญญาเอก 1 ใบ วิชาอะไรก็ได้ ถ้าจบมาแล้วก็จะเรียนเฉพาะด้านการทูตอีก 2 ปี

แต่ผมไม่มีปริญญาเอก ต้องเรียนการทูตที่มหาวิทยาลัย และต้องทำปริญญาเอกด้านกฎหมายพระศาสนจักร ใช้เวลาถึง 4 ปี

เรื่องภาษาต้องรู้ภาษาหลักๆ อย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาอิตาเลียน หรืออังกฤษ หรือฝรั่งเศส

ตำแหน่งหน้าที่ด้านการทูตทั่วไป ตามลำดับ

  • Attach? (อาตาเช) บางครั้งแปลว่าผู้ช่วยทูตเทียบระดับซี 2
  • Second Secretaryเลขานุการโทระดับซี 4
  • First Secretaryเลขานุการเอกระดับซี 6
  • Second Counselorที่ปรึกษาที่ 2ระดับซี 7
  • First Counselorที่ปรึกษาที่ 1 ระดับซี 8
  • Minister counselorอัครทูต ระดับซี 9 (ตำแหน่งนี้มีเฉพาะบางประเทศ เช่น ไทย เยอรมัน ฯลฯ)
  • Head of Missionทูตระดับซี 10 (บางครั้งใช้แทนคำว่า Ambassador)
  • Charge d’Affair (a.i.) อุปทูต (รักษาการแทนทูต หรือ Deputy Head Mission)

ตำแหน่ง มงซินญอร์ (Monseigneur) มี 3 ระดับ คือ

  1. Chaplain of His Holiness
  2. Prelate of His Holiness
  3. Protonotary of His Holiness

ยังมีคำที่ใช้หมายถึงสมณทูตวาติกันอีกคือ Nuncio, Pope Ambassador, Vatican Ambassador

ปัจจุบัน วาติกันมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆ อยู่ 176 แห่ง แต่ผู้ที่เป็นทูตคนหนึ่งอาจจะดูแลหลายประเทศ เช่น ประเทศไทยต้องรับผิดชอบ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน พม่า ลาว และกัมพูชา

ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นทูตทุกคน จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นอัครสังฆราชด้วย

“เมื่อไหร่จะได้เป็น “สมณทูต” สักที?”

“ฮะ...ฮะ....ฮา.......ฮา..............ฮา