คุณพ่อวิบูรณ์ ลิขิตธรรม เพื่อนๆ เรียกว่า “พ่อเปา” จะเรียกตามลักษณะใบหน้า หรือชอบกินซาลาเปาก็ไม่ทราบ แต่วันนั้นที่ผมคุยกับคุณพ่อ ในมือถือน้ำ อีกมือหนึ่งถือซาลาเปาอยู่พอดี

คุณพ่อบวชได้ 7 ปี ไปทำงานในนามคณะธรรมทูตไทยอยู่ภาคเหนือ 5 ปี บวชวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2001

เป็นคนที่ 8 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 11 คน เวลานี้น้ำหนัก 95 กิโลกรัม สูง 163 เซนติเมตร

เข้าบ้านเณรในนามวัดตรอกจันทน์ และมีพี่สาวเป็นเซอร์คณะคาร์เมไลท์ อยู่ที่ซอยวัดนักบุญเปโตร สามพราน

เตี่ยของผมเป็นพี่ชายของคุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม เดิมอยู่เขตวัดกาลหว่าร์ และไปแต่งงงานกับแม่ที่วัดฟาติมา สมัยคุณพ่ออาเมสตอย และย้ายบ้านมาอยู่ที่วัดตรอกจันทน์

รุ่นที่บวชพร้อมกันที่สามพรานมี 8 คน พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นผู้บวชให้ จากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 5 องค์ คือ คุณพ่อยอดชาย เล็กประเสริฐ คุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม คุณพ่อพรศักดิ์ ชื่นจิตรอภิรมย์ คุณพ่อสหพล ตั้งถาวร คุณพ่อวิบูรณ์ ลิขิตธรรม

คณะโอเอ็มไอ. 2 คน คุณพ่อบุญลือ ราชกิจ และคุณพ่อวัยพรต พุฒสา

และคณะีอีิเดนเตส คือ คุณพ่อคมกฤส อานามนารถ (มรณะวันที่ 21 มิถุนายน 2007)

นอกจากนี้  ในรุ่นเดียวกันยังมีสังฆานุกรอีก 2 คน คือ คุณพ่อสมหมาย มธุรสสุวรรณ และคุณพ่อธนันต์ธง สุขสุทิพย์

สมาชิกคณะธรรมทูตไทยที่เป็นพระสงฆ์ มีคุณพ่ออนุรักษ์ ประจงกิจ คุณพ่อรังสรรค์ ภานุรักษ์ คุณพ่อนิกร ประสูตร์แสงจันทร์ คุณพ่อบัญชา วงษ์วุฒิพงษ์ คุณพ่อคมทวน สุขสุทิพย์ คุณพ่อเทพประสิทธ์ ทอแสงธรรม และยังมี คุณพ่อไตรรงค์ (อั๋น) มุลตรี

อยู่ที่เขมร 3 องค์ คือ คุณพ่อวีระชัย ศรีประมงค์  คุณพ่อชัชชัย รวมอร่าม และคุณพ่อไตรรงค์ มุลตรี

ตอนแรกบวชใหม่ๆ ก็ซื้อรถมือสองคันหนึ่ง จากเงินที่บวช ใช้ได้ไม่นานก็พัง ผมไม่รู้เรื่องเครื่อง ซ่อมเสร็จก็เลยเห็นว่าไม่ไหว ก็เลยขายไปได้เงินแสนเศษๆ และเซอร์ที่เชียงรายได้มอบรถกระบะให้คันหนึ่งไว้ใช้ ซึ่งดีกว่าคันที่ผมซื้อใช้ตอนนั้น ก็ใช้มาจนทุกวันนี้

ตอนนี้ก็ดูแลวัดเชียงแสน วัดแม่แอบ และอีก 2 หมู่บ้าน

สอน กศ.น. เป็นเด็ก 2 คน สอนทุกวัน นอกจากนั้น ก็มีผู้ใหญ่มาเรียนภาษาไทยกับเรา ก็สอนตามสะดวกเขา กลางวันและกลางคืน

ชาวบ้านมีพวกคนจีน อาข่า ลาหู่ ผมเองก็สอนภาษาไทย ส่วนภาษาของเขาก็ทักทายเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้างเท่านั้น

เพิ่งเป็นครู กศ.น เมื่อปีที่แล้วนี้เอง (ค.ศ. 2007) เพราะเห็นว่าพอสอนได้

ที่หมู่บ้านแม่แอบ มีทั้งลาหู่และจีน มีคริสตัง 7 ครอบครัวๆ ละ 7 คน ส่วนใหญ่มีพ่อแม่อยู่บ้าน ลูกๆ ไปทำงานที่อื่นกัน

ก่อนหน้าที่ผมจะไปอยู่นั้น แรกๆ ุณพ่อคาร์โล ลุสซี คณะเบธาราม เป็นเจ้าวัดอยู่เชียงราย และซิสเตอร์คณะบาบีนาไปเยี่ยมพวกลาหู่ที่อพยพมาจากพม่า เดิมค่ายอพยพอยู่ที่เชียงของ ต่อมาค่ายแตกก็อพยพย้ายกันมาอยู่ที่สนยา มาอยู่ที่แม่แอบนี่ และต่อมาคุณพ่อชัยศักดิ์ ศรีทิพยอาสน์ จากราชบุรี ที่ขึ้นมาช่วยเชียงใหม่ ได้มาสร้างวัดไว้และภายหลังเมื่อวัดมีที่พัก ผมก็มาพักอยู่ที่นี่ด้วย

แม่แอบอยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสน 23 กิโลเมตร ห่างจากวัดแม่พระบังเกิด เชียงราย 85 กิโลเมตร

“เรื่องเงินทองก็ลำบากเหมือนกัน ไม่มีทุนมาช่วย เพราะจะทำอะไรก็ไม่มีเงิน คนงานก็ไม่มีเงินจ้าง และยังเรื่องความชัดเจนของคณะฯ อีก งานไม่มีปัญหา เพราะเราหาทำได้ มีอะไรก็ทำเท่าที่ทำได้”

ส่วนศูนย์ที่เวียงแก่น คุณพ่ออนุรักษ์ ประจงกิจ ดูแล และที่เชียงของ คุณพ่อรังสรรค์ ภานุรักษ์ ดูแล ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์ที่เข้มแข็งพอสมควร มีเด็กหลายสิบคน

ทางอธิการคณะฯ ได้มอบหมายให้ผมทำงานกับพวกเย้า ผมก็ออกสำรวจดูเพราะที่นี่มีหมู่บ้านเย้า ตอนแรกๆ ก็มีความลำบากคือไม่รู้จักคน ไม่รู้จะทำอะไร เหมือนมวยวัด แม้นทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนกัน เรียกว่ายังคลำหาเป้าอยู่

เย้าที่เป็นคริสตังอยู่ที่จังหวัดลำปาง และที่แม่จัน เชียงราย คุณพ่อบัญชา วงษ์วุฒิพงษ์ ดูแลอยู่ ส่วนเย้าที่เป็นคริสตังในลาวมีแยะแต่ยังไม่รู้จัก

ตอนนี้ที่ผมอยู่ก็มีพวกเย้าอยู่ 4 หมู่บ้าน แต่ยังไม่ได้เป็นคริสต์ ผมยังไม่ได้ทำงานกับพวกเย้า เพราะมาพบพวก อาข่า ลาหู่ มี 3 หมู่บ้าน ก็เลยทำงานกับพวกเขา มีพม่าอพยพ ได้พบกันที่ตลาดนัด มีครูคำสอนของเราสวมสายประคำ คนลาวเขาก็เข้ามาถามและพูดคุยกัน และก็ได้แนะนำและรู้จักกัน ตอนนี้ก็พาไปเยี่ยมพวกเขาที่ฝั่งโน้น

“ไป-มา ลำบากไหม?”

“... ก็ไม่ลำบากหรอกครับ แต่ผมรู้สึกเสียว ที่เสียวเพราะว่ายน้ำไม่เป็น!”

เรื่องและภาพประกอบโดย : โทนี่ ไทยแลนด์