รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

ฝรั่งรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส่ ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ในภาคอีสาน ถ้าเป็นวันนี้ ใครๆ ก็ต้องนึกว่าเป็น “เขยฝรั่ง” แน่ๆ แต่ถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว ก็ต้องเป็น “ทหารสหรัฐ” (GI) ซึ่งครั้งหนึ่ง อุดรฯ เคยมีฐานทัพสหรัฐอยู่ที่นี่เพื่อไปทิ้งระเบิดที่ประเทศลาวและเวียดนาม

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนที่พบเห็นสะดุดตาก็คือ ชุดนักบวชสีขาวยาว มีแถบผ้าสีดำคาดและมีสายประคำห้อย มีไม้กางเขนขนาดใหญ่เหน็บไว้ที่แถบผ้าสีดำ ไปไหนมาไหนมักจะสวมชุดนี้เสมอ และทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ฝรั่งเว้าอีสานแม่นหลาย...!

“เพื่อนสงฆ์” ได้มีโอกาสพบปะกับคุณพ่อเทรวิส ณ อาสนวิหารพระมารดานิจจานุเคราะห์ อุดรฯ ซึ่งคุณพ่อเคยเป็นเจ้าอาวาสอยู่ 8 ปี วันนั้นเป็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2010 ได้พูดคุยกับชีวิตส่วนหนึ่งที่อยู่ในสังฆมณฑลอุดรธานีซึ่งดูเหมือนจะคู่เคียงกับคณะพระมหาไถ่มาตั้งแต่แรก

“ผมเคยไปอยู่ที่วัดพระวิสุทธิวงศ์ หรือวัดโพนสูง ค.ศ.1987 สมัยนั้นอยู่กับคุณพ่อปรีดา โอนากูล พยายามเรียนภาษาไทย-อีสานกับชาวบ้าน เคยอยู่ที่นี่ถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกผมมาอยู่ที่โพนสูง 6 ปี ครั้งที่ 2 ประมาณ 4 ปี และครั้งที่ 3

อีกประมาณ 3 ปี รวมแล้วประมาณ13 ปี ต่อมาผู้ใหญ่ได้ย้ายให้เข้ามาทำงานที่วัดพระมหาไถ่ กรุงเทพฯ บ้าง หรือที่พัทยาบ้าง แต่ในใจจริงๆ แล้วอยากอยู่ที่วัดโพนสูง”

คนที่รู้จักคุณพ่อจะทราบดีว่าคุณพ่อรักอีสาน อยากอยู่ที่วัดโพนสูงแห่งนี้ และที่อาสนวิหารฯ มาก แต่ด้วยความสุภาพและนบนอบต่อผู้ใหญ่ จึงอยู่ที่ไหนก็ได้ ตามแต่ผู้ใหญ่จะมอบหมายให้

“สมัยนั้นได้สอนคำสอนคริสตัง เยาวชน และคนที่สนใจในเรื่องศาสนา ได้พยายามจัดเวลาสอนให้พวกเขา พวกผู้หญิงก้สอนกลางวันเวลา 9.30 น. เพราะแม่บ้านเมื่อส่งลูกไปโรงเรียนแล้วจะมีเวลา สอนประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ชายมาเรียนเวลา 2 ทุ่ม เราตีกลองและตีระฆังเรียก หลังจากที่พวกเขาเสร็จงานจากท้องนาของตนเองแล้ว แต่ละรุ่นมี 5 -10 คน

หมู่บ้านบ้านโพนสูง จังหวัดอุดรธานี เป็นหมู่บ้านคริสตัง สมัยที่ผมอยู่นั้น มีประมาณ 2,000 คน และคนที่ไม่ได้เป็นคริสตัง เมื่อมาอยู่ในหมู่บ้านหรือใกล้ๆ กัน ก็สนใจเรื่องศาสนา มาเรียนคำสอนกัน

สมัยนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งมาเรียนคำสอนกับเพื่อนๆ และรับศีลล้างบาป ต่อมาได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่เป็นคริสตังซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่บ้านโพนสูง และเป็นคริสตังที่ดี หญิงคนนั้นคือคุณพ่อและคุณแม่ของพระคุณเจ้ายอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย นั่นเอง เป็นครอบครัวที่ดีและศรัทธา

เธอได้สอนพ่อแม่ของเธอ และลูกๆ ด้วย ต่อมาลูกชายคือเด็กชายลือชัย ธาตุวิสัย อยากเข้าบ้านเณร เธอจึงส่งเข้าบ้านเณรฟาติมาที่ท่าแร่ เด็กชายลือชัยเรียนดีและเก่ง เขามาจากครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นคนดี และมีความศรัทธา

บ้านโพนสูงมีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่โพนสูง คนที่มาอยู่ในสังคมบ้านโพนสูงก็สนใจศาสนาคริสต์ทีละเล็กทีละน้อย บางคนมีปัญหาเรื่องกลัวผี ผีปอบ และได้เห็นแบบอย่างของคริสตังที่มีความเชื่อความศรัทธา

พวกคริสตังไม่กลัวผี เป็นชีวิตที่มีความสุข มีความเชื่อในพระเจ้า และไม่รังเกียจคนต่างศาสนาที่เข้ามาอยู่ในบ้านโพนสูง มีหลายคนไม่มีความสุข เขาเป็นคนดี แต่มักจะกลัวผีปอบ เมื่อกลัวผีปอบ จึงพยายามเข้ามาในวัดของเรา แต่เมื่อมาอยู่ในบ้านโพนสูงแล้ว ก็มีความสุข อยากเป็นคริสตัง จึงมาเรียนคำสอน บางครั้งทั้งหมู่บ้านมาเป็นคริสตังร้อยเปอร์เซนต์”

คริสตังในอีสานส่วนใหญ่เป็นคนศรัทธา ร่วมมือทำกิจกรรมคาทอลิกอย่างดี และมีกระแสเรียกเป็นพระสงฆ์นักบวชมาก

วัดโพนสูงมีอายุประมาณ 125 ปีแล้ว อยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรฯ 90 กิโลเมตร

“มีอยู่ช่วงหนึ่งได้เป็นเจ้าอาวาสอาสนวิหารพระมารดานิจจานุเคราะห์ที่อุดรฯ ช่วยพระสังฆราชยอด อยู่ 12 ปี”

ตลอดเวลาที่ได้พูดคุยกัน คุณพ่อพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และเมื่อพูดถึงอีสาน สังเกตว่าคุณพ่อมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะพูด และพูดแบบเห็นคุณค่าชีวิตของชาวบ้าน วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ความศรัทธา บางช่วงก็ได้เห็นใบหน้าฝรั่งพูดภาษาไทยสำเนียงอีสานปนด้วย

โรงเรียนอินเตอร์ฯ (RIS)

คณะพระมหาไถ่มีเอกลักษณ์ที่คนทั่วไปนึกถึงได้ทันที มิสชันนารีชาวอเมริกัน นักเทศน์อบรม โรงเรียนอินเตอร์ฯ วัดทรงไทย เพราะมิสชันนารีรุ่นแรกๆ เป็นฝรั่ง มีบุคลิกและรูปร่างสูงใหญ่ แต่ละคนหน้าตาเหมือนมาจาก “ฮอลลีวู้ด”(Hollywood)

วันนี้ สุขภาพกับหน้าที่

ผมมาดูแลโรงเรียนครั้งแรก ค.ศ.1962 เวลานั้นเปิดมาได้ 6 ปีแล้ว และยังเป็นโรงเรียนเล็กๆ เด็กไม่มากนัก ต่อมาได้ไปอยู่ในภาคอีสานระยะหนึ่ง ค.ศ.1996 ผู้ใหญ่ของคณะพระมหาไถ่ขอให้ผมลงไปช่วยงานที่โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา(Ruamrudee International School) นาน 8 ปี แต่เมื่อครบวาระแล้ว อธิการเจ้าคณะขอให้ผมอยู่ที่นี่ต่อเพราะเห็นว่าผมรู้ที่ไปที่มาของโรงเรียนตั้งแต่แรกเริ่ม”

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรารับนักเรียนได้ประมาณ 1500 คน ครู 200 คน ครูส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ คนที่จะมาเป็นครูในโรงเรียนของเรา ต้องใช้ภาษาอังกฤษเก่ง เป็นคนดีและมีวุฒิความรู้ด้านการสอนด้วย

สำหรับชั้นเรียนนั้น เมื่อเด็กอายุ 3 ขวบ เข้าเรียนชั้นเตรียมอนุบาล (Pre-school) และเรียนชั้นอนุบาล พออายุ 6 ขวบ ก็เริ่มเกรด 1 จนถึงเกรด 12 เมื่อจบแล้วจึงเข้ามหาวิทยาลัย แต่ละปีรับได้ประมาณ 185 คน

เราสอนโดยใช้หลักสูตรสากล เมื่อจบแล้วนักเรียนจะเข้าไปเรียนต่อที่ไหนก็ได้ทั่วโลก เพราะเราเอาใจใส่อย่างดี และนักเรียนก็เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียนดี มีทั้งคนไทย และต่างชาติ รวมแล้วประมาณ 30-40 ประเทศ

เวลานี้อยู่ที่โรงเรียนใช้แต่ภาษาอังกฤษทั้งวัน ไม่ค่อยมีโอกาสพูดภาษาไทยมากนัก พยายามหาโอกาสใช้ภาษาไทย ถวายมิสซาภาษาไทยบ้าง

เวลาที่คุณพ่อเดินไปเดินมา ต้องใช้ไม้เท้าและเดินเอียงๆ เล็กน้อย จึงได้พูดคุยกันเรื่องสุขภาพบ้าง

“เมื่อปีที่แล้วไม่ค่อยดีนักเพราะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2 ครั้ง และเป็นงูสวัดครั้งหนึ่ง ได้ไปเยี่ยมบ้านและน้องๆ และรักษาตัวที่สหรัฐฯ แต่บังเอิญล้มลงกระดูกสะโพกแตก ต้องรักษาตัวอยู่นาน 2 เดือน เวลานี้ต้องอาศัยไม้เท้าช่วยประคองไปได้บ้าง

น้ำหนักตัวประมาณ 180 ปอนด์ หรือ 82 กิโลกรัมกว่า สูง 6 ฟุต 1 นิ้วกว่า ประมาณ 180 เซนติเมตรเศษๆ สุขภาพโดยทั่วไปไม่มีปัญหาอะไร”

“ผมบวชมาได้ 56 ปีแล้ว บวชเมื่อ ค.ศ.1954 อยู่ประเทศไทยนาน 53 ปี และเคยอยู่หลายแห่ง

ในครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เหลือเพียง 3 คน ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีครอบครัวอยู่ที่รัฐอินเดียน่า และรัฐเท็กซัส เวลากลับไปบ้าน จะไปพักกับน้องๆ เพราะพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว”

วันอภิเษกพระคุณเจ้าลือชัย ผมสังเกตว่าเมื่อสัตบุรุษซึ่งดูเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ เมื่อเห็นคุณพ่อก็รู้สึกดีใจอย่างเห็นได้ชัด เดินเข้ามาหาและ“สวัสดี คุณพ่อ” พูดคุยกันเป็นภาษาไทย-อีสาน ล้อมหน้าล้อมหลัง ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น เหมือนเป็นปู่ เป็นตา หรือเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก อย่างใกล้ชิด เป็นกันเอง ดูแล้วน่าประทับใจครับ

อดีตที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ชีวิตของคุณพ่อเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณค่า ชีวิตที่บันทึกเรื่องราวและประสบการณ์มากมายในฐานะคนๆ หนึ่งที่ได้ทำงานพัฒนาชาวบ้านให้มีการศึกษา มีความเชื่อ และมีอาชีพอย่างมีศักดิ์ศรี แต่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ชีวิตนักบวชผู้เสียสละชีวิตทั้งหมดเพื่อพระเป็นเจ้า และเพื่อความรอดของพี่น้องทั้งหลายที่ไม่ใช่ญาติในสายเลือด
แต่เป็นญาติในความเชื่อที่ลึกซึ้งและกว้างไกลอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด

พระคุณเจ้าลือชัย ธาตุวิสัย ได้กล่าวถึงคุณพ่อเทรวิสในบทสัมภาษณ์ที่ลงใน “อุดมศานต์” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2010 หน้าที่ 16 ว่า “คุณพ่อเลโอ เทรวิส เป็นคุณพ่อมิสชันนารีที่ใจดีและศรัทธามาก เป็นคนล้างบาปให้แม่ซึ่งเป็นพุทธมาก่อน ตอนเล็กๆ คลุกคลีกับท่าน ท่านเป็นแบบอย่างที่ดี และสร้างความประทับใจให้กับพ่อเป็นอย่างมาก แบบอย่างที่ดีของมิสชันนารี ความใจดีของท่าน ทำให้พ่อสนใจกระแสเรียกการเป็นเณร ท่านเป็นเหมือนวีรบุรุษของพ่อ”

คำกล่าวของพระคุณเจ้าลือชัยนี้ น่าจะบอกเราได้มากมายครับ!

ทุกวันนี้คุณพ่อยังมีรอยยิ้มที่ดูเป็นคนมีความสุข สวมชุดนักบวชของคณะพระมหาไถ่ แต่มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งคือ “ไม้เท้า”!