รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

พระสงฆ์ธรรมทูตจากเมืองจันทน์ ทำงานเมืองย่าโมมาตลอดเวลา 30 ปีชีวิตสงฆ์ ภาษาสำเนียง “เหน่อจันทน์”

คุณพ่อฟรังซิส เซเวียร์ สมคิด เจริญนารถ บิดาชื่อจบ มารดาชื่อ ง้วย เกิดวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ.1949/พ.ศ.2492 มีพี่น้อง 11 คน คุณพ่อเป็นคนสุดท้อง ที่บ้านมีอาชีพทอเสื่อขาย

นามสกุลที่เหมือนกันอีกองค์หนึ่งคือ คุณพ่อสร้อย เจริญนารถ เป็นลูกพี่ชายคนโตของพ่อ  ท่านย้ายมาอยู่ที่ปากลัด พระประแดง มีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือ เจอใครๆ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ชอบแจกท็อฟฟี่ และสมัยหนุ่มๆ ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ เมื่ออายุมากก็อยู่ที่วัดเตยใหญ่นานมากจนเกษียณ และต่อมามาพักอยู่ที่บ้านพักพระสงฆ์อาวุโสที่ศรีราชา มรณะวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.2008

บ้านเณร

ครอบครัวอยู่ใกล้วัดจันทน์ 1 กิโลเมตร ก็ไปวัดกันบ่อย เมื่อมีพิธีนพวารพระมารดานิจจานุเคราะห์ หรือพิธีอื่นๆ ก็มักจะไปเสมอ คุณแม่เป็นคนเคร่ง เวลานั้นรู้สึกอยากเป็นเณร แต่ไม่ค่อยกล้าพูดกับใคร มีเพื่อนรุ่นพี่คือ คุณพ่อประสพ เจริญนิตย์ ชวนกันว่าจะไปด้วยกัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขาไป แต่ผมไม่ไป ได้เข้ากรุงเทพฯ ไปเรียนที่สหพันธ์โรงเรียนราษฎร์ 1 ปี และมีโอกาสไปร่วมมิสซา ทำพิธีนพวารพระมารดานิจจานุเคาระห์ที่วัดคอนเซปชัญ คุณพ่อศวง ศุระศรางค์ เป็นเจ้าวัด ครั้งหนึ่งท่านเทศน์เรื่องการแพร่ธรรม ทำให้ผมได้คิดอีกครั้งหนึ่ง คิดถึงคุณพ่ออาทร พัฒนภิรมย์ ซึ่งบ้านอยู่ติดกัน และได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆ จากคุณแม่ของคุณพ่ออาทร เรื่องความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ทำให้สนใจ และก็คิดว่า “ชีวิตนี้ น่าจะเป็นพระสงฆ์!”

หลังจากได้ทบทวนไตร่ตรองชีวิตแล้ว จึงได้เขียนจดหมายถึงคุณพ่อบรรจง อารีพรรค อธิการบ้านเณร ขอสมัครเข้าบ้านเณรในชั้น ม.ศ.4 อยู่บ้านเณรเล็ก 3 ปี ทางผู้ใหญ่ก็ส่งไปเรียนต่อที่บ้านเณรปีนัง (General College หรือ Coll?ge G?n?rale) อยู่ได้ 2 ปี ผมเรียนไม่เก่ง ภาษาอังกฤษไม่ค่อยดี พอดีขณะนั้นทางเมืองไทยสร้างบ้านเณรแสงธรรมแล้ว คุณพ่ออากิลเลส จุง อธิการบ้านเณร ได้แนะนำให้กลับมาเรียนต่อในประเทศไทย

เมื่อกลับมาแล้วได้มีโอกาสไปเรียนที่ศูนย์คริสตศาสนธรรม (ซีซี.) รุ่นที่ 6 เป็นเวลา 1 ปี  และเข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม ในชั้นปีที่ 3 เรียนต่อด้านเทววิทยา มีเพื่อนร่วมรุ่นที่กลับมาจากปีนังและมาเรียนด้วยกันคือ คุณพ่ออุดมศักดิ์ วงษ์วุฒิพงษ์ ของกรุงเทพฯ และช่วงนั้นก็ไม่ส่งเณรไทยไปเรียนที่ปีนังแล้ว บ้านเณรก็ค่อยๆ ปิดตัวลง

เมื่อจบจากบ้านเณรใหญ่แสงธรรมแล้ว พระคุณเจ้าลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต อยากให้ไปสัมผัสจิตตารมณ์โฟโกลาเร ที่อิตาลี จึงไปพักที่ฟัสกาตี้อยู่ 7 เดือน สัมผัสจิตตารมณ์ความรัก ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็พยายามนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ และในหน้าที่การงานด้วย

วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1979 พระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต เป็นผู้บวชให้ พร้อมกับเพื่อนรวม 6 องค์ ที่วัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ คือ คุณพ่อพิทักษ์ โยธารักษ์ คุณพ่อทวี อานามวัฒน์ คุณพ่อสมชัย พิทยาพงศ์พร คุณพ่อบุญชอบ พงศ์ศิริพัฒน์ คุณพ่อทนงศักดิ์ (ตุ่ม) เลิศทนงศักดิ์ และผม

ชีวิตธรรมทูตต่างถิ่น

เมื่อบวชแล้วพระคุณเจ้าเทียนชัยส่งไปช่วยงานที่สังฆมณฑลนครราชสีมา ผมมาถึงวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1979 ตอนแรกท่านอยากให้ไปช่วยคุณพ่อมอริสที่หนองพลวง ซึ่งรับผิดชอบอยู่ 3 วัด แต่คุณพ่อมอริสอยากให้ผมเป็นเจ้าวัดดูแลวัดใหญ่ ตัวท่านเองอยากจะไปอยู่วัดเล็กๆ แต่พระคุณเจ้าเห็นว่าผมเพิ่งบวชใหม่ยังไม่ควรเป็นเจ้าวัด พระคุณเจ้าพเยาว์จึงให้ไปอยู่วัดโนนแก้วกับคุณพ่อซาอูล อรุณ ธรรมธาดา พักห้องที่คุณพ่อถาวร กิจสกุล ถูกยิงที่ฝาห้องยังมีรอยกระสุนปืนอยู่ แต่ผมอยู่ได้เพียง 1 เดือน ท่านก็ให้ไปแทนคุณพ่อเบรย์ ที่ปากช่อง โรงเรียนรุ่งอรุณ เพราะคุณพ่อกลับไปพักที่ฝรั่งเศส

ผมไปอยู่วันที่ 6 เมษายน ค.ศ.1980 อยู่ได้ 9 เดือน ต่อจากนั้นไปอยู่ที่ศูนย์คาทอลิกบัวใหญ่กับคุณพ่อฟิล มะหุซาย แทนคุณพ่อเปโตร ที่เป็นชาวฟิลิปปินส์ พระคุณเจ้าให้ผมดูแลวัดพระคริสตราชา เมืองคง กับวัดนักบุญอิสิดอร์ บุไท  อำเภอบัวใหญ่ ควบคู่ไปด้วย คุณพ่อฟิลดูแลที่วัดนักบุญยอแซฟ หนองบัวลาย

ต่อมาคุณพ่อฟิลกลับไปฟิลิปปินส์ มีคริสตังย้ายไปอยู่ที่ห้วยยายจิ๋ว 2-3 ครอบครัว ผมก็นั่งรถไฟจากบัวใหญ่ไปที่ห้วยยายจิ๋ว อำเภอโคกไค มีพ่อใหญ่อำคา และแม่ใหญ่เพียร พร้อมกับลูกหลาน ผมไปสวดและทำมิสซากันที่บ้านพ่อใหญ่อำคา

เมื่อคุณพ่อฟิลกลับมาได้พยายามรวบรวมสัตบุรุษและสร้างวัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ โคกไค จ.ชัยภูมิ

ผมอยู่บัวใหญ่ 14 ปี จนรู้สึกเต็มอิ่มแล้ว จึงขอพระคุณเจ้าพเยาว์เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ได้ย้ายไปแทนคุณพ่อมอริส เชอวาเลียร์ ที่วัดแม่พระถวายองค์ในพระวิหาร หนองพลวง นครราชสีมา  และดูแลวัดนักบุญยอแซฟ หนองไม้ตาย นครราชสีมา และวัดพระหฤทัยฯ พุทไธสง บุรีรัมย์ อยู่ที่นี่รวม  5 ปี  ส่วนคุณพ่อมอริส ย้ายไปอยู่ที่วัดแม่พระองค์อุปถัมภ์ หนองหญ้าปล้อง  วัดมารดาพระผู้ไถ่ ท่าหินโงม ชัยภูมิ

ต่อมาได้ย้ายมาอยู่วัดพระหฤทัยพระเยซูเจ้า หนองบัวแดง นาน 2 ปี วัดนี้พระคุณเจ้าวังกาแวร์ซื้อที่ดินสร้างบ้านพักและสร้างวัด  และดูแลวัดมารดาพระศาสนจักร หนองกุงด้วย ผมไปแทนคุณพ่อประสาท ใหม่เพียรวงศ์ ซึ่งย้ายไปเป็นอธิการบ้านเณรพระวิสุทธิวงศ์ บ้านเณรกลาง โคราช

ช่วงนี้มีโยกย้ายหลายตำแหน่ง เพราะมีคุณพ่อสุเทพ ประทุมตรี และคุณพ่อสุรชัย เจริญพงศ์ บวชใหม่ ผู้ใหญ่ก็ย้ายให้ไปอยู่ที่ค่ายลูกเสือไร่วนานุรักษ์ วังน้ำเขียว  มีสวน คนงาน และกิจกรรมค่ายลูกเสือ ความจริงผมไม่ค่อยถนัดพื้นที่กว้างใหญ่ ไม่เคยทำงาน พระคุณเจ้าบอกว่าไม่เป็นไร ลองทำไปก่อน ผมได้แต่นบนอบและพยายามทำให้ดีที่สุด

มาถึงวันนี้ครบ 7 ปีแล้ว!

เวลานี้ได้สร้างบ้าน 4 หลังๆ ละ 2 ห้อง แต่ละห้องก็พยายามหาหนังสือดีๆ ไปวางไว้ให้ มีบางคนมาอ่าน และสนใจมาพูดคุย มาถามมากขึ้น มีคนมาใช้สถานที่บ่อย ผมพยายามจัดบรรยากาศให้เขาได้รู้จักพระ มีหนังสือ มีรูปพระ ฯลฯ ถ้ามีโอกาสก็พูดคุยกับเขาบ้าง  เป็นที่พักผ่อนสงบๆ

เรื่องสร้างวัด เมื่ออยู่ที่ศูนย์บัวใหญ่ ได้สร้างวัดพระคริสตราชา เมืองคง สร้างบ้านพักใหม่ และมีวัดน้อยในบ้านเท่ากับ 2-3 ห้องด้วย อยู่ที่หนองพลวง สร้างนักบุญยอแซฟ หนองไม้ตาย นครราชสีมา อยู่ที่หนองบัวแดง ได้ปรับปรุงวัดมารดาพระศาสนจักรใหม่ ที่หนองกุง (ชาวบ้านมักเรียกว่าหนองพวง) ชัยภูมิ และที่ไร่วนานุรักษ์ วังน้ำเขียว นครราชสีมา เมื่ออยู่ได้ 3 ปี ก็ได้สร้างวัดนักบุญยออากิมและนักบุญอันนา

วัดที่สร้างทั้งหมดเฉลี่ยวัดละประมาณ 1 ล้านถึง 1.3 ล้านบาท แต่ละแห่งจุคนได้ประมาณ 80-100 คน

มีงานหนึ่งที่ทำคือ ทำนา ทั้งของวัดและช่วยชาวบ้าน เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดและรับรู้เรื่องชาวบ้าน ที่บัวใหญ่ เราไม่มีที่ดิน ก็ออกไปช่วยชาวบ้านดำนา เกี่ยวข้าว ที่หนองกุงมีที่ดินของวัด 30 ไร่ และที่หนองไม้ตายมี 20 ไร่ ก็ทำนาของวัดด้วย คุณพ่อเล่าว่าการออกไปช่วยชาวบ้านทำนา ก็ช่วยทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เล็กๆ น้อยๆ เป็นกำลังใจให้เขา แต่สิ่งหนึ่งที่พูดพร้อมกับหัวเราะ คือ

“แต่ไถนานี่อั๊วะทำไม่เป็นว่ะ”

ผมก็เลยเสริมว่า “ที่จริง เรื่องไถนี่ น่าจะถนัดกว่าอย่างอื่นนะ!”

“เอ้ย...ฮะ...ฮะ...ฮะ!”

ความภูมิใจในชีวิตสงฆ์

ที่รู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษคือ ได้ช่วยเด็กๆ ให้มีการศึกษาและมีอาชีพการงาน บางคนเป็นครู บางคนเป็นพยาบาล บางคนเป็นปลัดจังหวัดที่สระบุรี เป็นครูบาอาจารย์ บางคนจบมหาวิทยาลัย เวลานี้มีอีก 2 คนเรียนมหาวิทยาลัยอยู่

ส่วนใหญ่พ่อแม่เขายากจน ให้ทุนนั้นแบบให้ทั้งหมด พยายามหาทุนจากที่ต่างๆ จากสังฆมณฑลฯ ปีละ 2-3 หมื่น จากโคเออร์ จากคณะเซนต์คาเบรียล ซิสเตอร์หลายคณะ และเมื่อผมย้ายไปอยู่ที่วัดหนองบัวแดง ก่อนที่คุณพ่อลามูเรอซ์ จะออกจากวัดไป ได้มอบเงินให้ 2 แสนบาท และสั่งไว้ว่าเงินจำนวนนี้ให้ไว้ช่วยเหลือเด็ก ผมเองก็พยายามใช้เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ฉายา “เจ้าพ่อทำแท้ง(ค์)”

ได้ยินครั้งแรก ตกใจครับ!

เนื่องจากอีสานโดยทั่วไปมักจะมีปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้  เมื่อไปอยู่ที่ไหนๆ จึงพยายามช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น บางแห่งต้องขุดน้ำใต้ดิน แต่ก็เจอน้ำกล่อยใช้ไม่ได้ ต้องอาศัยน้ำฝน จึงพยายามสร้าง “แท้งค์น้ำ” ทุกแห่ง ทำเอง ก่ออิฐขนาด สูง 3 เมตร กว้างยาวประมาณ 1.20 เมตร โดยร่วมมือกับชาวบ้าน ต่อมาก็ซื้อขอบปูนสำเร็จรูปและมาก่อกันเอง เพื่อให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมและรู้สึกว่าเป็นของพวกเขา รวมๆ แล้ว 25 แท้งค์  จึงเป็นที่มาของฉายาว่า...

 “เจ้าพ่อทำแท้ง(ค์)!”

หวุดหวิดตาย!

พระสงฆ์กับอุบัติเหตุ รายไหนรายนั้น ต้องมีอดีต!

“ครั้งหนึ่งนั่งรถตู้จะไปร่วมมิสซาที่วัดสามเสน กรุงเทพฯ ในรถที่ผมนั่งไปมีเพียง 2 คน มีผู้หญิงอีกคน ออกจากวังน้ำเขียว ฝนตก ผมก็ง่วงเคลิ้มหลับไป มารู้สึกตัว ก็ยืนอยู่บนเกาะกลางถนน ไม่รู้ว่ามาอยู่ได้อย่างไร? นาฬิกาข้อมือหาย โทรศัพท์หาย ผู้หญิงคนที่นั่งไปด้วยกันก็ถามว่า

“ลุงๆ เป็นอะไรไหม?”

ผมจำอะไรไม่ได้เลย ก็ถามเขาว่า “ผมมายืนตรงนี้ได้อย่างไร?”

ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาออกมาจากรถตู้ได้อย่างไร งงจริงๆ มันน่าจะโดนแรงเหวี่ยงหรืออะไรทำนองนี้

ต่อมามีรถกู้ภัยมารับขึ้นรถ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ตัวอีกเลย มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นป้ายเขียนว่า “ห้องฉุกเฉิน”

หลังจากหมอตรวจเช็คแล้วสักพักใหญ่ๆ ไม่เห็นว่าเป็นอะไรมาก ผมก็เดินทางต่อ หาทางเข้ากรุงเทพฯต่อไป ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นทางรถตู้เขาเคลียร์กันเอง ส่วนผมไม่ได้เรียกร้องอะไร ตัวรถตู้นั้นเท่าที่จำได้ ยุบเข้าไปมาก

“โชคดีที่ผมคาดเข็มขัดนิรภัย! มิฉะนั้นคงถึงฆาตแน่!”

เรื่องที่ขำไม่ออก

มีเกร็ดเรื่องจะว่าขำก็ขำ แต่ขำไม่ค่อยออก คือผมไปอยู่ที่แห่งหนึ่ง มีคุณพ่อองค์หนึ่งเขามาเมืองไทย แต่พูดไทยไม่ค่อยได้ และพ่อเขาก็มีเด็กมาเป็นเด็กวัดช่วยพ่อเล็กๆ น้อยๆ และแม่เขาก็มาเยี่ยมบ้าง ส่วนทางพ่อของเด็กเขาก็ระแวงหรือเจตนาไม่ดียังไงก็ไม่ทราบ คิดว่าภรรยาเขากับคุณพ่ออาจจะมีอะไรกัน ก็มาสอบสวนคุณพ่อ ถึงขนาดเอาหัวหน้าหมู่บ้านมาสอบสวนและเป็นพยานกัน ถามอะไรก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง เนื่องจากพ่อไม่ค่อยรู้ภาษาไทย ชาวบ้านเขาเล่าให้ผมฟังว่า

“คุณพ่อเขาไม่ค่อยรู้ภาษาไทย ตอบแต่ครับๆ”

“ทำนองว่าจะรับไหมว่า มีอะไรกับภรรยาของเขา?”

“ครับ!”

“และจะรับเลี้ยงผู้หญิงไหม?”

“ครับ!”

ชาวบ้านเขาคิดว่า คุณพ่อโดนหลอก และครอบครัวนี้คงจะมายืมเงินของคุณพ่อไปด้วย และหาทางที่จะไม่ใช้เงิน ทำนองนั้น

“เมื่อตอนที่อยู่ที่บุไทยนี้ ผมถูกหมายตาว่าเป็นคอมมิวนิสต์!”

“และเมื่อตอนที่ผมไปแทนคุณพ่อเบรย์ครั้งแรกที่ปากช่องนั้น ขี่มอเตอร์ไซค์วิบากไป เมื่อไปถึงเซอร์ที่นั่นเขาก็ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ไม่ยอมให้เข้าบ้าน ต้องอธิบายกันอยู่พักใหญ่ กว่าจะได้อยู่นานถึง 9 เดือน!”

ปีพระสงฆ์

รู้สึกดีใจนะ และส่วนตัวก็ตั้งใจจะพยายามทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ และปรับปรุงตนเอง ตั้งใจจะแก้ไขส่วนที่ยังบกพร่อง ซึ่งก็รู้ตัวว่าอายุมาก ก็ยิ่งมีมาก เกี่ยวกับงานอภิบาล การเยี่ยมเยียนสัตบุรุษทั่วไป

ชีวิตสงฆ์ที่เดินทางมาถึงวันนี้ จนรู้สึกลายเป็นบ้านของตัวเองไปแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะกลับไปจันทน์ฯ ทั้งๆ ที่มีเพื่อนๆ ถามเป็นระยะๆ เพราะอายุขนาดนี้แล้ว และเคยชินกับชีวิต และวัฒนธรรมที่นี่ ถ้ากลับไปก็ต้องปรับตัวกันใหม่ คิดอย่างเดียวทำงานที่นี่ไปเรื่อยๆ แล้วแต่พระคุณเจ้าจะมอบหมายให้ เราก็พยายามทำเต็มที่

คติพจน์ “ทุกสิ่งเพื่อพระองค์” เป็นข้อความที่ผมเลือกไว้ในวันบวช และก็คิดอย่างนี้เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหนก็ตาม เพราะเราได้ตัดสินใจเลือกเดินทางนี้แล้ว