รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

คุณพ่ออันตน วิบูลลย์ ลิมปนวุฒิ อายุ 41 ปี เป็นลูกชายคนโต มีน้องชายอีก 4 คน

น้องชายคนที่ 2 อยู่บ้าน ทำงานเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ คนที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ของแม็ก เกี่ยวกับช่วยคนที่ป่วยเป็นโรคลูคีเมีย คนที่ 4 อยู่บ้าน ช่วยเตี่ยเลี้ยงปลาดุก และคนที่ 5 เป็นครูที่โรงเรียนราฟาแอล ปากน้ำ สอนภาษาจีน

เริ่มต้นงานของคณะที่ลาวซึ่งมีคุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช มาบุกเบิกก่อนหน้านี้เพราะมีญาติอยู่ทางนี้ด้วย ต่อมาคุณพ่อได้มาพูดคุยกับผมและถามว่าสนใจงานธรรมทูตที่ลาวไหม เมื่อได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นงานที่น่าสนใจ ท้าทายดี ผมเพิ่งบวชมาได้ 2 ปี และมาอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าๆ เท่านั้น

ผมเป็นลูกวัดอัครเทวดาราฟาแอล ปากน้ำ สมุทรปราการ ครั้งแรกเข้าบ้านเณรเล็กคณะมหาไถ่ ศรีราชา ชลบุรี ในชั้น ม. 1 สมัยคุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม เป็นเจ้าอาวาส

แต่ช่วงนั้นไม่ค่อยสบาย สุขภาพไม่ดี เป็นไมเครน ก็เลยออกมา เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบแล้วได้ไปทำงานที่สิงคโปร์อยู่ปีกว่า ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ บริษัทออเรเคิล (Oracle) ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่หนึ่งในสามในสิงคโปร์ เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิค (Technician Consultant) ในตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโส (Senior Consultant) ก็รู้สึกสบายดี

อยู่ที่สิงคโปร์ทำให้ได้เห็นว่าที่นั่นคนที่มีอายุแล้วก็กลับมาเป็นเณรมาเป็นพระสงฆ์ได้ ทำให้ผมกลับมาคิดถึงกระแสเรียกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนอยู่ในบ้าน เราก็ไม่เคยเห็น นึกว่าจะบวชตอนโตคงไม่ได้แล้ว พอได้เห็นก็ทำให้มาคิดอย่างจริงจังและตัดสินใจเข้าบ้านเณรใหม่อีกครั้ง

การตัดสินใจครั้งนี้สำหรับคนที่เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวคนจีน เรียนจนจบแล้ว มีอาชีพการงานดีแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับพ่อแม่ แต่ที่โดนคัดค้านไม่เห็นด้วยมาจากญาติๆ ของเตี่ยแม่มากกว่า ซึ่งหวังดีตามความคิดของเขา ตอนนั้นก็สวดมาก

เมื่อเข้าบ้านเณรอีกครั้ง อายุก็ 30 ปีแล้ว ไปเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ 8 ปี กลับมาก็ได้รับศีลบวช พระคุณเจ้า ยอร์ช ยอด พิมพิสาร เป็นผู้บวชให้ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ.2007 ณ วัดพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี กรุงเทพฯ ตอนนั้นผมอายุ 39 ปีแล้ว

ลาวมีประชากรประมาณ 6 ล้านคน มีคาทอลิก 1 % มีพระสงฆ์ทั่วประเทศไม่ถึงยี่สิบคน คิดดูก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน

ผมสอนอยู่ที่บ้านเณรกลาง มีเณรทั้งหมด 19 คนเป็นเณรคณพระมหาไถ่ 5 คน ตอนแรกๆ เราเข้ามาก็คิดเพียงว่าจะต้องมาช่วยพระศาสนจักรท้องถิ่น ไม่คิดว่าจะมาหากระแสเรียกเข้าคณะแต่อย่างใด แต่มีซิสเตอร์บางท่านบอกว่าทำไมไม่หาเณรสำหรับคณะบ้าง ทำให้มาคิดว่า หรือพระให้โอกาสเรา

สอนพระคัมภีร์ จิตวิทยา ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ และพยายามสอนให้เขาเป็นตัวของตนเอง และให้เขาศึกษาต่อด้วยตัวเองได้

ไปช่วยงานอภิบาลตามวัดในวันอาทิตย์ แต่ไม่มากนัก ช่วงปัสกาไปช่วยถวายมิสซา 4 วัด และวันพฤหัสบดี ถวายมิสซาภาษาอังกฤษให้กับเณรใหญ่ที่พระคุณเจ้าปรีดาที่เป็นอธิการอยู่ ทำให้รู้จักกับพระคุณเจ้าดี

“ปกติพระคุณเจ้าเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัวมาก เป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุก สุภาพมากๆ เป็นโจ๊กในกลุ่มสนทนาเลยทีเดียว ท่านเป็นคนทำงานเนี้ยบมาก”

การออกไปช่วยตามวัดไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เพราะไปสอนในวัดที่สังกัดอยู่แล้ว แต่รัฐบาลห้ามไปสอนในที่ใหม่ๆ

นอกจากนั้น ทราบว่ามีคณะซาเลเซียนมาเปิดโรงเรียนดอนบอสโก คณะเยสุอิต คณะเซนต์ปอลเดอชาร์ตร ช่วงนี้เห็นว่ารัฐบาลเปิดประเทศมากขึ้น ตั้งแต่ที่เข้ากลุ่มอาเซียน และเน้นส่งเสริมด้านเศรษฐกิจมากขึ้น

ปีพระสงฆ์ ทำให้คิดอย่างหนึ่งในปีที่ผ่านไปคือ คนใกล้ตัวที่เป็นเพื่อนกัน คุณพ่อเจริญที่อยู่ด้วยกันก็มาตายจากกันอย่างกะทันหัน ยังดูแข็งแรง หนุ่มมาก ทำให้ผมคิดทบทวนไตร่ตรองชีวิตมาก เพราะบวชตอนอายุมากแล้ว ทุกอย่างก็คิดว่า “ทำถวายพระ”

คติพจน์วันบวช : “Oh God, my God, You are my Lord, You are my strength!”