รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

“พ่อต๋อย” เป็นชื่อที่คนเรียกจนไม่รู้จักชื่อจริง ด้วยบุคลิกที่เป็นคนพูดเก่ง เสียงแหบๆ คล่องแคล่ว พูดได้น้ำไหลไฟดับ วาทศิลป์ดี มี “วจีกรรม” เข้ากับผู้คนได้ง่าย แต่มาวันนี้ แม้อายุจริงและอายุบวชจะไม่มาก แต่ผมบนศีรษะเริ่มขาวเกือบหมดแล้ว

“เพื่อนสงฆ์” ขอถือโอกาสพูดคุยเพื่อแบ่งปันกัน เนื่องจากปีนี้ฉลอง 25 ปีชีวิตสงฆ์พร้อมกับเพื่อนๆ

รุ่นฉลอง 25 ปีชีวิตสงฆ์ปีนี้ เมื่อ 7 ปีมาแล้ว เราก็นัดพบกันแต่ละปี มีกิจกรรมร่วมกัน ไปพักผ่อนร่วมกัน แบ่งปันประสบการณ์กัน เป็นการให้กำลังใจกัน ซึ่งมาร่วมกันได้มากและสม่ำเสมอ เมื่อปีที่แล้ว (ค.ศ.2009) ได้ประชุมกันเดือนพฤศจิกายน ที่เชียงใหม่ โอกาสปีพระสงฆ์ เราได้ตกลงกันว่าจะทำหนังสืออนุสรณ์ร่วมกัน และโอกาสฉลอง 25 ปีนี้ วันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ จะเข้าเงียบร่วมกัน ที่หนองวัวซอ อุดรธานี คุณพ่อนิเวศน์ อินธิเสน รับผิดชอบเรื่องสถานที่ มีประมาณ 12 คนที่แจ้งไว้ หลังจากนั้นจะไปร่วมพิธีอภิเษกพระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2010

ในรุ่นเดียวกันที่บวช ท่าแร่ คุณพ่อนิเวศน์ อินธิเสน คุณพ่อทวีศิลป์ พงศ์พิศ และผม อุบลราชธานี คุณพ่อประภาส ทองอินทร์ คุณพ่อถวัลย์ พันธ์วิไล กรุงเทพฯ คุณพ่อปรีชา รุจิพงษ์ คุณพ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม คุณพ่อศิริพจน์ สกุลทอง คุณพ่อบัณฑิตย์ ประจงกิจ นครสวรรค์ คุณพ่อมนตรี เพียรรุ่งเรือง จันทบุรี คุณพ่อสุเจน ฝ่นเรือง คุณพ่อยอด เสนารักษ์ คุณพ่อวีระชน นพคุณทอง เชียงใหม่ คุณพ่อธงชัย สุวรรณใจ นครราชสีมา คุณพ่อสุข ศรจันทร์

ในชีวิตสงฆ์ที่ผ่านมาได้ทำงานกับพระคุณเจ้าลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร เกือบ 2 ปี และพระคุณเจ้าหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดญาติพี่น้องที่เป็นพระสงฆ์ มีคุณพ่อทวีศิลป์ พงศ์พิศ เป็นญาติชั้นที่ 2 คุณพ่อนิเวศน์ อินธิเสน แม่ของเขาเป็นพี่ของแม่ผม เป็นญาติชั้นที่ 2 คุณพ่อไพบูลย์ ศรีวรกุล-พ่อไก่ คณะพระมหาไถ่ มีศักดิ์เป็นน้องของผม ปู่ของเขาเป็นน้องของยายผม รุ่นที่ 3 นอกจากนี้ก็มีอีกบ้าง

วัยเด็ก เณรไป-กลับ

ผมเป็นคนท่าแร่ ใกล้ชิดกับบ้านเณรท่าแร่ ปีหนึ่งได้เห็นพวกเณรปีละครั้งสองครั้งตอนฉลองบ้านเณรหรือตอนฉลองวัด เมื่อได้เห็นพวกเณรก็รู้สึกชอบ เพราะพวกเณรมีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น มี “กายกรรมต่อตัว” มีกิจกรรม มีการเล่นจำอวด สนุกดี ฯลฯ

อีกอย่างหนึ่ง คุณแม่มักจะถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ก็ตอบว่าอยากเป็นเณร และแม่ก็ให้เงื่อนไขว่า “ต้องตื่นแต่เช้าไปวัด เรียนคำสอน ต้องขยันไปวัดไปช่วยคุณพ่อที่วัด ต้องไม่ดื้อ ต้องตื่นแต่ตี 5 ตีระฆังพรมถือสาร เมื่อเข้าวัด ต้องไปให้ทัน ตีห้าครึ่งก็ต้องเดชะพระนามแล้ว ไปสายไม่ได้นะ เป็นเณรไม่ได้สบาย” สมัยคุณพ่ออินทร์ นารินทร์รักษ์ ผมอยู่ชั้นป.1-4 ประมาณ พ.ศ.2507-2510 เป็นเด็กช่วยมิสซา ต้องแย่งกันช่วย”

นอกจากนี้ มีบางคนบอกว่าถ้าเป็นเณรหัวเข่าต้องด้าน ต้องคุกเข่านานได้ ให้หัวเข่าด้าน ถ้าไม่ด้าน เข้าบ้านเณรไม่ได้ ต้องคุกเข่าหน้ารูปแม่พระนานๆ “โอย...พื้นเป็นศิลาแรง” คิดอย่างเดียวให้หัวเขามันด้าน

สมัยนั้นก่อนจบ ป.4 ในบ้านเณรเป็นพวกลาตินิสต์ จบ ม.ศ.5 เป็นรุ่นมาสเตอร์ เป็นพี่ใหญ่ พวกนี้มีอำนาจและชอบใช้ คนที่มาดูแลเตรียมผมชื่อจำเนียร เป็นคนนครพนมร์

สมัยนั้นมีคุณพ่อเสรี พงศ์พิศ เป็นลาตินิสต์ ได้รวมกลุ่มตั้งคณะมาเรียรักษ์ รวมเด็กช่วยมิสซา คือเตรียมเด็กเข้าบ้านเณร มีประมาณ 20-30 คน จะเข้าบ้านเณรต้องสอบเข้า พ.ศ.2511 ผมสอบได้ที่ 2 จนถึง 30 กว่าๆ

ปีนั้นบ้านเณรท่าแร่เต็ม เพราะมีเณรจากสังฆมณฑลอื่นมาเรียนด้วย เช่น สังฆมณฑลอุบลราชธานี สังฆมณฑลอุดรธานี และในอัครสังฆมณฑลท่าแร่เอง หมู่บ้านรอบนอก มีช้างมิ่ง ดอนทอย ทุ่งมน และบ้านอื่นๆ เขาส่งรายชื่อมาให้บ้านเณรหมดแล้ว ส่วนเด็กที่วัดท่าแร่มี 30 คน “หมูอยู่ในอวยแล้ว” เขาคัดเอาเพียง 1 คนให้เข้าบ้านเณรและเรียนที่โรงเรียนวรธรรม ส่วนที่เหลือให้เป็นเณรไป-กลับ และเรียนที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ ท่าแร่ อยู่ข้างนอก 1 ปี มีพระคุณเจ้าเกี้ยน เสมอพิทักษ์ ดูแลโดยตรง จ้างครูมาสอนภาษาอังกฤษให้ แต่เกณฑ์ของบ้านเณรต้องสอบที่โรงเรียนวรธรรม

สำหรับบ้านเณรฟาติมา ท่าแร่ ต้องสอบให้ได้ 65 เปอร์เซ็นต์ จึงจะถือว่าสอบผ่าน ถ้าไม่ถึงต้องตกและเรียนซ้ำชั้น

เวลาเรียนเรียนที่เซนต์โยเซฟฯ เวลาสอบมาสอบที่บ้านเณรฟาติมา มีคุณพ่อมาคุมสอบ รู้สึกตื่นเต้น ทำข้อสอบไม่ได้เลย สอบตกกันเกือบหมด สอบผ่านเพียงคนเดียวชื่อ วีรวัฒน์ สุขสง่าเจริญ ตอนนี้เป็นหมอ ผมสอบตกและมีหมอประดิษฐ์ เจริญพงศ์ ตกด้วยกัน เรียนด้วยกัน

อธิการบ้านเณร มีคุณพ่อโรแบต์ โกสเต คุณพ่อยอร์จ มังซุย คุณพ่อปิแอร์ ดูปองด์ และคุณพ่ออังเดร ฟรังชีโนด์ ส่วนโรงเรียนวรธรรมซึ่งเป็นโรงเรียนของบ้านเณรก็ค่อยๆ ปิดไปทีละชั้นๆ เช่น เมื่อจบ ป.5 จะขึ้น ป. 6 ทางบ้านเณรก็ปิดรับ ป.5 เมื่อขึ้น ป.7 ก็ไม่รับ ป.6 อย่างนี้เป็นต้น จึงไม่มีสิทธิ์ซ้ำชั้น เพราะทางบ้านเณรต้องการรับเณรเมื่อจบ ป.7 แล้วเข้าชั้น ม.ศ.1 เพราะแต่ก่อนมันเล็กเกินไป

เมื่อผมตกก็ต้องซ้ำชั้น ป.5 อีกหนึ่งปี พ.ศ.2512 เข้ามาอยู่ในบ้านเณรและเมื่อรุ่นน้องเข้ามา ป.5 ก็มาเรียนรวมกัน เช่น คุณพ่อนิเวศน์ คุณพ่อทวีศิลป์ เวลานั้นมีประมาณ 50-60 คน ถือว่ามากที่สุด

รุ่นผมถือว่าเป็นรุ่นสุดท้ายที่บ้านเณรท่าแร่รับเณรชั้น ป.5 และบ้านเณรท่าแร่มีเณรไปกลับอยู่ 1 ปี

ม.ศ.1-2 เริ่มเอานักเรียนเซนต์โยเซฟ นักเรียนข้างนอก มาเรียนรวมกับเณรที่โรงเรียนวรธรรม เรียกพวกเณรว่าพวกตึกฟาติมา จบ ม.ศ.5 ค.ศ.1978

วันนั้นได้คุยกันไป พลิกดูรูปถ่ายสมัยเป็นเณรเล็ก เป็นเด็ก สมัยเป็นพระสงฆ์แล้ว ผมสะดุดใจในภาพถ่ายบางภาพสมัยที่อายุ 1 ขวบ มีรูปพ่อต๋อย พ่อนิเวศ และพ่อทวีศิลป์ ถ่ายร่วมกัน และรูปพ่อต๋อยกับพ่อแม่ พี่น้อง พร้อมกับรถบัส 2 คัน เป็นรถรับจ้าง สมัยเมื่อ 40-50 ปี ที่แล้ว

นอกจากนั้น ยังมีรูปพ่อต๋อยสมัยเป็นเณร เป็นนักแสดงกายกรรม ต่อตัว ซึ่งผาดโผน ผมต้องจับรูปถ่ายพลิกไปมา กลับหัวกลับหาง...เอ้ยกลับซ้าย-ขวา เป็นรูปกำลังแสดงกายกรรมต่อตัวและแสดงกายกรรมอยู่บนบันไดไม้ที่ตั้งอยู่บนขวด...ต้องถือว่าเป็น “นักกายกรรมมืออาชีพได้” ซึ่งเรื่องประเภทปีนป่ายไต่บันไดผาดโผน คงจะเหมาะกับบุคลิกส่วนตัวของ “พ่อต๋อย” เป็นแน่แท้

ชีวิตเณรใหญ่

ค.ศ.1978 เข้าบ้านเณรกลางที่โคราช เป็นรุ่นที่ 3 มีเณร 38 คน ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่โคราชเป็นครั้งแรก สมัยคุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล เป็นอธิการ เมื่อเข้าบ้านเณรใหญ่ เหลือ 33 คน

ค.ศ.1979 เข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม สามพราน เป็นรุ่นที่ 7 มีบางคนที่ไม่ได้เข้าบ้านเณรกลางรวม 2 คน คือ มานะ กิจเต่ง จากราชบุรี และวิชัย ศรีรัตน์จากเชียงใหม่ รวมเป็น 35 คน สมัยคุณพ่อสมศักดิ์ นามกร เป็นอธิการ

พระสงฆ์อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ ที่บวชพร้อมกัน 4 องค์ จากวัดท่าแร่ มีคุณพ่อนิเวศน์ อินธเสน คุณพ่อทวีศิลป์ พงศ์พิศ ผม (พ่อต๋อย) และคุณพ่อไทยวัฒน์ สกนธวัฒน์ จากวัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ดอนม่วย สกลนคร ตอนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่สงฆ์แล้ว

บวชวันที่ 11 พฤษภคม ค.ศ.1985 สมัยพระคุณเจ้าลอเรนซ์ คายน์ แสนพลอ่อน ที่วัดท่าแร่ เวลานั้นพระคุณเจ้าเกี้ยน เสมอพิทักษ์ ลาเกษียณแล้ว

ชีวิตสงฆ์

เมื่อบวชแล้ว พระคุณเจ้าแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยวัดท่าแร่ 1 ปี

ผมพลิกดูรูปถ่ายไป คุยกันไป ได้เห็นภาพสมัยเป็นพระสงฆ์แล้ว ได้ไปแสวงบุญที่เมืองลูร์ด ฝรั่งเศส และที่นี่เอง คุณพ่อได้เป็นประธานพิธีอวยพรศีลมหาสนิท สวมเสื้อคลุมยาวและชูศีลมหาสนิท ในมือชูรัศมี แห่บริเวณถ้ำแม่พระเมืองลูร์ด

มีน้อยคนนักที่จะมีโอกาสดีเช่นนี้ เมื่อไปแสวงบุญที่นี่!

  • ความประทับใจ
  • เมื่อย้ายไปอยู่บางแห่ง สัตบุรุษพูดว่า “พ่อไหนมาก็ได้ เป็นพ่อเราหมด!” เขาก็พร้อมจะร่วมมือ สามารถพัฒนา ทำอะไรก็ง่าย และสะดวก  มีบางแห่งที่ไม่ค่อยอยากเปลี่ยนแปลงอะไร

    สำหรับวัดในปัจจุบันนี้ กิจกรรมโฟโกลาเร่มีความใกล้ชิดมากที่วัดนี้ และมีชื่อเรียกว่า นาซาเร็ธแห่งประเทศไทย ซึ่งหลายคนก็มองด้วยความชื่นชม

  • สนับสนุนกระแสเรียกของน้องๆ
  • เคยส่งคนเข้าบ้านเณรและได้บวชเป็นพระสงฆ์ ก่อนเข้าบ้านเณรก็ต้องพยายามเตรียมเขาให้พร้อมพอสมควร มิใช่แค่ลงชื่อรับรองเท่านั้น จากวัดท่าแร่มีคุณพ่อวรัญญู เหล่าบุญมา คุณพ่อวัฒนศักดิ์ ศรีวรกุล เข้าคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ คุณพ่อโกวิทย์ จันทรังษี คุณพ่อชัยวิชิต บรรเทา หรือพ่อโอ๋จากวัดคำบง มุกดาหาร และล่าสุดเป็นพระสงฆ์อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ คุณพ่อดนัย พิลาจันทร์ จากบ้านหนองเดิ่น ซึ่งบวชล่าสุดวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.2010 ที่สองคอน มุกดาหาร พร้อมกับเพื่อนๆ อีก 5 คน

  • สร้างวัดเล็ก
  • ผมสร้างวัดหลังแรก คือ วัดแม่พระเหรียญอัศจรรย์ แก่งกระเบา อยู่ใกล้กับสองคอน แต่สร้างไม่เสร็จก็ต้องย้าย วัดพระคริสตสมภพ หนองลำดวน มุกดาหาร ใช้เงินเพียงไม่กี่หมื่นบาท ออกแบบและสร้างทั้งหมด คริสตังส่วนใหญ่ย้ายมาจากอุบล บ้านหนองคู หนองคูน้อย และบ้านเหล่า เมื่ออยู่ที่หนองห้าง กาฬสินธ์ ได้ออกแบบเองและปรับปรุง แล้วให้ช่างมารับเหมา ได้วางแบบมาสเตอร์แปลนด้วย

    วัดที่สร้างส่วนใหญ่จะเป็นปีที่ 4 ราคาไม่มากนัก 3-4 หมื่นบาท

  • คติชีวิตสงฆ์
  •  “ชีวิตข้าฯ นี้ เพื่อทุกคน” (Vita mea pro omnibus)