รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

ดูช่างเป็นคนแต่งตัวเรียบร้อย สูงใหญ่ ไม่พูดมาก แต่เป็นคนที่ทำงานมากกว่าพูด มีไม่มากนักที่จะรู้จักเพราะคุณพ่อชอบทำงานเงียบๆ และยิ่งไปกว่านั้นงานที่ทำเหมือนปิดทองหลังพระ ไม่โดดเด่นเป็นข่าวให้ได้ยินกัน เพราะคุณพ่อชอบทำงานกับคนตาบอด หูหนวก และคนโรคเรื้อน

ผมได้ขอพูดคุยกับคุณพ่อเมื่อพบกันวันหนึ่ง

เมื่อมาใหม่ๆ คุณพ่อุกุสตาฟว์ โรเซนส์ ให้ผมดูแลคนตาบอดที่ปากเกร็ดร่วมกับคุณพ่อชาร์ลส์ เวลาร์โด ซึ่งวันนี้ คุณพ่อชาร์ลส์ยังทำอยู่ ผมเคยเรียนภาษาไทย 2 ปี ที่โรงเรียนดอนบอสโก กรุงเทพฯ

ค.ศ.1976-1977 ช่วงนั้นคณะซาเลเซียนเข้าไปรับงานที่โรงเรียนคนตาบอดที่ปากเกร็ด นนทบุรี ทางคณะก็เลยขออนุญาตให้มีสมาชิกใหม่เข้ามา ผมก็ได้เข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับคุณพ่อชาร์ลส์ซึ่งยังทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผู้ใหญ่ให้ไปทำงานช่วยบ้านเด็กตาบอดที่ปากเกร็ดซึ่งมีคุณพ่อโรเซนส์เป็นอธิการอยู่เวลานั้น

“ตอนแรกผมอยากทำงานกับคนใบ้มากกว่าเพราะเวลานั้นผมยังเรียนภาษาไทยไม่ค่อยชัด เพราะทำงานกับคนตาบอด ต้องพูดภาษาไทยกับพวกเขา

ค.ศ.1981 ย้ายไปอยู่ที่วัดแม่พระองค์ประถัมภ์ อ.พนม สุราษฎร์ธานี คุณพ่อเฮนรี ตัญเญลี เป็นวัดไม้ไผ่ ต่อมามีโครงการสร้างวัดใหม่ ค.ศ.1982 ได้รื้อวัดไม้ไผ่และสร้างวัดใหม่ที่แข็งแรง และถาวรขึ้น”

กลายเป็นคนร่อนไปร่อนมา

นานๆ เราจะได้เห็นหน้าเห็นตาคุณพ่อสักครั้งที่กรุงเทพฯ แต่นั่นหมายความว่า คุณพ่อต้องเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงกรุงเทพฯ เพราะเวลานี้กลายเป็น “คุณพ่อเรนโซ ณ นคร (ศรีธรรมราช)” ไปแล้ว

ค.ศ.1983 คุณพ่อย้ายไปอยู่ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ ช่วยคุณพ่อเยลีชี ซึ่งอายุ 78 ปีแล้ว ดูแลวัดนักบุญดอมินิกซาวีโอ อยู่ติดกับโรงเรียนดรุณศึกษา ช่วยคนยากจน สร้างอาชีพให้เขา ที่นั่นมีมะพร้าวมาก คุณพ่อได้พยายามศึกษาดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง ได้ทำพรมเช็ดเท้า ใช้พลาสติกและใช้เส้นใยมะพร้าว ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่

ค.ศ.1984 เปิดอาคารบอสโกพัฒนา อยู่ห่างจากวัดนักบุญดอมินิกซาวีโอ 11 กิโลเมตร พระคุณเจ้าเปโตร คาเร็ตโต ได้ซื้อที่ดินที่เคยเป็นเหมืองแร่เก่า ต่อจากครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทโตโยตาที่นครศรีธรรมราช เพื่อทำเป็นศูนย์พัฒนาอาชีพช่วยคนโรคเรื้อนและลูกหลานคนโรคเรื้อนที่อยู่ในนิคมพุดหง ได้พัฒนาชุมชนของพวกเขา เปิดสอนเย็บผ้า ทอผ้า ช่างไม้ ช่างกล ช่างเชื่อม ปีแรกมี 30-40 คน ต่อมาค่อยๆ ลดลงๆ เพราะเรียนอยู่กับเราระยะสั้นๆ เพียงแค่ 2-3 เดือนเท่านั้น

พระคุณเจ้าเปโตร คาเร็ตโต ได้รู้จักกับคุณประสิทธิ์ ลุลิตานนท์ เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ คุณประสิทธิ์ได้ช่วยเหลือคนโรคเรื้อนโดยจัดตั้งเป็นมูลนิธิคนโรคเรื้อน พุดหง มีซิสเตอร์คณะเมตตาธรรม (Charity) รับผิดชอบงานผู้ป่วยในนิคมและทำงานสังคมสงเคราะห์รอบๆ ศูนย์กับคนยากจนและเด็กๆ ในช่วงนั้นคนที่เป็นโรคเรื้อนอยู่ภายนอกนิคม ถูกคนรังเกียจ จึงได้เชิญชวนพวกเขาให้เข้ามาอยู่ในนิคมและมีเบี้ยเลี้ยงให้คนละ 1500 บาทต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นคนแก่มีอยู่ประมาณ 100 คน ส่วนคนหนุ่มคนสาวที่เป็นโรคเรื้อนไม่มีแล้ว

ก่อนหน้านั้นได้เริ่มมานานกว่า 80 ปีแล้ว เริ่มต้นโดยคริสเตียน เป็นมูลนิธิที่รัฐบาลรับผิดชอบ

เมื่อคุณลุงประสิทธิ์ ลุลิตานนท์ จากไปแล้ว ซิสเตอร์ได้เป็นกรรมการบริหารศูนย์แห่งนี้แทน ช่วยเหลือคนแก่ สมัยก่อนมี 20 คน เดี๋ยวนี้มี 5-6 คน

โครงการ ซีพีอาร์. จากประเทศฮอลแลนด์ มีนโยบายออกเยี่ยมทุกบ้านในอำเภอร่อนพิบูลย์ มีเด็กๆ ที่เป็นดาวน์
ซินโดรม มีคนติดโรคเอดส์ 300 คน ซิสเตอร์จะออกไปเยี่ยมเด็กพิการ ปัญญาอ่อน ไม่ได้รับพวกเขาเข้ามาในศูนย์ แต่จะมีเจ้าหน้าที่ออกไปเยี่ยมบ้าน เยี่ยมพ่อแม่และญาติของเด็กๆ ให้ความรู้แก่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อให้พวกเขาสอนเด็กๆ ให้สามารถซักผ้า อาบน้ำ และช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ พวกเขาจะยิ่งพิการมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องทุนการศึกษา เราก็ช่วยทั้งคนพุทธ อิสลาม โปรเตสแตนต์ และคาทอลิก มีซิสเตอร์คณะธิดาเมตตาธรรมทำอยู่ ค.ศ.1997 พระคุณเจ้าประพนธ์ ชัยเจริญ ได้สร้างวัดใหม่ชื่อวัดนักบุญวินเซนต์เดอปอล เพราะซิสเตอร์คณะเมตตาธรรมที่ทำงานอยู่นี่มีนักบุญวินเซนต์เดอปอลเป็นผู้ตั้งคณะของเขา จึงเป็นการให้เกียรติผู้ตั้งคณะของซิสเตอร์ด้วย มีคริสตังในบริเวณนี้เกือบ 100 คน

ค.ศ.2008 เรื่องการศึกษา เราได้ช่วยเด็ก 123 ทุน มี 10 คน กำลังเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ได้ช่วยเรื่องค่าหอพัก เป็นเงิน 720,000 บาท ได้รับเงินอุดหนุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากญาติๆ เพื่อนๆ และสัตบุรุษวัดบ้านเกิดของผมที่วัดนักบุญอันตน ปาดัว ประเทศอิตาลี วัดบ้านเกิดของผมเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เราได้ช่วยเด็กอนุบาล 10 คน มีครู 2 คนคอยดูแล และช่วยเด็กให้มีงานทำประมาณ 50 คน บางคนเป็นครูในโรงเรียนสอนวิชาชีพ

เด็กที่โรงเรียน ช่างไม้ ช่างเชื่อม มีอาชีพและมีรายได้เป็นของตนเอง เพราะโรงเรียนต่างๆ ในเครือของเรา มาสั่งโต๊ะ เก้าอี้นักเรียน ทำให้พวกเขามีอาชีพและมีรายได้ เรามีรายได้มาช่วยเหลือศูนย์ต่อไป แต่ที่เป็นกังวลคือ จำนวนนักเรียนไม่ค่อยแน่นอน และเรียนระยะสั้นๆ 3-4 เดือน เดี๋ยวนี้นักเรียนหญิงมาเรียนทำผม เรียนเสริมสวย พวกเขาสนใจมาก รอบๆ โรงเรียนดอนบอสโก ที่อำเภอร่อนพิบูลย์นี้ มีศิษย์เก่าของโรงเรียนมาเปิดร้านทำผมกันหลายแห่ง

กระแสเรียกมาช้า

ผมมีพี่น้อง 3 คน ตัวผมเป็นคนที่ 2 มีพี่ชาย 1 คน เคยมาเที่ยวเมืองไทยครั้งหนึ่ง น้องสาวไม่ได้แต่งงาน ช่วยดูแลแม่จนกระทั่งแม่จากไป

ผมเข้าบ้านเณรตอนโตแล้ว สมัครเข้าบ้านเณรเมื่ออายุ 20 ปีแล้ว เข้าคณะซาเลเซียนแขวงเวโรนา ประเทศอิตาลี เรียนวิชาเทววิทยา 2 ปี และสมัครเข้าแขวงประเทศไทย ผู้ใหญ่ของคณะส่งไปเรียนที่สังกัดของแขวงนั้น ผมต้องไปเรียนที่อิสราแอล 3 ปี เป็นปีที่พระคุณเจ้าประธาน ศรีดารุณศีล คุณพ่อบรรจง สันติสุขนิรันดร์ และคุณพ่อตาไปย์ ยังเป็นเณรไปเรียนอยู่ที่นั้น เมื่อเรียนจบแล้วได้กลับไปบวชที่ประเทศอิตาลี เวลานั้นอายุ 31 ปีแล้ว บวชวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ.1977 และเดินทางมาประเทศไทย กลับเป็นนักเรียนอีกครั้งหนึ่งเมื่อต้องเรียนภาษาไทย

ทุกข์ของธรรมทูต

ผมได้เห็นเยาวชนที่ลำบาก ก็อยากจะช่วยเขา รวมทั้งพวกที่อยู่ในคุก พวกที่ติดยาเสพติด ซึ่งเป็นงานที่ยากมากๆ

ผมชอบงานช่าง อยู่ที่นี่เป็นอาจารย์ช่วยสอน ผมทำตัวเป็นเพื่อนกับพวกเขา หลายครั้งก็รู้สึกน้อยใจว่าเราสอนๆ ๆ แต่พวกเขาไม่ค่อยดีขึ้น ยังติดยา ยังไม่เอาจริงเอาจังกับชีวิต เสียดายชีวิตของพวกเขา บางคนย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้วทำตัวไม่ค่อยดี หรือคนที่มีครอบครัวแล้วต้องหย่าร้างกัน เยาวชนหลายคนเป็นคนซื่อ ถูกสังคมหลอก ทำให้หลงทางไป

คนป่วยเมื่อเข้ามาอยู่ในนิคมโรคเรื้อน มีลูกๆ ก็อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ อาจจะมีลูกป่วย คนที่ป่วยมีอยู่กว่า 100 คน โรคเรื้อนนี้ยังมีมากในประเทศจีน อินเดีย และอัฟริกา

โรคเรื้อนรักษาได้แค่หยุดการลุกลามของเชื้อโรค เพราะในคนป่วยโรคเรื้อนมีหลายๆ โรคในตัวเขา พวกเขาต้องตัดเท้า เพราะเลือดไม่ไปเลี้ยง

ในฤดูร้อน เดือนมีนาคม เมษายน แผลจะบวมและเจ็บมาก โรคนี้ต้องกินยาเสมอและรักษาความสะอาดให้มากๆ
คุณพ่อเรนโซอยู่ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ เพราะภารกิจทำให้ต้อง “ร่อนไปร่อนมา” อยู่กับคนโรคเรื้อน คนยากไร้ชายขอบในบริเวณนี้ จึงไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินทางไปไหนๆ เหมือนอยู่ภาคอื่นๆ เพราะเส้นทางจะไปไหนแต่ละแห่งช่างห่างไกล สำหรับคนที่ลงไปในภาคใต้ อย่าลืมแวะไปเยี่ยมคุณพ่อ จากกรุงเทพฯ เดินทางตามถนนสายเอเชีย ถึงอำเภอทุ่งสง แยกไปทางจังหวัดพัทลุง 20 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปทางนครศรีธรรมราช เข้าไปสัก 800 เมตร และอีก 10 กิโลเมตร ก็ถึงแล้ว แต่ถ้าขับรถต่อไปอีก 25 กิโลเมตร ก็จะถึงเมืองนครฯ

ธรรมทูตแห่งเมืองปาดัวซึ่งเป็นเมืองแห่งนักบุญอันตน ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและดีงามไปทั่วโลก สำหรับผู้วอนขอความช่วยเหลือผ่านทางท่าน และ “คุณพ่อเรนฯ” ลูกหลานของท่าน กำลังทำงานปิดทองหลังพระอยู่บนแผ่นดินไทยอย่างเงียบๆ ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ สำหรับคนตกทุกข์ได้ยากวันนี้ เพื่ออนาคตสำหรับลูกหลาน