เดือนมกราคมของทุกปี พระสงฆ์อีสานทั้งสี่สังฆมณฑลมีนัดพบกัน เพื่อสัมมนาเกี่ยวกับชีวิตและงานอภิบาล พร้อมทั้งเยี่ยมเยือนไปตามสังฆมณฑลต่างๆ ได้ทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว

ปีนี้คุณพ่อเฉลียว วาปีกัง หรือเพื่อนๆ เรียก “พ่อเหลียว” เป็นประธานจัดสัมมนาสงฆ์อีสานครั้งที่ 20 วันที่ 11-15 มกราคม ค.ศ.2010 ซึ่งสังฆมณฑลนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพ หัวข้อ “ชีวิตสงฆ์อีสาน”

“เพื่อนสงฆ์” ขอถือโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อในฐานะประธานจัดงานครั้งนี้

“ผมมีพี่น้องทั้งหมด 13 คน เป็นคนที่ 9 เป็นชาย 6 คน หญิง 7 คน พี่ชายหนึ่งคนและพี่สาวหนึ่งคนเสียชีวิตแล้ว บิดาเสียชีวิตได้ 15 ปีแล้ว หลังจากผมบวชเล็กน้อย ส่วนแม่ยังแข็งแรงดี

ผมเกิดวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ.1964 อายุ 46 ปี บวชวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ.1990 โดยพระคุณเจ้ายออากิม พเยาว์ มณีทรัพย์ บวชพร้อมกับคุณพ่อประสิทธิ์ ใหม่เพียรวงศ์

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ คิดว่าจะมีบรรดาพระสงฆ์เข้าร่วมประมาณ 100 คน จากจำนวนพระสงฆ์อีสานประมาณ 160 คน”

วัยเด็กกับการเรียน

ผมเข้าบ้านเณรเล็กในชั้น ป.5-6 เป็นบ้านเณรเล็กของสังฆมณฑลนครราชสีมา ปัจจุบันใช้เป็นบ้านเณรพระวิสุทธิวงศ์ หรือบ้านเณรกลางนี่แหละ เวลานั้นมีเณรเล็กอยู่ประมาณ 20 คน

เรียนชั้น ป.7 ต่อที่บ้านเณรสังฆมณฑลอุบลฯ และ ม.ศ.1-5 ที่บ้านเณรฟาติมา ท่าแร่ สมัยคุณพ่อกมล เสมอพิทักษ์ เป็นอธิการ

เข้าบ้านเณรกลาง 1 ปี คุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล เป็นอธิการ มีเณรทั้งหมด 33 คน

เข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม รุ่นที่ 12 เรียนอยู่ 7 ปี สมัยคุณพ่อมนัส จวบสมัย (ต่อมาเป็นพระสังฆราชสังฆมณฑลราชบุรี) คุณพ่อสมศักดิ์ นามกร และคุณพ่อวงศ์สวัสดิ์ แก้วเสนีย์ เป็นอธิการ ในรุ่นเดียวกันได้บวชเป็นพระสงฆ์รวม 17 คน

กรุงเทพฯ คุณพ่อพงษ์เทพ ประมวลพร้อม คุณพ่ออนุรัตน์ (หนู) ณ สงขลา จันทบุรี คุณพ่อเศกสม กิจมงคล คุณพ่อทรงวุฒิ ประทีปสุขจิต ราชบุรี คุณพ่อประสิทธิ์ (เป็ด ) รุจิรัตน์ คุณพ่อสุรินทร์ จารย์อุปการะ อุบลฯ คุณพ่อรัฐพล ศรีมะณี ท่าแร่ฯ คุณพ่อเฉลิมศิลป์ จันลา คุณพ่อวีรพงษ์ มังกาย คุณพ่อสุรวุฒิ (อ้วน) สมงาม

เมื่อบวชแล้วได้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารแม่พระประจักษ์ฯ โคราช ปีครึ่ง รับผิดชอบงานเยาวชน งานคำสอน ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดแม่พระ หนองพลวง อ.ประทาย นครราชสีมา เป็นผู้ช่วยฝ่ายงานอภิบาล อยู่วัดนักบุญยอแซฟ บ้านหัน นาน 3 ปี วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ชัยภูมิ 7 ปี  วัดนางรอง 4 ปี ต่อจากคุณพ่อประเวศ เตชะพิทักษ์ธรรม ที่นี่มีโรงเรียน มีนักเรียน 1,100 คน สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.6)

มีพระสงฆ์จากสังฆมณฑลจันทบุรี คณะธรรมทูตจากฟิลิปปินส์ มาช่วยงานอยู่หลายคน เมื่อถามว่าโคราชพร้อมที่จะรับไม้ได้หรือยัง? “พ่อเหลียว” ก็ตอบทันทีโดยไม่ต้องเหลียวซ้ายแลขวา เหมือนกับสำนึกรู้อยู่ตลอดว่า “ไม่พร้อม เนื้องานมีเยอะ พระสงฆ์เรายังน้อย อาวุโสยังไม่พอ ประสบการณ์ยังไม่ถึง ยังไงๆ ก็ต้องมีสังฆมณฑลอื่น ตอนนี้มีนักบวชคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ เข้ามาช่วย”

ในฐานะที่อยู่ในเขตพื้นที่อีสาน แต่ความแตกต่างจากสังฆมณฑลอื่นๆ ที่เห็นได้ชัดคือความพร้อมทั้งด้านปัจจัย เนื่องจากมีโรงเรียนหลายแห่งและโรงพยาบาล และแต่ละโรงเรียนก็สามารถเอาตัวรอดได้เอง มีเพียงที่วัดบ้านหันเท่านั้นต้องให้สังฆมณฑลช่วย สังฆมณฑลจึงสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่า

ความรู้สึกต่อ “ปีพระสงฆ์”

พอได้ยินว่าพระสันตะปาปาประกาศให้มีปีพระสงฆ์ ผมรู้สึกดีมากนะ รู้สึกมีความสุข เป็นชีวิตของเรา ทำให้รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น มีความสุขนะ และคิดว่าถ้าเราไม่มีความสุขแล้ว จะทำให้คนอื่นมีความสุขได้อย่างไร มีคำพูดหนึ่งว่า “เราไม่สามารถให้ในสิ่งที่เราไม่มี”

วัดบ้านเกิด

ผมเป็นลูกวัดแม่พระคนกลางจ่ายพระหรรษทาน โคกประสาท บุรีรัมย์ สมัยก่อนเรียกว่าวัดแม่พระสกลสงเคราะห์ อายุกว่า 55 ปีแล้ว ปัจจุบันคุณพ่อประเวศ เตชะพิทักษ์ธรรม เป็นเจ้าอาวาส มีสัตบุรุษ 700 คน มีโรงเรียนมารดาวนารักษ์ มีนักเรียน 1,000 คน เปิดสอนชั้นอนุบาล ถึงชั้นมัธยม 3

ส่วนพระสงฆ์ลูกวัดมี คุณพ่อสัมพันธ์ วาปีโส คณะคามิลเลียน คุณพ่อสุเทพ ประทุมตรี คุณพ่อสมดุล วาปีทะ

ผมเข้าโครงการพักภารกิจฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ (Sabbatical Program) ค.ศ.2007 มีทั้งหมด 19 คน รู้สึกดีมากเลย ได้พักผ่อน ที่สำคัญได้อยู่กับเพื่อนๆ รู้สึกใกล้ชิดเป็นครอบครัวเดียวกัน เราได้แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตที่ลึกๆ ให้แก่กัน ทั้งสุขและทุกข์ เห็นใจและเข้าใจกันดี

ในวันเปิดตัวโครงการ “พ่อเหลียว” โกนหัวล้านเลี่ยนเตียนโล่งเอาฤกษ์ เพื่อเริ่มต้นภาพลักษณ์ใหม่ “นิวลุค” แม้แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังตัดผมแบบเกรียนใกล้ๆ “สกินเฮด”

เรื่องเล่าข่าวดีในชีวิตสงฆ์

“ผมเคยเข้าไปรับผิดชอบวัดแห่งหนึ่ง วัดอยู่ท้ายหมู่บ้าน เมื่อผมไปใหม่ๆ ก็พยายามเตรียมเรื่องมิสซาวันเสาร์เย็นและวันอาทิตย์ให้ดีๆ แต่ไม่ค่อยมีคนมาวัด ชาวบ้านเขาก็ทำงานของเขาไป เด็กๆ เยาวชนก็ไม่เห็นสนใจเรื่องวัดเรื่องวา ชีวิตสงฆ์ก็รู้สึกมันวังเวง ไม่มีอะไรทำเลย วันจันทร์ถึงวันศุกร์ไม่มีอะไรทำเลย

ผมไปธุระข้างนอก ขับรถผ่านหมู่บ้านตรงไปถึงวัด ในรถผมก็เปิดแอร์ ปิดหน้าต่าง เปิดเพลงฟังไปถึงวัดเป็นอย่างนี้ตลอด แต่มาวันหนึ่ง ผมลองเปิดกระจกรถ และค่อยๆ ขับไป เจอใครก็เริ่มทั้งทายชาวบ้าน ลุง ป้า ยาย ฯลฯ

“ป้า...ลุง...ไปไหนมา...?”

“จับปลา...ได้บ้างไหม?”

“ปีนี้ ข้าวดีไหม...ได้กี่ถัง....?”

“แหม...ได้กบตัวใหญ่จังเลย”

เริ่มทักทาย พูดคุยกับชาวบ้าน ต่อมาไม่นานชาวบ้านเขาก็ให้เด็กๆ เอาผลไม้ เอาข้าวของมาให้พ่อที่วัด และเริ่มมาวัดกันทีละคนสองคน และมาเรื่อยๆ จนภายหลังเรียกว่ามาเกือบทั้งหมู่บ้าน ผมรู้สึกมีกำลังใจ และจัดกิจกรรมให้เยาวชน และชาวบ้านได้ สอนคำสอน พระคัมภีร์ ซ้อมเพลง กีฬา ฯลฯ พวกเขาก็รู้สึกรักวัดของเขา ดูแลวัดของเขามากขึ้น

เขาเคยพูดให้ฟังว่า แต่ก่อนเขาคิดว่าพ่อก็อยู่ส่วนของพ่อ พ่อแต่ละคนมาไม่นานก็ย้ายไป ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับพวกเขาเท่าไหร่ เหมือนต่างคนต่างอยู่

ผมรู้สึกเลยว่าเรื่องทั้งหลายอยู่ที่เราพระสงฆ์ เราปิดตัวเอง ไม่สนใจพูดคุยกับเขา เขาก็ไม่สนใจ แต่ถ้าเราเปิดตัวเรา เขาก็พร้อมที่จะร่วมมือกับเรา”

ในเขตอีสานมี 4 สังฆมณฑล มีพระสงฆ์ 176 องค์ บราเดอร์ 7 คน ซิสเตอร์ 445 คน คริสตัง 105,600 คน

อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง มีพระสงฆ์ 64 องค์ บราเดอร์ 1 คน ซิสเตอร์ 132 คน คริสตัง 53,000 คน

สังฆมณฑลนครราชสีมา มีพระสงฆ์ 30 องค์ บราเดอร์ 3 คน ซิสเตอร์ 32 คน คริสตัง 6,000 คน

สังฆมณฑลอุดรธานี มีพระสงฆ์ 39 องค์ ซิสเตอร์ 110๐ คน คริสตัง 18,000 คน

สังฆมณฑลอุบลราชธานี มีพระสงฆ์ 43 องค์  บราเดอร์ 3 คน ซิสเตอร์ 171 คน คริสตัง 26,600 คน