ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา คือวันที่ 14 พฤษภาคม สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงอนุมัติการขอลาจากหน้าที่ของ พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชทรงแต่งตั้ง พระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นพระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และทรงแต่งตั้ง พระคุณเจ้ายอแซฟ พิบูลย์ วิสิฐนนทชัย เป็นประมุขสังฆมณฑลนครสวรรค์

ตั้งแต่นั้นมา สภากาแฟและ “สำนักข่าวโคมลอย” ทั้งหลาย ก็เล่นข่าวกันจนปากเป็นมัน คนนั้นคนนี้ ที่นี่ไปที่โน่น เรียกว่า “ข่าวลือ” จนล้ำเส้นไปไกลถึงขนาด “กล้าฟันธง!”

จากวงในสู่วงนอก อักษรย่อแต่ละตัวก็ไล่เรียงกันไป เหมือนเล่นหวยหรือหุ้นออนไลน์

จนกระทั้งวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ.2009 คือ “วันปักธง!”

ข่าว...ลือ...ลือ...กลายเป็น...ลือชัย!

และมีคำถามที่ตามมาว่า “ใคร หว่า?”

“เพื่อนสงฆ์” พยายามที่จะต่อสายหาเรื่องมาเล่าเต้าข่าวกันบ้างเพื่อให้ “รู้เขา”

“ฮัลโหล....โหล...” อยู่สองสามครั้ง

“ผมกำลังจะกลับไปอุดรฯ ขณะนี้กำลังนั่งรถจะเข้าโคราชฯ แล้ว”

หลังจากได้พยายามหาจังหวะพูดคุยกับ “พระคุณเจ้าน้องสุดท้อง” เป็น “องค์ชายสาม” ของสังฆมณฑลอุดรธานี อีสานเหนือ เพื่อให้ “เพื่อนสงฆ์” ได้รับทราบกันบ้าง ผมจึงขอใช้โทรศัพท์ พอดีกำลังอยู่ในรถยนต์ กลับไปอุดรฯ วันที่ 10 ธันวาคม 2009 ก่อนสิ้นปีฉลู

เตรียมงานอภิเษกไปถึงไหนแล้ว

“ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็เรียบร้อยเกือบหมดแล้ว เพิ่งถ่ายรูปเสร็จเมื่อวานนี้ที่บางรัก คุณพ่อป้อม สุพจน์ ฤกษ์สุจริต ช่วยจัดการถ่ายให้ที่สื่อมวลชนกรุงเทพฯ เรื่องเสื้อผ้าทางซิสเตอร์คณะพระหฤทัยฯ ช่วยตัดให้เรียบร้อยเรียบร้อยแล้ว เรื่องแหวนก็เสร็จแล้ว เรื่องไม้เท้าก็สั่งจากกรุงโรม แต่กำลังรออยู่ และเมื่อไปบางรักก็ได้แวะไปพบพระคุณเจ้าเกรียงศักดิ์ ท่านได้พูดคุยและแนะนำให้ทราบหลายอย่างที่เป็นประโยชน์

เรื่องอื่นๆ ทางสังฆมณฑลเขาก็จัดการกัน เรื่องพิธีกรรม ได้ข่าวว่าป็น “พ่อเฒ่า” คุณพ่อพรภิรมย์ บุญทรัพย์ รับผิดชอบ เขาก็ติดต่อคุณพ่ออนุสรณ์ (แอ๊ด) แก้วขจร ขึ้นไปช่วยกัน

พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร จะเป็นประธานอภิเษก เอกอัครสมณทูตวาติกัน ซัลวาตอเร เปนนักคีโอ และพระคุณเจ้าหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ เป็นผู้ร่วมอภิเษก

ผมต้องไปพบกับท่านทูตอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปรึกษาและเตรียมพิธีบางส่วนกับท่านก่อน

เนื่องจากเป็นอาจารย์ในบ้านเณรใหญ่แสงธรรม (ค.ศ.2007-2009) มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องสอนนักศึกษาที่วิทยาลัยแสงธรรม ได้คุยกันกับพวกคุณพ่อเขาแล้ว และวิชาที่ผมสอนเรื่องปรีชาญาณ ก็ขอให้คุณพ่อธรรมรัตน์ เรือนงาม สอนแทนวิชาหนึ่ง ส่วนภาษาละตินนั้นได้ขออนุญาตสอนรวบให้เสร็จตามหลักสูตรในช่วงนี้ ก่อนจะรับอภิเษกเลย คงไม่มีปัญหาอะไรสำหรับปีนี้

กำลังใจที่ได้รับ

พระคุณเจ้ายอดได้โทรศัพท์ไปร่วมแสดงความยินดี และให้กำลังใจในวันแรกเลย เมื่อกลับไปพบพระคุณเจ้ายอดครั้งแรกที่บ้านท่านที่อุดรฯ เพื่อขอคำแนะนำและขอบพระคุณพระคุณเจ้า ท่านได้แนะนำเรื่องการเตรียมตัวอภิเษกทั่วไปก่อน  ส่วนเรื่องงานอื่นๆ ท่านยังไม่ได้คุย ยังมีเวลาอีกมาก

สำหรับท่านสมณทูตเอง เมื่อตอนไปพบ ท่านให้กำลังใจเกี่ยวกับเรื่องงาน พูดหลายอย่าง “อย่ากลัวเลย...ไว้ใจในพระ”

พระสงฆ์รุ่นพี่ เพื่อนๆ เพื่อนร่วมรุ่น นักบวช สัตบุรุษ ก็ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกันหลายท่าน แต่ผมเองก็ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักหรอกครับ

รุ่นแสงธรรมที่บวชมี 8 คน กรุงเทพฯ คุณพ่อสุพจน์ ฤกษ์สุจริต คุณพ่ออนุรัตน์ (หนู) ณ สงขลา ท่าแร่ฯ คุณพ่อประสิทธิ์ เครือตาแก้ว และคุณพ่อสมบัติ มังทะ อุดรธาน ี คุณพ่อกำจัด เสาะก่าน คุณพ่อวิชัย อ้วนเย็นดี คุณพ่อรังสรรค์ ภานุรักษ์

ข้อตั้งใจ

อยากให้สัตบุรุษสังฆมณฑลอุดรฯ ได้รู้จักพระคัมภีร์มากขึ้น ให้คริสตชนได้มารู้จัก รัก และรับใช้พระเป็นเจ้าและเพื่อนพี่น้องให้ทั่วถึงมากขึ้น และในท่ามกลางพระสงฆ์ ก็อยากเน้นเรื่องความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อทำงานในสังฆมณฑลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“น้องสุดท้อง” ในสภาฯ กับความรู้สึก

เราเป็นน้องสุดท้องก็ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะพี่ๆ ก็ผ่านมาแล้ว แต่ละคนก็มีประสบการณ์ พี่ๆ ก็ต้องช่วยประคับประคองกัน

บรรดาอาจารย์ในบ้านเณรหลายๆ คน มักจะเป็น “เป้าสายตา” ของตำแหน่งพระสังฆราชเสมอ จนบางคนพูดว่า “เข้ารันเวย์” รอคิวแล้ว เพราะในอดีตมักจะเป็นเช่นนั้น บุคลิกของพระคุณเจ้าใหม่เป็นคนชอบเรียน อ่าน เป็นลักษณะนักวิชาการ พูดน้อย ขี้อาย และที่ไปเรียนพระคัมภีร์ได้ต้องถือว่า “วิชาหินและโหด” เพราะต้องรู้เรื่องภาษาโบราณ เช่น  ภาษาละติน กรีก อาราเมอิก และภาษาปัจจุบัน เช่น ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาเลียน ซึ่งคนที่เรียนจบมาระดับดอกเตอร์มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

ความคิดและสายตามนุษย์ มักจะต่างจากน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า ยากที่จะหยั่งถึงได้ มนุษย์คิดอย่างหนึ่ง

“คิดอีกคนหนึ่ง แต่พระเจ้าเลือกอีกคนหนึ่ง”

นี่แหละ..น้ำพระทัยละครับ

“A Cruce Salus – ความรอดพ้นมาจากกางเขน”