คุณพ่อชัชชัย รวมอร่าม พระสงฆ์สังฆมณฑลจันทบุรี บวชวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ.2001/2544 สหัสวรรษใหม่

เมื่อบวชแล้วทำงานที่อาสนวิหารสังฆมณฑลจันทบุรี 2 ปีตามข้อตกลง หลังจากนั้นได้เข้าคณะธรรมทูตคาทอลิกแห่งประเทศไทย ทำงานในเขมร

“ที่จริงผมได้รับมอบหมายตั้งแต่เป็นสังฆานุกรแล้ว เพราะได้สมัครเข้าคณะธรรมทูตคาทอลิกแห่งประเทศไทย มีประสบการณ์ตอนฝึกงานอภิบาล (Pastoral Year) ผมเป็นเณรใหญ่รุ่นแรกที่ไปเขมรพร้อมกับคุณพ่อคำดี ทองมาก จากสังฆมณฑลอุบลราชธานี  สมัยนั้นคุณพ่อวีรชัย ศรีประมงค์ เป็นเจ้าวัดที่พนมเปญ

ในระหว่างเดือนครึ่งผมเดินทางไปทั่วประเทศ มีเครื่องหมายพอสมควรแต่ยังไม่ชัดเจน กลับมาไตร่ตรองและเก็บไว้ในใจ ก่อนจะเรียนให้พระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต ทราบ ตอนแรกรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ท่านแปลกใจเหมือนกันเพราะเป็นพระสงฆ์องค์แรกของสังฆมณฑลจันทบุรี ต่างจากพระสงฆ์องค์อื่นที่ไม่ได้ไปช่วยมิสซังอื่นตามธรรมเนียมที่เคยทำ แต่ไปในนามธรรมทูตและเป็นธรรมทูตต่างประเทศด้วย แต่พระคุณเจ้าก็ใจกว้างพร้อมจะให้พระสงฆ์องค์หนึ่งไปทำงาน พอเขียนจดหมายเรียนให้พระคุณเจ้าทราบ ท่านก็อนุญาต มีอีกหลายคนที่สนใจแต่ยังรีรอ ดูสถานการณ์ก่อน”

ผมเป็นศิษย์แสงธรรมรุ่นที่ 23 มีเพื่อนที่บวชพร้อมกันหลายคน คือ คุณพ่อเอนก นามวงษ์ ส่วนเพื่อนร่วมรุ่นที่บวชมี 10 กว่าองค์ เยอะแต่ทยอยกันบวช

อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มี 5 องค์ คือ คุณพ่อเอกชัย โสรัจกิจ คุณพ่อยอดชาย เล็กประเสริฐ คุณพ่อวิบูรณ์ ลิขิตธรรม คุณพ่อพรศักดิ์ ชื่นจิตอภิรมณ์ และคุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม

สังฆมณฑลนครสวรรค์ มี 2 องค์ คือ คุณพ่อสันติ ปิตินิตย์นิรันดร์ และคุณพ่อทรงธรรม สินเจริญ

อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงมี 2 องค์ คือ คุณพ่อชัยวัฒน์ นำสุย และคุณพ่อวีระชัย อุตะมะชะ

สังฆมณฑลเชียงใหม่มี 2 องค์ คือ คุณพ่อจตุพงษ์ โชคบวรสกุล และคุณพ่อวศิน ฌาณอรุณ

สังฆมณฑลอุบลราชธานีมี 1 องค์ คือ คุณพ่อคำดี ทองมาก

สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี มี 2 องค์ คือ คุณพ่ออัครเดช ทับปิง และคุณพ่อทรงราชย์ ศรีระหงษ์

ผมเป็นปลัดที่วัดพนมเปญ มีพ่อเจ้าวัดเป็นชาวแคนาดา ปลัดอีกคนเป็นพระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศ (MEP) จากอินเดีย มีคริสตังประมาณ 4,000 คน ผมมารับงานต่อจากคุณพ่อวีรชัยซึ่งเป็นเจ้าวัดอยู่ 5 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.1995-2001

สมัยบุกเบิกมีพระสงฆ์น้อย แต่ตอนนี้มีพระสงฆ์มากขึ้น จึงเน้นงานในเชิงลึก เช่น พัฒนาคุณภาพ สอนคำสอนและการอบรม

“เวลานี้พระสงฆ์ในเขมรมี 50 กว่าองค์ ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ พระสงฆ์พื้นเมืองมี 5 องค์ จากมิสซังพนมเปญ 2 องค์ ครึ่งหนึ่งทำงานในองค์กรเอ็นจีโอ (NGO) ที่ทำงานตามวัดจึงมีน้อย คุณพ่อวีรชัยรุ่นพี่ที่มาบุกเบิกก่อน ได้ทำงานอย่างทุ่มเทดีมาก ผมเลยสบาย บางคนมีอคติกับคนไทยบ้าง แต่รุ่นพี่เขาปูทางไว้ดี การทำงานของผมเลยไม่มีปัญหา”

ค่าใช้จ่ายของวัดส่วนใหญ่ได้รับความช่วยเหลือจากคณะมิสซังต่างประเทศ แม้จะมีหลายประเทศที่ต้องรับผิดชอบ แต่เขาก็ทุมเทให้เขมรมากกว่า เงินที่ได้รับส่วนใหญ่ใช้จ่ายเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำ อีกส่วนหนึ่งใช้ทำโครงการใหม่ๆ และขอจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์

มิสซังพนมเปญไม่มีโรงเรียน แต่มิสซังตะแก้วมีโรงเรียนมัธยม พระสงฆ์คณะมิสซังต่างประเทศเป็นผู้ต่อยอดไว้ โดยกระทรวงรับรองมาตรฐาน นอกนั้นก็มีเนิร์สเซอรี่หลายแห่ง แต่ถ้าพูดในระดับองค์กร ก็มีคณะซาเลเซียนที่เข้าไปเปิดโรงเรียนอาชีวะดอนบอสโกก่อนนานแล้ว

ผมเตรียมตัวมาเป็นธรรมทูตโดยเฉพาะ กินอะไรที่ไหนก็ได้ อยู่เขมรไม่มีวาระ เคยพูดกันว่า 5 ปี แต่ทางนิตินัย ยังไม่ได้เขียนไว้ ผมไม่มีปัญหา จะอยู่หรือย้ายก็แล้วแต่ผู้ใหญ่เห็นสมควร

คณะมิสซังต่างประเทศมีบทบาทมากในเขมร เป็นพระสังฆราชปกครอง 2 มิสซัง จากทั้งหมด 3 มิสซัง พระคุณเจ้าลามูส คณะมิสซังต่างประเทศ อดีตประมุขมิสซังพนมเปญ ก็พักอยู่กับคุณพ่อวีรชัย ส่วนคาทอลิกทั่วประเทศมีประมาณ 20,000 กว่าคน จากประชาชนทั้งหมด 14 ล้านคน ปีที่แล้วมีผู้ใหญ่รับศีลล้างบาป 100 กว่าคน ส่วนเด็กทารกกำหนดให้ล้างบาปทุกต้นเดือน

ในความคิดของผม เขมรไม่ค่อยชอบคนไทยนัก เพราะคิดว่าไทยทำตัวเหมือนพี่รังแกน้อง ไทยมีศักยภาพหลายอย่างมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ กองทัพ หรือวัฒนธรรม แต่ในระดับล่าง ชาวบ้านก็ยังนิยมคนไทยอยู่มาก ตามชายแดนใช้เงินไทย ชอบดูหนังไทย สินค้าไทยราคาแพง แต่มีคุณภาพดีกว่า

ผมติดต่อกับเมืองไทยทางอินเตอร์เน็ต เพราะก่อนไปก็ใช้อยู่แล้ว แต่ถ้าด่วนจริงๆ ก็ใช้โทรศัพท์ ถ้าไม่รีบก็ใช้จดหมาย ในเขมรมีอินเตอร์เน็ตของเอกชน 6 บริษัท โทรศัพท์ 3G ก็มีแล้ว

“ส่วนพวกคริสเตียนในเขมร เขาพยายามทำเหมือนทุกที่ แจกของให้เพื่อชักชวนเข้าศาสนา เช่น พวกมอร์มอนสร้างสิ่งใหญ่โต ประกาศทุกวิถีทางจนบางครั้งก็สร้างความลำบากให้กับพวกเราคาทอลิก ปีที่แล้วผมเป็นตัวแทนของคาทอลิกไปประชุม ทางรัฐบาลเขมรได้ออกหนังสือเวียนเรียก “ศาลาจอ” สั่งห้ามเคาะประตูตามบ้าน ห้ามประกาศว่าวันสุดท้ายจะมาถึง ห้ามสร้างความรำคาญ ห้ามใช้เครื่องเสียง ผมไม่ได้พูดอะไร”

ผมไม่ได้รับจดหมายข่าว “เพื่อนสงฆ์” กลับมาเยี่ยมเมืองไทยก็จะหยิบไปบ้าง แต่สมัครเป็นสมาชิก “อุดมศานต์” และเขียนบทความส่งมา จ่ายค่าสมาชิกเองเพื่อสนับสนุนการพิมพ์ บางทีอ่านเสร็จแล้วก็ส่งให้ซิสเตอร์อ่านต่อ”

“เมื่อฟังเสียงสะท้อน ธรรมทูตไทยค่อนข้างอยู่ในเกรดเอ เพราะคนไทยเข้ากับคนอื่นได้ดี ธรรมทูตที่เข้าไปมีทั้งหมด 17 ชาติ ในเอเชียมีเกาหลีเยอะที่สุด นอกนั้นก็มี อินเดีย ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย เวียดนาม ไทย จากอเมริกาใต้มี ชิลี โคลัมเบีย แล้วยังมีคณะนักบวช เช่น คณะดอมินิกัน”

“อยากให้มีธรรมทูตมากขึ้น แต่สิ่งแรกที่ทำได้คือสวดภาวนา อย่างที่สองคือพยายามชักชวนเพื่อนๆ ให้เข้าร่วมโครงการอบรมของคุณพ่ออาดรีอาโน เพราะที่จริงมีหลายคนที่สนใจ แต่ติดที่โครงสร้าง หรือติดงานของตน พวกเราเคยคุยกันว่า งานธรรมทูตไทยต้องมีการรองรับที่ชัดเจน เช่น สมมติมีคนหนึ่งจะสมัครมาชั่วคราวสัก 5 ปี อยากมีประสบการณ์ธรรมทูต แต่ไม่อยากสมัครเป็นสมาชิก ก็น่าจะมีทางเป็นไปได้”

คติพจน์ของผมตั้งแต่บวชคือ “ข้าพเจ้าพร้อมแล้ว โปรดส่งข้าพเจ้าไปเถิด”

เรื่องราวความทุกข์ยากลำบาก เบื้องหน้าเบื้องหลังยังมีอีกมาก ใครอยากทราบก็พูดคุยกันต่อหลังจอได้ ส่วนใครอยากจะสมัครไปทำงานก็รีบติดต่อแต่เนินๆ รับรองว่า “ผู้ใหญ่” ไฟเขียวให้แน่นอน

“เพื่อนสงฆ์” ขอเป็นกำลังใจให้ธรรมทูตไทยทุกคนครับ!