คณะธรรมทูตไทย (Thai Missionary Society) ได้ก่อตั้งมาด้วยความภาคภูมิใจของพระศาสนจักคาทอลิกในประเทศไทย โดยสภาพระสังฆราชฯ และค่อยๆ เติบโตอย่างเงียบๆ ทั้งจำนวน สมาชิก และงานที่รับผิดชอบ “เพื่อนสงฆ์” ได้โอกาสเหมาะขึ้นไปเชียงใหม่ เชียงราย เยี่ยมเยือน พร้อมทั้งหาเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ยังไงๆ ก็เป้าหมายเดียวกัน

คุณพ่ออาดรีอาโน เปโลซิน (คณะ PIME) อธิการเจ้าคณะธรรมทูตไทยต่อจากคุณพ่อยัง ดังโตแนล (คณะ MEP) เพิ่งรับหน้าที่ใหม่ๆ ได้ไปเยี่ยมสมาชิกแต่ละศูนย์ เป็นการไปดูงานเพื่อจะได้รับรู้ชีวิตความเป็นอยู่ว่างานที่ทำมีอะไรบ้าง มีปัญหายุ่งยากและอุปสรรคอะไรบ้าง ที่สำคัญเป็นการให้กำลังใจบรรดาธรรมทูตทุกคน แต่ละศูนย์ก็จะอยู่สัก 2-3 วัน และออกไปดูสนามงาน พบปะกับครูคำสอนและชาวบ้านโดยตรง

คุณพ่อได้เริ่มออกเยี่ยมตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน โดยนัดประชุมใหญ่ที่วัดแม่พระบังเกิด เชียงราย ได้ศึกษาพระคัมภีร์ หนังสือกิจการอัครสาวกเป็นพิเศษ ถวายมิสซา และสวดภาวนาพร้อมกัน

คุณพ่อเปาโล อนุรักษ์ ประจงกิจ ผู้รับผิดชอบศูนย์เวียงแก่น ทำงานร่วมกับซิสเตอร์เบอร์นาร์ด ปราณี ตรีธารา เป็นหมู่บ้านม้ง รับเลี้ยงเด็กยากจน เด็กกำพร้า ให้ที่พัก อาหาร และส่งให้เรียนที่โรงเรียนในหมู่บ้าน มีเด็กประมาณ 50 คน เป็นเด็กชายและเด็กหญิงอย่างละครึ่ง ศูนย์แห่งนี้เคยรับเด็กได้ถึงเกือบ 100 คน

“ต้องลดลง เพราะค่าใช้จ่ายมาก เราไม่สามารถหาเงินมาช่วยได้มากนัก”

สำหรับเด็กยากจน บางคนที่ยังมีพ่อแม่ เราก็ให้เขามีส่วนรับผิดชอบบ้าง เช่น ให้ช่วยเป็นข้าวสารปีละ 10 ถังบ้าง ถ้าเด็กคนไหนมีเพียงพ่อหรือแม่ก็ช่วยครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่มีเราก็ช่วยทั้งหมด ก็มีบ้างปีละ 4-5 คน ถือว่าทั้งเราและเขามีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบดูแลลูกหลานของเขาด้วยกัน

ศูนย์ที่นี่เป็นจุดแรกเริ่มของคณะธรรมทูตไทย เปิดมาได้ 16 ปีแล้ว เป็นแหล่งรวมน้ำใจ รวมศรัทธาของคนหลายๆ คน ทั้งคาทอลิกและผู้ที่ไม่ใช่คาทอลิก เพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ ด้อยโอกาส อยู่ชายแดนประเทศไทย และยังอยู่ชายขอบสังคม

ระหว่างเวียงแก่นและเชียงของ มีโรงเรียนพระกุมารเยซู เชียงของ ซิสเตอร์คณะพระกุมารเยซูมาเปิดได้เพียง 2 ปี มีนักเรียน 100 คน เป็นอาคารสามชั้น มีบ้านพักซิสเตอร์ โรงอาหาร ที่เก็บของ หน้าอาคารเป็นสนามหญ้ากว้างและโล่ง

ผมเห็นสาวๆ และหนุ่ม 2-3 คน รวมแล้วประมาณ 10 คน กำลังช่วยกันย้ายเครื่องเล่นของเด็กๆ ให้เข้าที่เข้าทางอยู่บริเวณหน้าอาคารเรียน ต่างหยอกล้อ ยิ้มแย้มกัน เวลาเลยสี่โมงแล้ว

“นี่นะ....ครูเขาเสียสละ มาช่วยกันเตรียมงาน จัดข้าวของต่างๆ บางคนพาสามีมาช่วยด้วย”

ซิสเตอร์เยราร์ด หริพงษ์ น้องสาวของคุณพ่อวิศิษฎ์ หริพงษ์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอิมมาคูเลต ชลบุรี กล่าวชื่นชมครูที่กำลังทำงานให้ฟัง

ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ทำให้บริเวณทั่วไปเขียว ชุ่มชื้น สบายตา สบายใจ และบอกให้รู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินไทย ที่นี่มีโรงเรียนของรัฐและเอกชนอยู่บ้าง

คุณพ่อเปโตร รังสรรค์ ภานุรักษ์ เป็นศิษย์แสงธรรมรุ่นที่ 11 เป็นพระสงฆ์รุ่นที่ 3 ของสังฆมณฑลอุดรธานี บวชพร้อมเพื่อน 4 คน

มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ ค.ศ. 1992 มาพร้อมกับซิสเตอร์เวโรนิกา ราตรี สุริยะมงคล คณะพระกุมารเยซู ตอนนี้มีซิสเตอร์เอเมลดา คณะรักกางเขนท่าแร่ มาเพิ่มอีกหนึ่งคน

ผมได้ไปเรียนต่อที่อินเดีย 3 ปี ที่บังกาลอร์ 9 เดือน อยู่กับคณะคาร์เมไลต์ และคณะซาเลเซียน เรียนที่วิทยาลัยพระหฤทัย ซินลอง 2 ปี จบปริญญาโทสาขาวิชาธรรมทูต

งานที่ทำอยู่เวลานี้ ฝั่งไทย ดูแลวัดน้อยทั้งหมด 14 แห่ง เป็นชาวเขาเผ่าม้ง อาข่า มูเซอร์ ต่อจากคุณพ่อแฮรี่ซึ่งมาบุกเบิกไว้ แต่ปีหนึ่งคุณพ่อจะมา 2 ครั้งคือ คริสต์มาสและปัสกา มีคริสตังประมาณ 700 คน แต่ก่อนมีมากกว่า ต่อมาย้ายไปที่อื่นกัน และพระคุณเจ้าตีโต บรรจง ประมุขสังฆมณฑลหลวงพระบาง (เป็นสังฆรารักษ์) ซึ่งมีคริสตังทั้งหมด 3,800 คน ได้ขอให้ช่วยดูแลคริสตังที่บ้านบ่อแก้ว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเชียงของ มี 30 หมู่บ้าน มีคริสตังอยู่ 3,000 คน ที่ต้องไปเยี่ยมเยียนด้วย

ที่ศูนย์ เราก็จัดอบรมผู้นำให้เขา เริ่มต้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1994 ทำอยู่ได้ 5 ปี ในปี ค.ศ. 1998 พระคุณเจ้าบรรจงถูกจับขังคุกอยู่ 5 เดือน จึงได้รับการปล่อยตัวออกมา

นอกจากนี้ ยังมีงานช่วยเหลือด้านเอดส์ด้วย ชมรมอุ่นไอรัก เริ่มต้นจากคุณหมอสมปรารถน์ หมั้นจิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เชียงของนี้ซึ่งรู้จักกันดี เขาเห็นปัญหานี้ในโรงพยาบาล แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้มานั่งกินข้าวดื่มเหล้าและคุยกัน เขาก็ขอให้ศูนย์เราช่วยได้ไหม โดยเปิด “โครงการเดย์แคร์” ให้คนป่วยเอดส์ได้มาใช้ศูนย์เป็นที่พบปะ ประชุม ช่วยเหลือ เราก็ยินดีช่วย เริ่มมาได้ 11 ปีแล้ว ตอนนี้ชมรมอุ่นไอรักมีกรรมการแล้ว และทำงานของเขาในชมรมและในหมู่บ้านของเขา มีสมาชิก 200 คน

ตอนนี้สังคมรับรู้และยอมรับคนป่วยเอดส์ให้อยู่ที่บ้านและในสังคมมากขึ้น เราพยายามทำให้เขาอยู่กับบ้านและสังคม ให้ทั้งสองส่วนเข้ามามีส่วนรับรู้และช่วยเหลือ ตอนนี้ถือว่าดีขึ้นมาก

คุณพ่อซิมบัลดีคณะปีเม อายุ 79 ปี เกษียณแล้ว ก็ยังมาช่วยงานเผ่ามูเซอร์ที่ผมดูแลนี้ด้วย นอกจากนั้น คุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช คณะมหาไถ่ อยู่ที่ขอนแก่น ก็มาช่วยดูแลชนเผ่าขมุ ได้หาทุนมาช่วยสร้างวัดให้พวกเขา

ความรู้สึกกับวันเวลาที่ผ่านไป

บางครั้งก็รู้สึกท้อเหมือนกันในตอนแรกๆ แต่เวลานี้ผ่านมาแล้ว รู้สึกมีความสุข ชีวิตธรรมทูตเป็นกระแสเรียกพิเศษสำหรับบางคนจริงๆ

อีกไม่นานเชียงของจะกลายเป็นทอง เพราะโครงการเศรษฐกิจก้าวใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น เป็นประตูทอง (Golden Gate) เพราะจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงของ ข้ามไปลาว ไปจีน และเวียดนามตอนบน เป็นสะพานที่สี่

สะพานที่หนึ่งอยู่ที่หนองคาย สะพานที่สองอยู่ที่มุกดาหาร และสะพานที่สามอยู่ที่นครพนม

ถนนลาดยางสร้างเรียบร้อยแล้ว สำหรับสะพานนั้นได้มีการสำรวจแล้ว คิดว่าไม่นาน อีกสีก 2-3 ปีคงสร้างเสร็จ เป็นเส้นทางเศรษฐกิจ เราก็จะเปิดเส้นทางธรรมทูตเคียงคู่ไปด้วยงานธรรมทูตต้องก้าวไปข้างหน้า หยุดไม่ได้ หยุดก็เท่ากับถอยหลัง

คุณพ่อลอเรนซ์ นิกร ประสูติแสงจันทร์ ผู้ดูแลศูนย์อาข่า อำเภอปง จังหวัดพะเยา เพิ่งไปอยู่ได้ 8 เดือน มีคริสตังอยู่ 10 ครอบครัว ทั้งหมู่บ้านมี 40-50 ครอบครัวจากศูนย์นี้ขับรถไปแพร่ 2 ชั่วโมง และไปเชียงใหม่ 2 ชั่วโมง

คุณพ่อบวชมาได้ 9 ปี บวชแล้วได้รับหน้าที่อยู่ที่เกาะสมุย 2 ปี อยู่ที่เชียงของ 4 ปี แทนคุณพ่อรังสรรค์ และเรียนภาษาที่เชียงใหม่ 9 เดือน

การทำงานที่นี่ค่อนข้างอิสระมาก และอยู่กับชาวบ้าน คนยากจน บางทีก็ไร้รูปแบบ

เรื่องธรรมนูญของคณะธรรมทูตไทยฉบับใช้ชั่วคราวเราก็มี แม้ยังมีข้อควรแก้ไขกันต่อไป แต่สำหรับพวกเราที่ทำงานกัน เราก็เอางาน เอาคนเป็นหลักก่อน เพราะหลายแห่ง แม้จะมีกฎระเบียบที่ดี แต่ปัญหาก็ยังมี

สำหรับชาวบ้านก่อนหน้านี้ยาบ้าเงียบหายไปพักหนึ่ง มาตอนนี้ ยาบ้าเริ่มกลับมาอีกแล้ว มันทำให้สังคม หมู่บ้านแย่มากๆ

คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ บัญชา วงษ์วุฒิพงษ์ ประจำศูนย์แม่จัน เชียงราย คุณพ่ออายุ 38 ปีบวชมาได้ 8 ปี เมื่อบวชแล้วก็ทำงานอยู่ที่วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บางสะแก อยู่ 1 ปี และเมื่อมาเป็นธรรมทูตเต็มตัว ได้รับมอบหมายให้ทำงานกับชาวเย้า

ก้าวแรก ก็ต้องออกเยี่ยมเยียนชาวบ้าน เริ่มต้นสำรวจพื้นที่ชาวเย้าในที่ต่างๆ เคยไปเป็นครู ต.ช.ด. อยู่หนึ่งปีเพราะตอนนั้นที่นั่นขาดครู ก็มาติดต่อเราว่าจะช่วยสอนอะไรได้บ้าง ผมก็รับสอนภาษาอังกฤษให้

จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จึงมาตั้งหลักเช่าบ้านหลังหนึ่งเป็นทั้งที่พักและเป็นวัดน้อย และยังมีวัดเล็กวัดน้อยอีกกว่า 10 แห่ง 20 กว่าหมู่บ้าน ที่ต้องรับผิดชอบ

“พ่ออยากไป.......ไหม?”

“แล้วแต่พ่อบัญชา จะบัญชาครับ!”

คุณพ่อบัญชาถาม เชิญชวนให้ไปเยี่ยมดูหมู่บ้านและงานที่กำลังทำอยู่ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมอยากรู้อยากเห็นด้วย...

“พ่อไปไหน ผมไปด้วย พ่อขับ ผมนั่งหลับ”

คุณพ่อบัญชาเรียนภาษาเย้าอยู่เป็นปี ตอนนี้สามารถพูดได้ เทศน์ได้ และได้แปลบทเพลงภาษาเย้าไว้หลายเพลง ภาษาเย้าเขาใช้อักษรโรมันกันมานานแล้ว

คุณพ่อได้พาไปเยี่ยมชมวัดนักบุญสเตเฟน ห่างจากที่คุณพ่อพักประมาณ 6 กิโลเมตร สร้างแบบทรงไทยภาคเหนือ อยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ จุคนได้ 300 คน หลังคาใช้โครงเหล็ก ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างทั้งหมดรวมแล้วไม่เกิน 5 ล้าน มองเห็นแต่ไกล แยกจากถนนใหญ่ไปสัก 2 กิโลเมตร

“เราออกเงิน ชาวบ้านออกแรง และผู้รับเหมาก็คิดราคาถูกมาก ผมเคยเอาแบบไปให้ทางกรุงเทพฯ ตีราคา เขาตีราคาเกือบหนึ่งเท่าของที่เราสร้าง”

ผมเห็นช่างเหล็กกำลังวางแผนยกโครงเหล็กขึ้นหลังคา ช่างปูนกำลังวุ่นอยู่กับกองปูนทราย และกระป๋องใส่ปูนที่ผสมแล้วยกขึ้นไปเทคานชั้นสอง รับส่งกันอย่างสนุกสนาน พูดคุยกันแบบสบายๆ ซึ่งท่าทีอย่างนี้ไม่ค่อยเห็นนักในสมัยนี้

“เขาสร้างวัดของเขาเอง เขาดีใจมาก และตั้งใจว่าปลายปีนี้น่าจะเปิดและเสกได้ทัน”

ส่วนที่เป็นอาคารสองชั้น ใช้เป็นห้องประชุมของสัตบุรุษ สล่า และบ้านพักของคุณพ่อ เพิ่งจะเทคานชั้นสองได้ไม่เท่าไร มองดูแล้วประมาณ 20-30 % เท่านั้น

“ต้นเดือนหน้า ผมต้องย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่แล้ว”

ผมหลับตา มองดูบ้านหลังนี้เมื่อเสร็จ และนับนิ้ววันเวลาที่เหลือ เพียงแค่นิ้วมือและนิ้วเท้ารวมกันเท่ากับวันที่จะย้ายเข้ามา แม้นจะนับถอยหลัง เดินหน้าใช้ขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็เสร็จไม่ทันแน่ๆ

ผมเองกลัวคุณพ่อจะเสร็จซะก่อนครับ เพราะตลอดเวลาที่ได้มาเยี่ยม ตั้งแต่พบหน้าตาและพูดคุยกัน เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพร่างกาย “ตอนนี้ หมอบอกว่า ต้องพักเพราะเป็นไวรัสบี และให้กินยาขวดนี้ มีสามสิบเม็ด ราคาเจ็ดพันบาท”

อีกอย่างหนึ่ง ไฟฟ้าก็ยังไม่มี บริษัทก่อสร้างต้องใช้เครื่องปั่นไฟของเขาเอง

“ผมว่า คุณพ่อเอาเต้นท์เก่าๆ ปัดฝุ่นมากางรอไว้ก่อนดีกว่าครับ!”

“เพื่อนสงฆ์” ขอเป็นกำลังใจให้ “คณะธรรมทูตไทย” และแม้นเราจะไม่ได้เป็นธรรมทูตไทยโดยชื่อ แต่โดยจุดประสงค์และเป้าหมายแล้ว เราทุกคนต้องเป็นธรรมทูตด้วยเจ้า !