รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

วันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2009 เป็นวันที่เจ้าของห้องพยายามเก็บข้าวของใส่กล่อง ลงกระเป๋า ห้องที่เคยใช้นั่งทำงานมานานถึง 22 ปี นับจากนี้ไปจะมีคนอื่นมานั่งทำงานแทน ในฐานะอุปสังฆราชอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นและผ่านห้องนี้ออกไป ความรู้สึกในใจลึกๆ ในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครทราบได้ นอกจากตัวคุณพ่อยอแซฟ จำเนียร กิจเจริญ อุปสังฆราช 22 ปี ค.ศ.1987-2009 เป็นเลขานุการพระคาร์ดินัลก่อน 3 ปี รวมเวลา 25 ปีเต็มที่อัสสัมชัญ

ผมมีโอกาสเดินผ่านไปยังห้องที่คุณพ่อนั่งทำงานอยู่ แต่วันนั้นเป็นวันที่กำลังเก็บทุกอย่างเพื่อย้ายบ้าน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นได้เตรียมได้ทยอยเก็บมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่หมด กล่องหนังสือซ้อนเป็นกอง นอกจากนั้น เสื้อผ้า ข้าวของเบ็ดเตล็ด ฯลฯ หลายอย่างกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี

ตั้งแต่เข้าบ้านเณรเล็กที่ศรีราชา เข้าบ้านเณรใหญ่ปีนัง บวชแล้วเป็นอาจารย์สอนที่บ้านเณรยอแซฟ สามพราน สมัยคุณพ่อทองดี กฤษเจริญ ซึ่งเป็นอธิการเพียง 2-3 เดือนก็มรณะ คุณพ่อฮั่วเซี้ยง กิจบุญชู (พระคาร์ดินัล) ย้ายมารับตำแหน่งอธิการแทน

ต่อมาได้ย้ายมาเป็นอธิการวิทยาลัยแสงธรรมนาน 8 ปี เวลานั้นพระคาร์ดินัลเป็นนายกสภาวิทยาลัยฯ ด้วย หลังจากนั้นย้ายมาเป็นเลขานุการอีก 3 ปี เมื่อพระคุณเจ้ายอแซฟ สังวาลย์ ศุระศรางค์ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระสังฆราช ผมก็ได้รับแต่งตั้งเป็นอุปสังฆราชฯ ชีวิตเหมือนอยู่ใต้ร่มเงา ทำงานร่วมกับพระคุณเจ้ามาตลอด จนเมื่อถึงเวลาเกษียณ ก็อยากจะพักกับเขาเหมือนกัน

พระคุณเจ้าบอกว่า มาด้วยกันก็ไปด้วยกันก็แล้วกัน!

คุณพ่อจำเนียรมีบุคลิกเรียบๆ ไม่หวือหวา เป็นคนรับผิดชอบในหน้าที่ สมัยอยู่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม คุณพ่อจะไม่ค่อยไปไหน? ส่วนใหญ่จะอยู่ประจำและอ่านหนังสือ จะขับรถไปไหนๆ ก็เรื่องประชุมเป็นหลัก

บรรดาสามเณรใหญ่วัยรุ่นผู้มีหัวริเริ่มสร้างสรรค์ด้านวิจารณ์ผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ตั้งฉายาบรรดาอาจารย์แต่ละคนจนครบถ้วน ไม่มีใครน้อยหน้า มีแต่เสียง เฮฮา

“กิมเล้ง” หมายถึงคุณพ่อชุมพา คูรัตน์ อาจารย์รักษาระเบียบวินัย เห็นอะไรไม่เรียบร้อย ก็ต้องโวยวาย ส่งเสียงให้ได้รู้ และรู้จักรักษาระเบียบวินัยกัน “พวกเอ็งต้องแยกให้ชัดๆ ระหว่างถือความยากจน กับความสกปรก”

“กิมใช้” หมายถึงคุณพ่อสมศักดิ์ นามกร อธิการ ผู้ที่มองสามเณรเป็นเหมือนลูกๆ หลานๆ เรียกใช้สารพัดเรื่อง ใช้ทุกคนๆ เพื่อดูนิสัยและพฤติกรรมของเณรแต่ละคน แต่คนถูกใช้อาจจะไม่ได้คิด

“กิมฉุน” หมายถึงคุณพ่อสำราญ วงศ์เสงี่ยม ผู้ที่สอนและรับผิดชอบเรื่องพิธีกรรม ใครไม่เรียบร้อย ไม่ถูกต้องตามที่เรียน ตามกฎพิธีกรรมของพระศาสนจักร ฯลฯ ก็หงุดหงิดงุ่นง่านอาการออกบอกให้รู้ทันที

ส่วนคุณพ่อจำเนียรได้รับฉายาว่า “กิมเฉย” ไม่ค่อยแสดงออก ดูช่างเป็นคนน้ำนิ่งไหลลึก พวกเณรก็ไม่ค่อยแหย่เล่น เพราะไม่รู้ว่าคุณพ่อจะมาไม้ไหน?

แต่มาถึงวันนี้ อาจจะได้คำตอบบ้างก็เป็นได้ ที่ท่าน “เฉย” เพราะอาจจะ “หูตึง!” ก็ได้ แต่สมัยนั้นเราไม่ได้ข่าวระแคะระคายเลย

“หา...อะไรนะ?”

คุณพ่อจำเนียรเล่าว่ามีปัญหาเรื่องหู การได้ยินมานานแล้ว เวลานี้ข้างขวาได้ยินประมาณ 40 % ส่วนข้างซ้ายบอดสนิท จึงฟังไม่ค่อยได้ยิน หรือได้ยินแต่ไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงต้องถาม “หา...อะไรนะ” อยู่เรื่อยๆ บางคนก็เบื่อที่จะพูดซ้ำ”

ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือก “เงียบ เป็นผู้ฟังดีกว่า!”

สิ่งที่ต้องจำ กลับลืม
สิ่งที่อยากลืม กลับจำ

ตำแหน่งอุปสังฆราช บางครั้งมักจะได้รับเชิญไปเป็นประธานงานฉลองบ้าง หรือโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์แทนพระคุณเจ้า ถือว่าคุณพ่อเป็น “ไม้สอง”

ปกติคุณพ่อมักจะไม่ปฏิเสธ เพราะถือคติพจน์มาตั้งแต่บวชแล้วว่า “ข้าพเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกท่าน เหมือนผู้รับใช้”

คุณพ่อไม่เคยปฏิเสธ แต่ถ้าเกิด รับปากแล้ว เป็นหน้าที่ของผู้เชิญ “ต้องตามให้ติด!” มิฉะนั้นได้เรื่อง

“แต่...ผมเป็นคนขี้ลืมบ่อยๆ และก็เป็นมานาน ต้องคอยระมัดระวังและเตือนความจำอยู่เสมอๆ ครั้งหนึ่งรับปากว่าจะไปโปรดศีลกำลังวัดคอนเซปชัญ คุณพ่อกิตติกศักดิ์ (ตู่) กาญจนธานินทร์ เป็นเจ้าอาวาส มานึกได้ก็เลยเวลาแล้ว และที่วัดเซนต์จอห์น ลาดพร้าว สมัยคุณพ่อประสาน คูรัตนสุวรรณ มีนักเรียนและผู้ใหญ่รอ โทรศัพท์มาที่สำนักมิสซัง ก็ไม่มีใครรับ เพราะเป็นวันหยุด มารู้ก็เลยเวลาไปนานแล้ว”

“ทำให้พิธีเขาเสียอยู่บ่อยๆ!”

ถ้าเป็นสมัยนี้ ก็ต้องเรียกว่า

“ความจำสั้น แต่ความรักฉันนั้นยาว!”

เมื่ออายุ 6 รอบ

ในโอกาสฉลองครบ 72 ปี คุณพ่อได้กล่าวปราศรัยกับผู้ร่วมงานในวันนั้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสงฆ์และลูกศิษย์ คุณพ่อเผยความในใจลึกๆ ให้บรรดาลูกศิษย์ได้ฟัง

“แต่ก่อนพรรคพวกเขาบอกว่า ผมมันเป็นคน “หน้าเหม็นขี้” คือเป็นคนไม่ค่อยยิ้มแย้ม เฉยๆ มาภายหลังก็พยายามยิ้มๆ เพื่อแก้ไขบุคลิกที่ไม่ดีนี้ พยายามยิ้มให้มากขึ้น จนชักรู้สึกว่า

“จะยิ้มมากไปแล้ว!”

ข้อมูลละเอียด     จากหนังสือ “เงา เวลา กับความทรงจำ คุณพ่อจำเนียร กิจเจริญ โอกาส 72 ปี”