รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

ธรรมทูตหนุ่มหน้าใส ใจดี จากแดนมักกะโรนี ผ่านงานมาหลายที่ หลายรูปแบบ แต่วันนี้อยู่ “หาดใหญ่” แม้บางคนจะกล้าๆ กลัวๆ แต่ตัวคุณพ่อ “เฉย”

กระแสเรียก แรงจูงใจที่เข้าบ้านเณร

แรงจูงใจประการแรกในการเป็นพระสงฆ์และนักบวช เกิดขึ้นในเขตวัดที่ผมอาศัยตอนเป็นเด็ก ขณะที่มองดูใบหน้าและดวงตาของพ่อเจ้าวัด พ่อปลัด และซิสเตอร์ เห็นว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่มีความสุข ที่ถูกสะท้อนออกมาจากใบหน้า และสายตาที่อ่อนหวานของพวกเขา แม้ว่าพ่อยังเป็นเด็กอยู่ แต่เข้าใจว่าพวกเขามีความสุข เพราะเขากำลังทุ่มเทชีวิตเพื่อผู้อื่น

แรงจูงใจนี้ถูกตอกย้ำอีกครั้งเมื่อเข้าบ้านเณรคณะซาเลเซียน และได้เห็นเพื่อนรุ่นพี่ที่จบ ม.6 เกือบทุกคนสมัครเป็นมิสชันนารีและถูกส่งไปเป็นมิสชันนารีตามที่ต่างๆ ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นว่าการอุทิศชีวิตเพื่อพระอาณาจักรพระเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขแท้ในใจมนุษย์ ตามที่เขียนไว้ในกิจการอัครสาวก บอกว่า “การให้ย่อมเป็นสุขมากกว่าการรับ” (กจ 20:35)

และถึงบัดนี้ ชีวิตการเป็นพระสงฆ์และนักบวชได้พิสูจน์ว่า การอุทิศชีวิตเพื่อพระเจ้าและบุคคลอื่นเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขที่แท้จริง

เข้าบ้านเณรใหญ่

เรียนเทวศาสตร์ปีแรกที่อิสราเอล และเรียนอีก 3 ปีที่วิทยาลัยแสงธรรม เป็นเณรใหญ่รุ่นที่ 3 ของบ้านเณรแสงธรรม และเพื่อน คือ คุณพ่อกิตติศักดิ์ กาญจนธานินทร์ คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์ คุณพ่อบรรจบ โสภณ คุณพ่อไพริน เกิดสมุทร คุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม คุณพ่อสมโภชน์ พูลโภคผล คุณพ่อสุรชัย กิจสวัสดิ์ คุณพ่อเอกพงษ์ พงษ์สูง คุณพ่อธีระยุทธ์ อนุโรจน์ คุณพ่อชีวิน สุวดินทร์กูร คุณพ่อวิทยา แก้วแหวน คุณพ่อประเสริฐ สิทธิ และคุณพ่อวินัย วิเศษเธียรกุล

ดีใจที่มีโอกาสเรียนปีแรกที่ประเทศอิสราเอล เพราะมีโอกาสได้เข้าใจแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้นในด้านภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม แต่ในเวลาเดียวกันดีใจมากที่มีโอกาสเรียนเทวศาสตร์ 3 ปีที่วิทยาลัยแสงธรรม เพราะได้พบอาจารย์ที่เก่งมาก เพื่อนที่อบอุ่น และที่นี่ทำให้มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนพระสงฆ์ต่างสังฆมณฑล เพราะแต่ก่อนรู้จักเฉพาะสมาชิกซาเลเซียนเท่านั้น เมื่อมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมวัดต่างๆ ได้พบเพื่อนที่เป็นพระสงฆ์รุ่นเดียวกันต้อนรับด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี

ลูกวัดเดียวกันที่ได้บวชเป็นพระสงฆ์มีใครบ้าง?

ในพวกญาติพี่น้อง มีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งที่บวชเป็นพระสงฆ์ของคณะ Canossian และคุณป้า 2 คน เป็นซิสเตอร์ (คนหนึ่งเป็นมิสชันนารีที่ประเทศเอควาดอร์) และลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่งเป็นซิสเตอร์คาร์เมไลท์

ชีวิตสงฆ์ที่ประทับใจ ตามวัด

ผมได้ทำงานที่โรงเรียนสารสิทธิ์ (บ้านโป่ง) โรงเรียนเซนต์ดอมินิก (กรุงเทพฯ) บ้านเณรซาเลเซียน (บ้านโป่ง) สำนักเจ้าคณะ (กรุงเทพฯ) และตอนนี้ที่วัดหาดใหญ่

ทำงานทุกแห่งอย่างมีความสุข และแม้จะรู้จักข้อจำกัดของตัวเอง แต่ได้พยามยามทุ่มเทความสามารถเพื่องานแพร่ธรรม

ความท้าทายในการทำงานกับนักเรียน เณร สัตบุรุษ แต่ละแห่งแตกต่างกัน และได้สัมผัสความเชื่อที่มีชีวิตในพระศาสนจักรในประเทศไทย

ความภูมิใจอย่างหนึ่งคือการที่เณร ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การดูแลที่บ้านเณร ตอนนี้ได้เป็นพระสงฆ์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อพระศาสนจักร

พระสงฆ์เราวันนี้ ควรพัฒนาตนเอง

พระสงฆ์สมัยนี้น่าจะเป็นบุคคลที่เป็น “ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับพระเจ้า” ในชีวิตประจำวัน ในการภาวนา และรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เป็น “ผู้เชี่ยวชาญการสอนคำสอนและพัฒนาชีวิตฝ่ายจิตให้สัตบุรุษ ได้ลิ้มรสคุณค่าของพระวาจาของพระเจ้า”: บริหารงานของวัดโดยให้สัตบุรุษมีส่วนร่วมมากที่สุดในกิจกรรมของวัด และมีวิธีบริหารวัดโดยใช้กระบวนการอภิบาลสัตบุรุษแบบบูรณาการ เป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษย์สัมพันธ์” กับสัตบุรุษ เพื่อให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าพ่อเจ้าวัดดูแลเอาใจใส่เขาด้วยความรักและมีใจเมตตา ซึ่งสะท้อนความรักของพระเจ้าต่อพวกเขา

สิ่งท้าทายพระสงฆ์วันนี้

สิ่งที่ท้าทาย “พระสงฆ์เอง” คือการเจริญเติบโตในชีวิตฝ่ายจิต โดยมุ่งทำงานเพื่อความรักและสิริมงคลของพระเจ้า และเพื่อความรักต่อพระศาสนจักร

สิ่งที่ท้าทาย “งานอภิบาลของพระสงฆ์” คือการปลูกฝังจิตใจของสัตบุรุษว่า การที่ได้รับ “พระพรแห่งความชื่อคริสตัง” ถือว่าเป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากพระเจ้า ซึ่งเขาต้องโมทนาคุณพระเจ้า ทะนุถนอม ถ่ายทอดให้ลูกหลานต่อไป และเป็นพยานต่อผู้อื่น และในเวลาเดียวกัน พระสงฆ์ต้องเตือนสัตบุรุษถึงภัยของวัตถุนิยม และบริโภคนิยม

“ปีพระสงฆ์” ที่ผ่านไป

ใน “ปีพระสงฆ์” ได้พยามที่จะมีความรักแบบบิดาให้กับบรรดาสัตบุรุษ โดยพยามเอาใจใส่เป็นพิเศษแก่ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ได้พยายามเตรียมบทเทศน์วันอาทิตย์ และสอนคำสอนอย่างดีที่สุด และได้พยายามดำเนินชีวิตสงฆ์ด้วยท่าทีสุภาพ และรับใช้ผู้อื่นด้วยใจกว้าง และด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

เคยรู้สึกท้อแท้ในชีวิต?

สามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่เคยท้อแท้หรือรู้สึกผิดหวังในชีวิตสงฆ์และนักบวช เพราะกระแสเรียกที่พระเจ้าประทานให้นี้ ถือว่าเป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่และพิเศษ ซึ่งต้องยอมรับพร้อมกับการท้าทาย อุปสรรค ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในชีวิตและกระแสเรียกของมนุษย์ทุกคน แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ทำลายความสุขในใจที่พ่อมีโอกาสรับใช้และอยู่ใกล้ชิดพระเจ้า ฉะนั้น สามารถบอกได้เต็มปากว่า “เป็นพระสงฆ์องค์หนึ่งที่มีความสุข” และรู้สึกว่ามีโอกาสใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพราะมีโอกาสนำพระหรรษทานของพระเจ้าสู่จิตใจของสัตบุรุษ

สุขภาพ การพักผ่อน การออกกำลังกาย

ในชีวิตของพ่อ รักและเล่นฟุตบอลมากที่สุด จนกระทั่งต้องยกเลิกเพราะปวดหัวเข่า แต่ต้องขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ประทานสุขภาพที่ดีเสมอ พ่อได้ทำ “ข้อตกลงลับๆ” กับพระเจ้าว่า ขอพระองค์ประทานสุขภาพที่ดีเสมอ และฝ่ายพ่อสัญญาว่าจะทำงานเพื่อพระเจ้าอย่างดีที่สุด ถึงบัดนี้พระเจ้าก็ต่ออายุข้อตกลงนี้ทุกๆ ปี

หน้าที่หลังบวช

  • ค.ศ.1980-1983 อภิบาลเยาวชน โรงเรียนสารสิทธิ์ บ้านโป่ง ราชบุรี
  • ค.ศ.1983-1989 เหรัญญิกโรงเรียนเซนต์ดอมินิก กรุงเทพฯ
  • ค.ศ.1989-1990 รับการอบรมต่อเนื่อง ที่มหาวิทยาลัยซาเลเซียน กรุงโรม อิตาลี
  • ค.ศ.1990-1996 อธิการบ้านเณรซาเลเซียน บ้านโป่ง ราชบุรี
  • ค.ศ.1996-2007 อธิการ และเลขานุการแขวง บ้านเจ้าคณะกรุงเทพฯ
  • ค.ศ.2007-2012 เจ้าอาวาสวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด หาดใหญ่