รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

สัมภาษณ์โดย...โทนี่ ไทยแลนด์

วันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.2011 มีมิสซาปลงศพคุณพ่อมอริซ เชอวาเลียร์ ที่อาสนวิหารแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด นครราชสีมา ในวันนั้นมีพระสงฆ์นักบวชและสัตบุรุษไปร่วมกันมากมาย ในบรรดาพระสงฆ์ที่ไปร่วมพิธีมีคุณพ่อองค์หนึ่งนั่งรถเข็นหลบอยู่ข้างๆ แท่นนักบุญยอแซฟ

คุณพ่อยอแซฟ พิพัฒน์ ทนุพันธุ์ ตัดผมเกรียน นั่งบนรถเข็น ท่าทางสงบ

“ผมเพิ่งตัดขาขวาไปเมื่อสามเดือนที่แล้ว”

อวัยวะที่เคยอยู่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด อยู่ๆ มาขาดหายไป ชีวิตเคยมีสองมาเหลือหนึ่ง มันขาดสมดุลไป ทั้งความรู้สึกและกำลังใจ ชีวิตคงต้องปรับและยอมรับ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย

“แต่... ยังมีขาซ้ายอีกข้างหนึ่ง”

คุณพ่อพูดและคิดในด้านดี ผมสังเกตดูสีหน้าท่าทางและฟังเสียงหัวเราะของคุณพ่อระหว่างที่พูดคุยกัน ยังค่อนข้างเหมือนเดิม โดยภาพรวมรู้สึกว่าท่าทางเหนื่อยเพลียอยู่บ้าง และการเคลื่อนไหวมือไม้ก็ไม่ค่อยเหมือนเดิมนัก เพราะที่ผ่านมาใครมาคุยกับคุณพ่อจะรู้สึกว่า คุณพ่อเป็นคนมีชีวิตชีวาและคนคุยสนุก

“เวลานี้ก็สบายดี เพียงแต่ยังเดินไม่ได้ ไปไหนมาไหนต้องใช้รถวีลแชร์ ซึ่งก็สะดวกดี คันนี้เป็นรถไฟฟ้า เพียงปรับปุ่มเท่านั้น”

“ผมไม่สบายเพียง 2 วัน ปวดขาเดินไม่ได้ รู้สึกเป็นมากผิดปกติ เลยรีบไปหาหมอ หมอบอกว่ามีเชื้อร้ายเข้าตัว

ต้องรีบรักษา และถึงขนาดว่าต้องตัดขา มิฉะนั้นชีวิตอาจจะไม่รอด มันไม่ใช่เบาหวาน แต่เป็นเชื้อไวรัสอะไรก็ไม่รู้ พอตัดขาเสร็จก็ไม่เจ็บปวดอีกเลย แผลก็แห้งและหายเร็ว ถ้าเป็นเบาหวานคงต้องหายช้ากว่านี้...”

คุณพ่อบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.1968 บวชมาได้ 44 ปีแล้ว บวชพร้อมกับคุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ที่วัดพระหฤทัย ศรีราชา ชลบุรี พระคุณเจ้าฟรังซิสเซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี เป็นผู้บวชให้

หลังจากบวชแล้วได้มีโอกาสไปรับการอบรมที่อีเอพีไอ. ฟิลิปปินส์ 8 เดือนเท่านั้น ในรุ่นนั้นมีซิสเตอร์และบราเดอร์เป็นรุ่นแรกๆ ก็มีเพียงเท่านี้ นอกจากนั้นก็ไม่ได้ศึกษาต่อแต่อย่างใด

เมื่อบวชแล้วทำงานอยู่ในสังฆมณฑลจันทบุรี 18 ปี พระคุณเจ้าให้มาช่วยงานที่สังฆมณฑลนครราชสีมา มาอยู่ได้ 27 ปีแล้ว ชีวิตผมถือความนบนอบต่อผู้ใหญ่เป็นหลัก อยู่ที่ไหน เมื่อไรก็ได้ นบนอบแล้วเราก็มีความสุข สงบ ไม่มีปัญหาอะไร

อยู่สังฆมณฑลจันทบุรี ก็ทำงานเป็นปลัดวัดนักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ (ค.ศ.1969-1976) เป็นเจ้าอาวาสวัดอารักขเทวดา โคกวัด (ค.ศ.1977-1980) เป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม (ค.ศ.1980-1983)

อยู่สังฆมณฑลนครราชสีมา อยู่ที่วัดนักบุญเทเรซา โนนแก้ว 10 ปี วัดแม่พระเมืองลูร์ด ปากช่อง รวม 8 ปี วัดหนองพลวง 1 ปี และเป็นจิตตาภิบาลที่โรงพยาบาลเซนต์เมรี่อีก 9 ปี

เวลานี้อยู่ที่บ้านเณรเล็ก ช่วยคุณพ่อชำนาญ กล้าหาญ ดูแลเณรเล็ก ม.1-ม.6 มีทั้งหมด 9 คน นอกจากนี้ก็ช่วยฟังแก้บาปและเฝ้าบ้านบ้าง เพราะบางทีคุณพ่ออธิการติดธุระ ผมก็เฝ้าบ้านให้ เพราะไปไหนมาไหนไม่ได้อยู่แล้ว

บ้านเณรเล็กเปิดมาได้ 3 ปี ก่อนหน้านี้เณรของโคราชไปเรียนกับเณรที่บ้านเณรพระวิสุทธิวงศ์ สังฆมณฑลอุบลฯ

บ้านเณรเล็กแห่งนี้ เมื่อก่อนพระคุณเจ้าพเยาว์ มณีทรัพย์ ได้สร้างและเปิดเป็นอารามของซิสเตอร์คณะธิดามารีย์ มีสมาชิกหลายคน ถวายตัวแล้วก็มี ต่อมาก็ลาออกไป ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนพระคุณเจ้าซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเองก็ตายจากไป บ้านนี้ถูกปล่อยร้างไว้ 3-4 ปี พระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ มารับผิดชอบต่อ จึงปรึกษากัน ทำเป็นบ้านเณรเล็กของสังฆมณฑลต่อมา

เมื่อเป็นพระสงฆ์ เราก็ต้องรับงานทุกอย่างตามที่พระคุณเจ้ามอบหมายให้ ผมนบนอบพระคุณเจ้าเสมอ ทำแล้วก็รู้สึกสบายใจ ไม่มีปัญหากับผู้ใหญ่

ผมเป็นคนร่าเริง ปัญหาก็มีบ้าง แต่ทำเหมือนไม่มี เพราะเครียดก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร มีปัญหาก็แก้กันไป แต่เราไม่เอาตัวไปจมอยู่กับปัญหานั้น ยิ่งทำอย่างนั้นก็ยิ่งแก้ปัญหาไม่ได้ เราก็จะกลายเป็นปัญหาด้วย

เมื่อถามถึงครอบครัวพี่ๆ น้องๆ “บิดาชื่อ เปโตร พละ มารดาชื่อ มารีอา สร้อย ผมมีพี่สาวหนึ่งคน พี่ชายหนึ่งคน แต่ทั้งหมดก็จากไปแล้ว เหลือผมโด่เด่อยู่คนเดียว”

คติพจน์วันบวช “ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าเอง แต่เป็นพระคริสตเจ้าที่อยู่ในตัวข้าพเจ้า” (กท. 2:20)