รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

“ลื้อ...ข้ามทางรถไฟ แล้วเลี้ยวซ้าย ขับตรงไปแล้วเลี้ยวขวาตรงร้าน...แล้วเลี้ยวซ้ายทันทีตรงซุ้ม ตรงไปแล้วเข้าซอย 4”

นี่เป็นคำอธิบายเส้นทางไปวัด

วันนั้นกว่าจะเข้าไปถึงวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด สระบุรี หูชา

มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นอยู่หน้าวัด 2-3 ต้น วัดรูปทรงเหมือนฝาแฝดกับวัดบางสะแก สร้างโดยคุณพ่อราแปง ค.ศ.1970

ในบริเวณวัดมีบ้านพักพระสงฆ์อาวุโสคณะเอ็มอีพี. คุณพ่อจักแมงอายุ 90 ปี อยู่เพียงลำพัง ณ บ้านแห่งนี้เคยมีพระคุณเจ้าลังเยร์ คุณพ่ออันตน เดชังป์ คุณพ่อแวร์ดิเอร์ คุณพ่อกาแรล มาอยู่ และมีบ้านคนงาน สระน้ำอยู่ในบริเวณเดียวกัน

วันนั้นได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อจักแมง อดีตเจ้าคณะที่บ้านพัก สุขภาพแข็งแรง เพิ่งกลับจากปารีส ไปผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเป็น “ลิ้นหัวใจหมู” เหมือน “คุณพ่อแบร์นารด์ กิลแมง”

“ผมมาอยู่ต่อจากคุณพ่อสุรนันท์ (อุ่ม) กวยมงคล เขาอยู่มา 4 ปี (ค.ศ.2003-2007) คุณพ่อสุรนันท์มาอยู่ต่อจากคุณพ่อจักแมง (ค.ศ.1992-2007)!

ชีวิตสงฆ์องค์หนึ่งที่ดูเหมือนธรรมดา กว่าจะได้บวชไม่ธรรมดา แต่อีกบางคน “ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา” ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะล้มเลิกความตั้งใจแล้ว เพราะวันเวลา เส้นทางเดินช้าและนานกว่าเพื่อนๆ ถึง 8-9 ปี

คุณพ่อสำราญอยู่ที่สระบุรีครบ 5 ปี มีสัตบุรุษ 60-80 คน ไปดูแลวัดน้อยที่แก่งคอย มีสัตบุรุษประมาณ 20 คน

ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณรอบๆ วัดมีครอบครัวคริสตังอยู่เพียงครอบครัวเดียว อยู่ปากประตูวัดเลย สำหรับคนอื่นๆ ต้องมาจากตลาดหรือไกลๆ

ก่อนบวชได้พักอยู่กับคุณพ่อวินัย วิเศษเธียรกุล ที่พิษณุโลก ได้ดูแลที่เข็กน้อย ชาวม้ง เพชรบูรณ์

พระคุณเจ้าบรรจง อารีพรรค เป็นผู้บวชให้ ที่อาสนวิหารนักบุญอันนา วันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ.1988

บวชแล้วพระคุณเจ้ามอบหมายให้ไปอยู่ที่วัดนักบุญเทเรซา แม่สอด กับคุณพ่อประเสริฐ สิทธิ ให้ไปรับผิดชอบที่ กิโลเมตร 48 เป็นชุมชนอาข่า ไปต่อคุณพ่ออุดมศักดิ์ วงษ์วุฒิพงษ์ ซึ่งเขาต่อจากคุณพ่อประจวบโชค ตรีโสภา ซึ่งเป็นคนแรกที่ไปบุกเบิกอยู่ที่นั่น

ผมไปอยู่ได้สองปีกว่าๆ ช่วงนั้นต้องซ่อมหลังคาวัดเพราะรั่ว แต่อยู่ได้สองปีเศษ บังเอิญเกิดอุบัติเหตุ รถชนกัน ขาหักต้องเข้าโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ต้องเข้าเฝือก คุณพ่อบรรจบมาเยี่ยมและเขียนที่เฝือกเท้าว่า

“ตีนข้า ใครอย่าแตะ!”

ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่คลองลาน เป็นครั้งที่สอง ที่นี่ก็มีพวกเย้า มูเซอร์ ม้ง คุณพ่ออาดรีอาโน คณะปีเม. เคยมาเริ่มต้นไว้ก่อน ได้ล้างบาปไว้กลุ่มหนึ่ง และได้ช่วยชาวบ้านขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากชาวบ้านต้องการน้ำ คุณหญิงมาลี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บริจาคเงินช่วยขุดบ่อน้ำ 50,000 บาท ผมอยู่ที่นี่ 5 ปี บุกเบิกขุดบ่อไปได้ไม่นาน มีประกาศปิดป่า เจ้าหน้าที่ขับรถแทรกเตอร์จะเอาเครื่องมือกลับ งานก็ต้องหยุด พอดีมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่งย้ายมาจากแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา มาเยี่ยม ถามว่า

“มีอะไรให้ช่วยบ้างไหม?” จึงได้โอกาสปรึกษากัน ท่านจัดให้รถแทรกเตอร์เข้ามาขุดดินต่อ เราต้องจ่ายค่าแรงงาน และน้ำมันให้จบเสร็จงาน

ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ี่ที่วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด เพชรบูรณ์ ต่อจากคุุณพ่อหวาน สุรพงษ์ ไม้มงคล อยู่ 4 ปีครึ่ง ที่นี่มีโรงเรียนของคณะเซนต์ปอลเดอชาร์ตรชื่อ “โรงเรียนเซนต์โยเซฟศรีเพชรบูรณ์” และมีสัตบุรุษประมาณ 60-70 คน ต้องไปถวายมิสซาที่วัดนักบุญยวงบัปติสตา ช้างตะลูด วัดนักบุญเปโตร ห้วยสวิง วัดนักบุญยอแซฟ ห้วยใหญ่ วัดสมอทอด แต่ละที่มีสัตบุรุษ ประมาณ 20 -50 คน แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่สระบุรีนี่แหละ

ที่มากระแสเรียก

คุณพ่อสำราญเป็นลูกวัดจันทบุรี บิดาชื่อยอแซฟ เก็ง มารดาชื่อลูซีอา กิมหลี เป็นคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 11 คน มีพี่สาวเป็นซิสเตอร์คณะรักกางเขนคนหนึ่งชื่อเล็ก ซิสเตอร์วารุณี ลออสิทธิภิรมย์ อยู่ที่เมืองพาน เชียงราย

เข้าบ้านเณรเล็กชั้น ป.5 โรงเรียนดาราสมุทร สมัยพระคุณเจ้ายวง นิตโย เป็นอธิการ ในรุ่นที่ได้บวชมีคุณพ่อทวีศักดิ์ กิจเจริญ ต่อมาเณรกรุงเทพฯ ได้แยกไปอยู่ที่สามพราน นครปฐม

เมื่อจบชั้น ม.ศ.3 บ้านเณรส่งไปเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ เจอวิชาฝรั่งเศส เรียนไม่ไหวเลยต้องออกมาเป็นครูอยู่ 2 ปี พร้อมกับเพื่อนบางคน ต่อมาผู้ใหญ่ส่งไปเรียนคำสอนที่ศูนย์ ซีซี. รุ่นที่ 6 ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ พวกเราพักอยู่ที่โรงเรียนปัญจทรัพย์ มีคุณโสภี สุขสำราญ คุณอุดร ปั๋งลิขิต คุณสมยศ อานามนารถ คุณพ่อสมคิด อานามนารถ เรียนหนึ่งปีครึ่งก็จบ และต้องฝึกงานอีกระยะหนึ่ง

ค.ศ.1974 เข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม รุ่นที่ 3 คุณพ่อบรรจง อารีพรรค เป็นอธิการ มีเณรทั้งบ้านเณร 50-60 คนเท่านั้น

เมื่อเรียนจบปี 6 แล้ว ทางบ้านเณรใหญ่ไม่รับรองเรื่องบวช ผมได้มีโอกาสไปเข้าเงียบที่สวนเจ็ดริน กับคุณพ่อลาสเชนสกี้ ผมถามคุณพ่อว่า “นี่เป็นกระแสเรียกของผมหรือเปล่า?”

คุณพ่อตอบว่า “เห็นว่าผมยังมีกระแสเรียกเป็นพระสงฆ์” ผมจึงเดินหน้าต่อไป

อีกครั้งหนึ่ง ผู้ใหญ่ของสังฆมณฑลจันทบุรีไม่รับรอง อาจจะเห็นว่าผมเรียนไม่ค่อยดี ผมถามท่านว่า

“ถ้าอย่างนี้ก็หมายถึงว่า กระแสเรียกเป็นพระสงฆ์จบแค่นี่ใช่ไหม?” ก็ไม่ได้ตอบชัดเจน

ผมยังคิดถึงตอนเข้าเงียบ “ผมมีกระแสเรียกเป็นพระสงฆ์” ผมจึงคิดจะเดินหน้าต่อ คิดถึงเรื่องการย้ายสังฆมณฑล เพราะก่อนหน้านี้มีเพื่อนบางคนได้ย้ายสังฆมณฑลมาก่อนแล้ว

พระคุณเจ้ายอแซฟ บรรจง อารีพรรค รับและให้ฝึกงานอยู่ระยะหนึ่ง ผู้ใหญ่ส่งไปเรียนภาษาอังกฤษที่สิงคโปร์ กลับมาแล้วจึงได้บวชเป็นพระสงฆ์

เมื่อนับเวลาบวชของผม ช้ากว่าเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันตั้งแต่แรกเข้าบ้านเณรเล็ก 8 ปี รุ่นเดียวกันของบ้านเณรแสงธรรม ผมบวชช้ากว่า 7 ปี

ชีวิตการเตรียมตัวแม้จะดูว่ายาวนานกว่าเพื่อนๆ แต่ถือว่าเป็นการเตรียมตัวให้เข้มแข็ง สำหรับงานในอนาคต

เพื่อนๆ ทราบดีว่าแม้คุณพ่อจะมีจุดอ่อนด้านสติปัญญา แต่เรื่องความอดทน ความพยายาม ความมีน้ำใจนั้นพร้อมเสมอ