รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

คุณพ่อสมชัย หรือเพื่อนๆ เรียกว่า “พ่อตึ๋ง” อันเนื่องมาจากบุคลิกภาพ ชีวิตอยู่บ้านเณรมาตลอด เป็นลูกวัดพระหฤทัยฯ ศรีราชา เรียนที่โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา มาตั้งแต่เด็ก และเข้าบ้านเณรเรียนชั้น ป.5 ก็ยังอยู่โรงเรียนเดิม

“เตี่ยและแม่เป็นคนจน ในครอบครัวผมเป็นคนที่ 3 ในจำนวน 6 คน มีผู้หญิง 2 คน ผู้ชาย 4 คน ส่วนใหญ่ก็มีครอบครัว มีอาชีพกันพอสมควร เป็นครู เป็นนักธุรกิจกัน

สมัยนั้นพระคุณเจ้าสงวน สุวรรณศรี ได้เน้นเชิงท้าทายให้เด็กๆ ลูกคนจีน ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะไม่อยากให้ลูกชายบวชเป็นพระสงฆ์ และเวลานั้นที่วัดศรีราชาก็มี คุณพ่อสมัคร เจ็งสืบสันต์ คนเดียวที่เป็นพระสงฆ์

ปีที่ผมเข้าบ้านเณรมีเพื่อนลูกวัดเดียวกันเข้าบ้านเณร 5 คน ปีถัดมามีอีก 5 คน เป็นช่วงที่คุณพ่อเมธี วรรณชัยวงศ์ เป็นเจ้าอาวาส อยู่กับอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 2 ปี สมัยพระคุณเจ้ายวง นิตโย และคุณพ่อทองดี กฤษเจริญ

ค.ศ.1973-1979 เข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม รุ่นที่ 2 สมัยคุณพ่อบรรจง อารีพรรค เป็นอธิการ

ผมสนใจเรื่องชีวิตจิตมาตั้งแต่เป็นเณรใหญ่แล้ว สมัยนั้นเคยไปฝึกจิตเรื่องที.เอ็ม. (Transcendental Meditation) กับคุณพ่อศักดิ์ชัย ทรัพย์อัประไมย เป็นวิธีใช้เสียง ต่อมาก็ฝึกเรื่องการใช้ลมปราณ ผมค่อยๆ ฝึกเรื่อยๆ มา เช้าเย็นวันละ 20 นาที

จุดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมช่วงหนึ่งคือ ก่อนบวชได้มีโอกาสไปร่วมงานโฟโกลาเร ได้อ่านหนังสือ “เพื่อให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน” (May all be one) ผมอ่านอยู่ 3-4 เที่ยว รู้สึกชอบมาก และตั้งใจว่าชีวิตเราต้องเลือกพระเป็นเจ้ามาก่อน กระแสเรียกของเรา วันนี้เราเลือกพระเป็นเจ้า เพื่อให้พระเป็นเจ้าทรงเลือก จะเป็นพระสงฆ์ หรือฆราวาส ไม่สำคัญ อยู่ที่เราทำตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าสำคัญที่สุด

รุ่นเดียวกันที่เข้าบ้านเณรตั้งแต่ชั้น ป.5 ที่ได้บวชคือ คุณพ่อสมโภชน์ พูนโภคผล กรุงเทพฯ และผม ที่เข้าบ้านเณรใหญ่รุ่นเดียวกันมี กรุงเทพฯ คุณพ่อสำรวย กิจสำเร็จ คุณพ่อทนงศักดิ์ สุขวิวัฒน์ คุณพ่อธวัช พันธุมจินดา อุบลฯ คุณพ่อวิทยา งามวงศ์ คณะพระมหาไถ่ คุณพ่อสมพงษ์ เตียวตระกูล คุณพ่อชูชาติ ศรีวิชัยรัตน์

ชีวิตและภารกิจสงฆ์

เมื่อบวชแล้วพระคุณเจ้าให้ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจันทบุรี 3 เดือน และเป็นผู้ช่วยอธิการบ้านเณรเพียง 4 เดือน พอดีคุณพ่อสมศักดิ์ พรประสิทธิ์ กำลังจะไปศึกษาต่อที่กรุงโรม ผมก็ไปรับการอบรมที่โรงเรียนสงฆ์ของคณะโฟโกลาเรที่อิตาลี 6 เดือน และไปเรียนภาษาอังกฤษที่ลอนดอนอีก 2 เดือน กลับมาเป็นอธิการบ้านเณรพระหฤทัย ศรีราชา 5 ปี

ต่อจากนั้น เมื่อสภาพระสังฆราชให้ไปเป็นอาจารย์สอนที่บ้านเณรใหญ่ ผมก็ขอไปศึกษาต่อด้านชีวิตจิตที่อันเยลีกุม กรุงโรม อีก 2 ปี และเรียนรู้ด้านประสบการณ์ตามวัด และดูงานอีก 1 ปี ที่อังกฤษ ในระหว่างนี้ได้ไปเข้าอบรมการเข้าเงียบแบบนักบุญอิกญาซีโอ 30 วันที่เซนต์ไบโนส (Saint Beunos) และไปอยู่ตามวัดไม่นาน ไปอินเดีย 6 สัปดาห์ และศรีลังกาอีก 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็เข้าประจำที่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม สอนด้านชีวิตจิต ช่วยคุณพ่อซิลวาโน คณะปีเม. อยู่ 5-6 ปี เมื่อคุณพ่อเขากลับไปอิตาลี ผมก็รับหน้าที่แทนเรื่อยมาจนครบ 8 ปี

ขอพักหนึ่งปีเพื่อไปหาประสบการณ์ มีคุณพ่อลาสเชนสกี้ มาช่วย ผมไปที่เนมี อิตาลี 4 เดือน และอบรมด้านชีวิตจิตที่ สองสถาบัน พัฒนาด้านจิตวิทยาที่คุณพ่อจิม กิลล์ คณะเยสุอิต ดูแลอีก 4 เดือน สถาบันวาติกัน มารู้จักกันที่เมืองไทย เขามีญาติเป็นซิสเตอร์คณะอูร์สุลิน ซิสเตอร์เขาได้แนะนำให้รู้จักกัน จึงได้ให้ทุนไปเรียน

ต่อมาได้ไปญี่ปุ่น ฝึกจิตภาวนาแบบเซนอยู่ 1 เดือน ไปอเมริกา 10 อาทิตย์ ไปที่มหาวิทยาลัยเคลตัน โอมาฮา 4 เดือน ได้รับทุนไปศึกษาต่อพร้อมกับคุณพ่อเจริญ ว่องประชานุกูล ที่นั่นเขาเน้นด้านชีวิตจิตมาก ให้เณรใหญ่ชั้นเทววิทยาปี 2 มารวมกัน 10 อาทิตย์ ประมาณ 200 คน ต้องเฝ้าศีล 1 ชั่วโมงทุกวัน และทุกอาทิตย์ต้องพบกับคุณพ่อวิญญาณารักษ์

ต้น ค.ศ.2012 ได้ไปฝึกการเข้าเงียบที่เกาหลี 40 วัน!

จนถึงวันนี้ ผมสอนที่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม 22 ปีแล้ว!

อาจารย์ด้านชีวิตจิตสอนว่า พระสงฆ์เรามักจะได้รับการอบรมเรื่องสติปัญญา มากกว่าด้านชีวิตจิต และเน้นว่าต้องพยายามฝึกปฏิบัติให้มาก

เนื่องจากได้ไปรับรู้เรื่องการอบรมชีวิตจิตมามาก ทำให้เวลานี้บ้านเณรใหญ่แสงธรรมได้วางหลักสูตรการเข้าเงียบใหม่ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสุดท้าย และก่อนบวชต้องให้สามเณรทุกคนผ่านการเข้าเงียบ 30-40 วัน เรื่องนี้ได้นำเสนอต่อสภาพระสังฆราชฯ และได้ผ่านการเห็นชอบแล้ว

ที่อเมริกา ก็เห็นความสำคัญเช่นเดียวกัน ให้สามเณรผ่านการอบรมที่ไอพีเอฟ. (Institute of Priestly Formation) เขาเคร่งมากกับการอบรม และพยายามย้อนกลับไปเรื่องการสวดภาวนา เรื่องการเฝ้าศีล ฯลฯ ซึ่งสามเณรและพระสงฆ์ที่ผ่านไอพีเอฟ. เห็นได้ว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไป และดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และยังก็เห็นด้วยว่า การอบรมที่ผ่านมาเน้นเรื่องสติปัญญา มากกว่าชีวิตจิต!

พระสงฆ์ของเขาต้องเฝ้าศีลวันละ 1 ชั่วโมง!

รุ่นผมที่บวชมีทั้งหมด 6 คน พระคุณเจ้าลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต บวชให้ที่วัดหัวไผ่ มี คุณพ่อพิทักษ์ โยธารักษ์ คุณพ่อทวี อานามวัฒน์ คุณพ่อสมคิด เจริญนารถ คุณพ่อบุญชอบ พงศ์ศิริพัฒน์ คุณพ่อทนงศักดิ์ สุขวิวัฒน์ และผม คุณพ่อสมชัย พิทยาพงศ์พร เราเลือกคำขวัญเหมือนกันหมดคือ

“ขอถวายทุกสิ่งแด่พระเป็นเจ้า”

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ได้กล่าวกับพระคาร์ดินัลที่มาร่วมพิธี ทั้งหมด 133 องค์ ได้ร่วมประชุม เข้าเงียบ ไตร่ตรองบทบาทของพระศาสนจักรด้วยกัน และแต่งตั้งพระคาร์ดินัลใหม่ 22 องค์ ที่กรุงโรม พระคาร์ดินัลโดลันแห่งนิวยอร์ค ได้กล่าวไว้ 7 เรื่อง คือ

  1. ความเชื่อในพระเป็นเจ้า ทุกวันนี้ในแต่ละประเทศ คนมีความเชื่อน้อยลง แต่ลึกๆ แล้วมนุษย์ยังต้องการพระเจ้า
  2. เรื่องอย่ากลัว ขอให้กล้าหาญ และมีความมั่นใจ
  3. เรื่องพระเยซูคริสต์ผู้กลับคืนชีพ ในศีลมหาสนิท ในพระวาจา ในพระศาสนจักร ในตัวเรา ในพี่น้อง
  4. พระเยซูเจ้าเป็นความจริง เกี่ยวกับการสอนคำสอน
  5. เรื่องความยินดี การกลับคืนชีพ
  6. รื่องความรัก ในกิจการไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ต้องมีความรัก
  7. เรื่องกางเขน การเป็นมรณะสักขี การเป็นพยานความเชื่อ และกางเขนนี้จะนำเราไปสู่การกลับคืนชีพ

นี่เป็นแนวทางการประกาศข่าวดีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพระคาร์ดินัลได้ร่วมประชุม และปรึกษาหารือกัน

ปกติผมเป็นคนชอบจดบันทึกไดอารี่ทุกวัน เมื่อไปที่ไหน หรือไปต่างประเทศ ก็จะเขียนบทความ ต้องอ่าน ต้องค้นหาข้อมูลต่างๆ ทำให้ได้ข้อมูลมากขึ้นๆ เพราะในการเขียนแต่ละครั้ง จะต้องมีเนื้อหาสาระสำหรับผู้อ่าน

ได้ร่วมกลุ่มแบ่งปันพระคัมภีร์กับคุณพอล แมรี่ สุวิช สุวิชากร ซึ่งเขาทำมา 10 ปีแล้ว และประชุมกันปีละ 4 ครั้ง เป็นครั้งที่ 51 แล้ว เขาทำได้ดีมากๆ หมุนเวียนกันไปตามบ้านต่างๆ แต่ละครั้งจะมีการแบ่งปันกัน ได้พบพระพรของพระหลายๆ อย่าง มีการแบ่งปันกัน เป็นกำลังใจแก่กันและกัน

เมื่อจบบ้านเณรแสงธรรมใหม่ๆ มองกลับมา ก็รู้สึก

  1. ภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์แสงธรรม
  2. เป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนๆ ทุกมิสซัง
  3. แล้วแต่พระประสงค์ของพระ

เมื่อกลับเข้ามาในบ้านเณรแสงธรรมอีกครั้ง รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้พัฒนามากนัก พอดีช่วงนั้นผู้ใหญ่เห็นว่าน่าจะทำวิจัย เพื่อพัฒนาต่อไป จึงได้ศึกษาจากสถาบัน ไซดี (SAIDI) มาช่วยและได้ทำแผนพัฒนาสถาบันแสงธรรม