รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

ขณะที่ชีวิตเดินทางมาถึงทางเลือกที่ต้องตัดสินใจ คนอื่นอาจจะคาดหวังอย่างหนึ่ง แต่เจ้าตัวมีคำตอบอยู่แล้วในใจแล้วกับทางเลือก

คุณพ่อมาร์โก สมจิตร พึ่งหรรษพร อธิการบ้านเณรพระหฤทัย ศรีราชา ลำดับที่ 19 บวชมาได้ 19 ปี พร้อมกับคุณพ่อชาติชาย เวฬุรัตนกุล พระคุณเจ้าลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต เป็นผู้บวชให้ ณ วัดพระหฤทัยศรีราชา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ.1993

สัตบุรุษวัดพระหฤทัยฯ ศรีราชา มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 3 คน คุณพ่อเป็นลูกชายคนที่ 6 มีน้องอีก 1 คน บิดาชื่อ เปาโล ศรศักดิ์ มารดาชื่อ มารีอา เง็ก

ผมเข้าบ้านเณรเมื่อเรียนจบชั้น ม.ศ.5 แล้ว เรียนชั้นประถมถึงชั้น ม.ศ.3 ที่โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา ตอนนั้นยังไม่มี ม.ศ.4-5 ต้องไปเรียนต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ทำให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพื่อนเณรบางคนที่เรียนด้วยกัน ได้เป็นเด็กช่วยมิสซาอยู่ 7 ปี และเข้ากลุ่มเยาวชนของวัด เคยเป็นตัวแทนเยาวชนของสังฆมณฑลจันทบุรีเข้าร่วมประชุมในระดับประเทศ

ตอนเข้าเป็นเยาวชน รู้สึกว่ามีสิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับเวลานี้คือ เขาพยายามให้ศึกษาวิเคราะห์สังคมด้วยเหตุผล ทำให้รู้สึกมองเรื่องต่างๆ ลึกขึ้นในใจ

“ในเมือเรามองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และคิดว่าน่าจะช่วยแก้ไขได้บ้างนะ?”

เข้าบ้านเณรเล็กสมัยคุณพ่ออารี วรศิลป์ เป็นเจ้าวัดที่ศรีราชา และคุณพ่อสมชัย พิทยาพงศ์พร เป็นอธิการ ได้อยู่บ้านเณรเพียง 2 ปี เข้าบ้านเณรกลางที่โคราช 1 ปี และเข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม 7 ปี แต่ละช่วงชีวิตฟังแล้วดูเหมือนง่าย ราบเรียบ แต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

เมื่อเรียนจบก็บวชที่วัดพระหฤทัยศรีราชา พระคุณเจ้าให้เป็นผู้อำนวยการเยาวชน “สยจ.” อยู่ 5 ปี ได้จัดรวบรวมเกมส์ต่างๆ จำนวน 100 เกมส์ และจัดพิมพ์ไว้เป็นหนังสือซึ่งยังใช้กันอยู่จนทุกวันนี้

ต่อมาได้เป็นผู้ช่วยคุณพ่อลือชัย จันทร์โป๊ ที่ดีแบค (DBAC) และรับผิดชอบต่ออีก 5 ปี ในระหว่างนี้ก็เรียนปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้เวลา 2 ปี เมื่อจบแล้วต้องทำงานอีก 2 ปี และต่อปริญญาเอกอีก 4 ปีครึ่ง เป็นช่วงเวลาที่หนักมาก แต่ก็สนุกดีและได้ประสบการณ์ดีๆ หลายอย่าง

พอจบก็ย้ายมาเป็นอธิการบ้านเณรพระหฤทัยฯ ศรีราชา ได้ 3 ปีแล้ว มีเณรอยู่ 45 คน มีคุณพ่อภูวนาถ แน่นหนา เป็นผู้ช่วย สมัยที่เคยมีเณรสูงสุดคือสมัยคุณพ่อสุดเจน ฝ่นเรือง เป็นอธิการ มีถึงร้อยกว่าคน

ปัจจุบันมีเณรน้อย เพราะสมัยนี้เป็นครอบครัวเล็ก มีลูกเพียง 1-3 คน และการเลี้ยงดูก็มักจะตามใจ ให้อิสระมาก ใช้ชีวิตสบายๆ การอบรมสมัยนี้จึงต่างจากสมัยก่อนมาก

ช่วงทำปริญญาเอก มีหลักสูตรอินเทิร์นชิป (Internship) ต้องติดตามผู้บริหาร เพื่อศึกษาดูการทำงานอยู่ 1 ปี ผมโชคดีมากที่ได้ติดตามอาจารย์ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย อาจารย์อนุญาตให้ติดตามได้ ก่อนหน้านี้ก็พยายามมองดูอยู่หลายท่าน เห็นว่าชีวิตและการทำงานของอาจารย์โดดเด่นมาก

“ผมได้เห็นแบบอย่างที่ดีมาก เห็นการทำงานของอาจารย์แล้วดูเหนื่อยมาก แต่อาจารย์จัดเวลาได้เก่งมาก บริหารเวลาแต่ละวันว่าต้องทำอะไรบ้าง อาจารย์จะตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งทุกวัน และเริ่มดูข่าว เช็คเมล์ เปิดอินเตอร์เน็ต ตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียนก็จะพูดกับนักเรียนหน้าเสาธงทุกวัน”

“อาจารย์เป็นคนที่อุทิศตัวเอง อุทิศชีวิต นอนน้อย ทำงานหนัก ปกติดเวลาประชุม 1 ชั่วโมง จะเตรียมอย่างดีและได้เนื้อหาสาระ”

อาจารย์เป็นผู้อำนวยการใหญ่ 5 โรงเรียนในกลุ่มเซนต์จอห์น มีประชุมกลุ่มย่อย มีพบปะส่วนตัว และมีองค์กรภายนอกอีก เช่น กลุ่มคณะนักขับร้องประสานเสียง Habitat เซอร์ร่า สภาการศึกษาคาทอลิกฯ สื่อมวลชนคาทอลิก นอกจากนี้ ยังเป็นวิทยากรรับเชิญ และดูแลนักศึกษาปริญญาเอกไปดูงานต่างประเทศด้วย และยังมีงานอื่นๆ อีกมากมาย

“บุคลิกภาพที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ อาจารย์เป็นคนสุภาพมาก ให้เกียรติพระสงฆ์ นักบวชมาก และยินดีรับฟังความคิดเห็นของคนทั่วไป”

อาจารย์ไปไหนไปด้วย เรียนจากประสบการณ์จริงในฐานะผู้บริหาร ซึ่งได้ประโยชน์มากสำหรับผม

ขอย้อนกลับไปถึงกระแสเรียกเป็นพระสงฆ์เพื่อให้เห็นจุดหักเห ในขณะที่บางคนที่เป็นเณรอยู่แล้วมักจะหักเหออก แต่คุณพ่อหันเหเข้ามาเป็นเณร

“ตอนแรกเมื่อตัดสินใจเข้าบ้านเณร พ่อแม่ไม่อยากให้เข้าบ้านเณร อยากให้เป็นหมอ เพราะในบ้าน ผมเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุด เขาจึงอยากให้เรียนด้านนี้”

เตี่ยแม่อยากให้เรียนเป็นหมอ เมื่อเข้าบ้านเณรก็เป็นหมอได้ เพราะเมื่อเข้าบ้านเณร เขาให้ผมอยู่ห้องพยาบาลดูแลเรื่องหยูกยา คอยดูแลเรื่องสุขภาพและเรื่องเจ็บป่วยของเณร น้องๆ มักจะเรียกเล่นๆ ว่า “หมอ” เมื่อมีไข้ เจ็บป่วย ต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ก็เคยทำมาแล้ว พรรคพวกเลยเรียกติดปากกันมา ก็เท่านั้น

ผมพยายามปกครองเณรแบบพ่อลูก มีเรื่องอะไรก็จะใช้เวลาคุยกันเป็นหลัก แต่ละคนหรือเป็นกลุ่ม พยายามให้เหตุผลว่าทำไมจึงต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ เพื่ออะไร ที่สำคัญเราพระสงฆ์ถือว่า ต้องทำตัวอย่างให้เห็น

“การกระทำดังกว่าคำพูด!”

สำหรับบ้านเณรทุกแห่ง เคยมีประสบการณ์มาเหมือนกัน จนทุกวันนี้ได้มีโยบายเป็นหนึ่งเดียวกันคือ การใช้โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต สื่อใหม่ทั้งหลาย

“เรื่องโทรศัพท์มือถือ ก็ถือตามนโยบายของบ้านเณรทั่วไป เป็นการตกลงร่วมกันว่าห้ามมี ให้ใช้โทรศัพท์ส่วนกลาง ส่วนคอมพิวเตอร์ก็ให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ แต่มีเครื่องให้ 1 เครื่องต่อ 30 คน เรามีให้ 2-3 เครื่อง เพื่อใช้ค้นข้อมูลต่างๆ ตอนแรกๆ เคยให้เล่นเกมส์ได้ โดยกำหนดเวลาให้ แต่พอทดลองได้สักระยะหนึ่ง เห็นว่าไม่ไหว ต้องยกเลิกไป ไม่ให้เล่น เพราะเล่นแล้วไม่หยุดอยู่แค่ที่บ้านเณรให้ ไปหาโอกาสที่จะเล่นต่อที่อื่นอีก”

“บ้านเณรศรีราชามีธรรมเนียมที่ดีอย่างหนึ่งคือ ทุกวันอังคารพระสังฆราชจะมาพบกับเณร ซึ่งปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพระคุณเจ้าเทียนชัย สมานจิต และพระคุณเจ้าสิริพงษ์ จรัสศรี มาสานต่อ เรื่องนี้ผมไปพูดให้ที่อื่นๆ ฟัง เขาทึ่งมาก”

ในฐานะที่เป็นอธิการ เป็นผู้ให้การอบรมสามเณรที่จะเป็นพระสงฆ์ในอนาคต กับสิ่งที่คาดหวังของผู้ให้การอบรม

“พระสงฆ์ในอนาคต ต้องเป็นคนที่มีความเชื่อศรัทธาลึกซึ้งมั่นคง เป็นหนึ่งเดียวกันกับคณะสงฆ์ มีชุมชน บีอีซี.(BEC) มุ่งอุทิศตนทำงานเพื่อพระเป็นเจ้า และพี่น้องสัตบุรุษ”

แทบไม่น่าเชื่อครับ บุคลิกที่ดูเหมือนเป็นคนหงิมๆ เงียบๆ เรียบร้อย คุณพ่อเล่าว่ากีฬาที่ชอบคือเทนนิส และได้แชมป์เทนนิสในคณะสงฆ์จันทบุรีเมื่อปีที่แล้วด้วย สาเหตุที่เล่นเก่งเพราะน้องชายเป็นโค้ชเทนนิส และเล่นเป็นเพื่อนกับน้อง อุปกรณ์ทั้งไม้และลูกก็ไม่ต้องซื้อเลย เรียกว่า “กีฬาต้นทุนต่ำ เพราะน้องอุปถัมภ์!”