รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

สังฆมณฑลนครราชสีมา เป็นสังฆมณฑลเล็กๆ แต่มีเสน่ห์น่าสนใจทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ และกิจกรรมที่ทำอยู่ ทั้งงานอภิบาลและงานประกาศข่าวดี โรงเรียนที่มีคุณภาพ โรงพยาบาลที่รักษาทั้งกายและจิตใจ พระสงฆ์นักบวชที่มาจากคนละทิศ แต่ร่วมงานกัน จนวันนี้ ลูกหม้อ ก้าวขึ้นมารับงานต่างๆ มากขึ้น

ขอพูดคุยกับคุณพ่อวีไอพี. ท่านหนึ่ง คุณพ่อยอแซฟ สุข ศรจันทร์ หมายเลขสอง คือ “อุปสังฆราช”

ผมเป็นลูกวัดโนนแฝก ลูกชาวไร่ชาวนา เป็นคนอีสาน

วัดนักบุญเทเรซา โนนแก้ว เป็นวัดแม่ มีวัดนักบุญเปโตร โนนแฝก และวัดนักบุญยอแซฟ โนนงิ้ว เป็นวัดลูก จังหวัดนครราชสีมา สมัยที่ผมเป็นเด็ก คุณพ่อเจ้าวัด คุณพ่อลามูเลอซ์ คณะเอ็มอีพี. องค์เดียวอยู่ที่โนนแก้ว (เวลานี้คุณพ่อกลับไปพักที่ฝรั่งเศสแล้ว)

ผมเป็นลูกคนที่ 2 มีพี่น้อง 6 คน มีน้องสาว 3 คน เป็นภคินีคณะเซนต์ปอลเดอชาร์ตร 1 คนคือ เซอร์เดเลีย วัลลิกา ศรจันทร์ เวลานี้อยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ลำนารายณ์ ครอบครัวใกล้ชิดวัดมาตลอด แม่เป็นพลมารี วันอาทิตย์เดินไปวัดโนนแก้ว เกือบ 2 กิโลฯ เดินไปตอนสาย เสร็จมิสซาเดินกลับบ้านก็ประมาณเที่ยง

เมื่อจบชั้น ป.4 โรงเรียนผดุงศิลป์ ในหมู่บ้านโนนแก้วแล้ว ็ไปเรียนที่บ้านเณรท่าแร่ เป็นรุ่นสุดท้ายที่บ้านเณรส่งไป เพราะต่อมาพระคุณเจ้าวังกาแวร์ได้สร้างบ้านเณรเล็กของโคราชเอง

เมื่อเรียนที่ท่าแร่จนจบชั้น ม.ศ.5 ในรุ่นผมก็มีประมาณ 10 คน เมื่อจบบ้านเณรเล็กที่ท่าแร่แล้ว ก็มาเข้าบ้านเณรกลางที่โคราช มีคุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล เป็นรุ่นแรกที่ย้ายมาจากสามพราน ที่นี่มีเณรรวม 48 คน แล้วจึงเข้าบ้านเณรใหญ่ โดยใช้บ้านเณรเล็กของสังฆมณฑล เพราะบ้านเณรเล็กเปิดอยู่ได้ระยะี ไม่มีคนดูแล ก็ปิดบ้านเณรระยะหนึ่ง และส่งเณรไปเรียนที่บ้านเณรอุบลฯ เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ก็มาเปิดอีกครั้งหนึ่ง

อยู่บ้านเณรกลาง 1 ปี ก็เข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรมรุ่นที่ 7 สมัยคุณพ่อสมศักดิ์ นามกร เป็นอธิการ เรียนทั้งหมด 7 ปี พร้อมกับเพื่อนๆ

บวชเป็นพระสงฆ์วันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 2528 / ค.ศ.1985 พระคุณเจ้ายออากิม พเยาว์ มณีทรัพย์ เป็นผู้บวช พร้อมกับคุณพ่อบัณฑิตย์ ประราศี ณ อาสนวิหารแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บวชแล้วพระคุณเจ้าให้ไปอยู่ที่วัดพระหฤทัยฯ หนองบัวแดง ซึ่งพระคุณเจ้าวังกาแวร์สร้างวัด บ้านพักพระสงฆ์ไว้ มีคริสตัง 30 คน ไปพร้อมกับคุณพ่อบัณฑิตย์ เราใหม่ด้วยกันทั้งคู่ อยู่ด้วยกันระยะสั้นๆ ก็ไปแทนคุณพ่อฟิล มะหุซาย ซึ่งกลับไปพักที่ฟิลิปปินส์

ต่อมาย้ายไปเป็นปลัดคุณพ่อสมชัย พงศ์ศิริพัฒน์ ซึ่งกำลังสร้างโรงเรียน และต้องดูแลวัดมารดาพระผู้ไถ่ ท่าหินโงม ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร ชัยภูมิเป็นเขตคริสตังใหม่ เป็นกลุ่มเล็กๆ 5-6 ครอบครัว ถวายมิสซาที่บ้านชาวบ้าน กินข้าว และนอนก็ที่บ้านชาวบ้าน ถนนขึ้นไปลำบาก เพราะเป็นถนนบรรทุกซุงออกจากป่า

ต่อมาพระคุณเจ้าวังกาแวร์ป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล ผมไปรับหน้าที่เป็นเจ้าวัดแทนที่แก้งคร้อ และวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล หนองหญ้าปล้อง ห่างกัน 20 กิโลเมตร ไม่มีโรงเรียน ไปช่วยชาวบ้านทำนาบ้าง อยู่ที่นี่ 2 ปี เศษ ในช่วงนี้ได้ตัดสินใจสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) สาชาบริหารการศึกษา เพราะคิดว่าอนาคตอาจจะต้องรับผิดชอบโรงเรียนของมิสซังบ้าง

ต่อมาทำงานสังคมพัฒนาแทนคุณพ่อสมชัย พงศ์ศิริพัฒน์ ที่บุกเบิกไว้ก่อนแล้ว คุณพ่อทำไว้ดีแล้ว ผมพักประจำที่มิสซังฯ ดูแลวัดโคกประสาทด้วย และเป็นเหรัญญิกด้วย ทำงานอยู่ 3 ปีเศษ

การทำงานสังคมพัฒนาได้ประสบการณ์มาก เพราะพื้นฐานของผมเป็นลูกชาวนาอยู่แล้ว เราได้ทำงานกับหมู่บ้านคนพุทธเป็นส่วนใหญ่ มีคริสตังเล็กน้อย เช่น โครงการธนาคารข้าว ธนาคารควาย ไร่นาสวนผสม ขุดบ่อน้ำ ฯลฯ  เราจัดการรวมกลุ่มชาวบ้าน ทำความเข้าใจวิธีการ กระบวนการต่างๆ แล้วจึงให้กู้เงิน และกำหนดทยอยส่งคืน เป็นการช่วยแบบหมุนเวียน เพื่อเราจะได้ช่วยคนอื่นต่อไป

ได้ทำงานร่วมกับพระภิกษุเฉลิม นักพัฒนา เราเข้าใจกันดี เมื่อตอนประชุมบีซ่า (BISA VII) มีพระสังฆราชในเอเชียมาประชุม ผมรับกลุ่มหนึ่ง 7-8 คน มาศึกษาดูงานที่นี่ นอนบนศาลาวัดเลย ตื่นแต่เช้า พระสวดทำวัตร เสร็จแล้วพวกเราก็ถวายมิสซาในวัดนั้นเลย กลุ่มอื่นๆ ก็ไปดูงานที่อื่น เช่น เชียงใหม่ นครสวรรค์

เราเน้นเรื่องจิตตารมณ์การช่วยเหลือกัน พระเฉลิมกับเราร่วมมือกันอย่างดี จนบางทีถูกมองว่าจะกลายเป็นคริสต์แล้วหรือ? เวลานี้พระรูปนั้นก็ยังทำงานพัฒนาอยู่ สร้างโรงเรียนช่วยเด็กยากจนถึงชั้น ม.3 ปัจจุบันวิธีการต่างๆ เปลี่ยนไปบ้าง รัฐเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้น งานของเราก็ปรับเปลี่ยน

อยู่ที่โคกประสาท มีโรงเรียน และมีซิสเตอร์รับผิดชอบ ผมไม่ได้ดูแลเท่าไหร่ เพราะซิสเตอร์ทำได้ดีแล้ว จากนั้นมิสซังส่งไปเรียนที่ซามังก้า มินดาเนา ของคณะปีเม. ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ เรียนเรื่องจิตตารมณ์ธรรมทูต 11 เดือน เป็นรุ่นที่ 3

กลับมาเดือนมีนาคม ไปอยู่วัดพระคริสตราชา เมืองคง นครราชสีมา 1 ปีเศษ มีคริสตังอยู่ 20-30 คน ต่อมาย้ายไปอยู่หนองบัวใหญ่ ต้องดูอีก 3-4 วัด บุไทย หนองบัวแดง หนองพลวง เดี๋ยวนี้มีพระสงฆ์คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์มาช่วยมีคุณพ่อดูแลวัดของตนอยู่ที่นี่ 2 ปี ย้ายไปอยู่ที่บุรีรัมย์ต่อจากคุณพ่อสมเดช พันธ์สมบัติ มีซิสเตอร์คณะรักกางเขน จากจันทบุรีมาช่วยดูแลโรงเรียน มีเด็กประมาณ 1,400 คน คริสตังไม่มากนักอยู่ที่นี่ 6-7 ปี นับว่านานมากที่สุด ช่วงนั้นต้องสร้างโรงเรียนใหม่ 5 ชั้น ความยาว 8 ห้องเรียน เป็นเงิน 22 ล้านบาท เมื่อสร้างเสร็จก็ย้ายไปอยู่ที่ชัยภูมิอีกครั้งหนึ่ง อยู่ 5 ปี วิชาด้านการศึกษาที่เรียนมาก็ได้ใช้เมื่อมาอยู่ที่นี่แหละ

ย้ายมาอยู่วัดพระคริสตเจ้ากลับคืนชีพ ชัยภูมิ ที่นี่มีโรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ ปีแรกมีซิสเตอร์คณะธิดาพระราชินีมาเรียผู้นิรมล หรือคณะพระแม่มารี อยู่ได้ 1 ปี ต่อมาไม่นานซิสเตอร์ก็กลับคณะ ผมต้องรับผิดชอบหนักขึ้น มีนักเรียนประมาณ 1,200 คน เริ่มขยายชั้นเรียนซึ่งคุณพ่อเฉลียว วาปีกัง ได้เริ่มไว้แล้ว และผมไปต่อชั้น ม.1 และดูแลวัดหนองไม้งาม ไม่มีโรงเรียน มีคริสตัง 50 คน ที่นี่มีซิสเตอร์พระกุมารเยซู (ไอ.เจ.) มาช่วยงานอยู่

อยู่ที่ชัยภูมิได้ 5 ปี ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ปากช่อง สมัยพระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ที่นี่มีนักเรียน 3,500 คน ครู 160 คน

โรงเรียนมารีย์วิทยามีนักเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ โรงเรียนมารีย์นุสรณ์ บุรีรัมย์ และโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ปากช่อง ลำดับที่สาม ในจำนวนโรงเรียนของสังฆมณฑล 10 แห่ง แต่ละแห่งนักเรียนเพิ่มขึ้นปีละ 100-200 คน มีโรงเรียนที่วัดบ้านหัน มีนักเรียน 400 คน ทางสังฆมณฑลต้องเข้าไปช่วยอยู่บ้าง

เวลานี้เป็นอุปสังฆราช เป็นเหรัญญิก มีเจ้าหน้าที่ 1 คน แต่ละวัดต้องทำงบประมาณ โดยมีกรอบเรื่องกินอยู่ ค่าน้ำมัน งบสามัญ ฯลฯ ของตนเอง และเมื่อเรารับรองแล้ว แต่ละเดือนก็จ่ายตามงบประมาณนั้น ถ้ามีงบวิสามัญอะไร ก็ต้องมาคุยกับสังฆมณฑล กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ต้องติดตัวเลขแดงอยู่นาน เพราะเราต้องลงทุนเพื่อเด็กๆ ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้ ที่เรามีก็หมุนเวียนกันไป

เนื่องจากผมไม่ได้ประจำอยู่ที่สำนักมิสซังฯ มีหลายอย่างพระคุณเจ้ามักจะทำด้วย เพราะสังฆมณฑลนครราชสีมาไม่ใหญ่ มีเพียง 3 จังหวัด นครราชสีมา บุรีรัมย์ และชัยภูมิ มีคริสตังอยู่ 8,000 คน มีพระสงฆ์เพียง 30 องค์

สมัยพระคุณเจ้าอแลง วังกาแวร์ ค.ศ.1965-1977 มีอุปสังฆราชหลายองค์ พระคุณเจ้าพเยาว์ มณีทรัยพ์ ค.ศ.1977-2007 คุณพ่อประยูร นามวงศ์ เป็นอุปสังฆราช และเป็นยาว พระคุณเจ้าชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ค.ศ.2007-ปัจจุบัน (2012) อุปสังฆราชคือผมเอง เป็นมาได้ 2 ปีแล้ว

เรื่องรถยนต์นั้น สมัยพระคุณเจ้าวังกาแวร์ได้กล่าวว่าสังฆมณฑลต้องรับผิดชอบ เพื่อให้พระสงฆ์ทำงานอภิบาลได้สะดวกขึ้น

สำหรับสังฆมณฑลคู่ คือจันทบุรี ตั้งแต่แรกก็มีคุณพ่อประยูร นามวงศ์ เวลานี้ดูแลโรงพยาบาลเซนต์เมรี่ และวัดเล็กๆ กิโลฯ 7 ส่วนคุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล และคุณพ่อพิพัฒน์ ทนุพันธุ์ ซึ่งหลังจากต้องตัดขาแล้ว เวลานี้กลับไปอยู่สังฆมณฑลจันทบุรีแล้ว คุณพ่อสมชัย พงศ์ศิริพัฒน์ เจ้าอาวาสอาสนวิหาร และโรงเรียนมารีย์ เวลานี้กำลังร่วมกันสร้างโรงเรียนสารสาสน์ นครราชสีมา คุณพ่อสมคิด เจริญนารถ ดูแลวัดที่หนองบัวแดง และหนองกุง คุณพ่อประเวช เตชะพิทักษ์ธรรม ดูวัดท่าหินโงม หนองหญ้าปล้อง เขตชัยภูมิ ช่วงหลังๆ สังฆมณฑลจันทบุรีไม่ได้ส่งพระสงฆ์์มาช่วย คุณพ่อพ่อพิพัฒน์ ทนุพันธุ์ ก็กลับไปแล้ว

แสงธรรมรุ่นเดียวกันที่บวชด้วยกันมีหลายคน เนื่องจากเมื่อจบปี 4 บางคนก็ออกไปฝึกงานหนึ่งปี แล้วมาเรียนรวมกันและบวชพร้อมกัน เท่าที่จำได้ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ คุณพ่อนิเวศ อินธิเสน คุณพ่อพรทวี โสรินทร์ คุณพ่อไทยวัฒน์ นิลเขต สังฆมณฑลอุดรธานี คุณพ่อปรีดา โอนากุล คุณพ่อมนู เพียรโคตร สังฆมณฑลอุบลราชธานี คุณพ่อประภาส ทองอินทร์ คุณพ่อถวัลย์ พันธ์วิไล สังฆมณฑลนครราชสีมา คุณพ่อสุข ศรจันทร์ คุณพ่อบัณฑิตย์ ประราศี อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ คุณพ่อปรีชา รุจิพงษ์ คุณพ่อบัณฑิตย์ ประจงกิจ คุณพ่อศิริพจน์ สกุลทอง คุณพ่ออัครพล พันธุมจินดา สังฆมณฑลนครสวรรค์ คุณพ่อมนตรี เพียรรุ่งเรือง สังฆมณฑลราชบุรี คุณพ่อมานะ กิจเต่ง สังฆมณฑล เชียงใหม่ คุณพ่อธงชัย สุวรรณใจ

เรื่องบีอีซี.(BEC) “วิถีชุมชนวัด” ที่ชัยภูมิ ซิสเตอร์คณะพระกุมารเยซู ได้ทำมาก่อนแล้ว และเมื่อประกาศเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องเดียวกัน ที่ปากช่อง คุณพ่อเอกชัย ชินโคตร ก็ทำไปได้ไกลแล้ว และพยายามเอาเรื่องเครดิตยูเนียนเข้ามาเพื่อเชื่อมต่อระหว่างจิตใจกับความเป็นอยู่อาชีพการงานของเขา

เรื่องทำวัตร ฟังแก้บาป และเทศน์ ซึ่งเป็นข้อตั้งใจของพระสงฆ์ในโอกาสปีพระสงฆ์ โดยภาพรวมถือว่าทำได้ดี เรื่องประชุมเข้าเงียบ กิจกรรม ก็มีเป็นปกติทุกเดือน ความตั้งใจของพระสงฆ์หนุ่มก็เข้มข้น มีการพบปะกัน ก็ดีขึ้นนะ

“สมัยอยู่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม เพื่อนๆ จะคุ้นกับนักฟุตบอลรูปร่างเตี้ย ผิวคล้ำ วิ่งเร็ว เป็นคนถนัดซ้าย พูดไม่มาก แต่เมื่อรับปากแล้ว เชื่อใจได้”