รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

คุณพ่อยอห์น บอสโก สุขสันต์ ชาวปากน้ำ วันนี้ทำงานอภิบาลอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สงฆ์หนุ่มไฟแรง แต่ความรุนแรงก็ทำให้ต้องหวาดหวั่นเหมือนกัน อยู่ที่นี่ปีที่ 4 ต้องดูแล 6 วัด แต่หลักๆ มีสองแห่งคือ ที่ยะลาและปัตตานี

คุณพ่อกุสต๊าฟ โรเซ่นส์ อยู่ 20 ปี ก่อนผม คุณพ่อได้สร้างวัดนักบุญอันดรูว์ ยะลา มีสัตบุรุษ 80 คน มีโรงเรียน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้น ป.6 มีนักเรียน 800 คนที่นี่นักเรียนเพิ่มขึ้น และต้องวิ่งรถไปที่วัดปัตตานี มีคริสตัง 120 คน นักเรียน 500-600 คน ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร แต่เส้นเก่ายาวกว่า 10 กว่ากิโลเมตร ต้องวิ่งไปมาทุกวัน เพราะทั้งสองที่มีคริสตังค่อนข้างมาก มีโรงเรียน และมีซิสเตอร์อยู่ด้วย ถวายมิสซาเช้าที่นี่ สายก็ไปที่นั่น ค้างคืนหนึ่งคืน รุ่งเช้าถวายมิสซาที่นั่น สายๆ ก็มาที่นี่ สลับกันอย่างนี้ัฒนาไว้หลายอย่าง ผมมารับและต่อจากคุณพ่อ

วันเสาร์สุดท้ายของเดือนไปนราธิวาส วัดที่นราธิวาส มีสัตบุรุษ 20 คน ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ที่รือเซาะมี 1 ครอบครัว วัดที่โก-ลกมี 10 คน และวัดที่สุคีรินมี 26 คน ถือว่าเป็นชายแดนไกลสุด เนื่องจากมีคนเดียว สมัยคุณพ่อโรเซ่นส์กำหนดไว้  สัปดาห์สุดท้ายจะไปที่วัดอีก 4 แห่ง ที่นราธิวาส แต่ละแห่งมีไม่มาก อยู่กระจายกัน

คุณพ่อสุขสันต์ อายุ 52 ปี บิดาชื่อ บุญชอบ มารดา่ชื่อสง่า เป็นลูกวัดนักบุญอันนา ท่าจีน เป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน ตอนเด็กๆ เรียนที่โรงเรียนอันนาลัย จากนั้นเข้าบ้านเณรคณะธิดาพระราชินีมาเรียผู้นิรมล (พระแม่มารี) เรียนชั้น ป.5-ม.ศ.3 โรงเรียนพระแม่มารี และต่อชั้น ม.ศ.4 ที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิก เวลานั้นคุณพ่อการ์โล เดอ ลาตอเร ไม่สบายมากและอยากจะปิดบ้านเณร ช่วงนั้นมีเหลืออยู่ 10 คน ก็แยกย้ายกันไป ผมสมัครเข้าคณะซาเลเซียน เรียนต่อชั้น ม.ศ.5 ที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิก

ต่อจากนั้นเข้าบ้านเณรใหญ่แสงธรรม 1 ปี ไปเข้านวกที่อินเดีย และศึกษาต่อ 2 ปี กลับมาฝึกงานที่โรงเรียนดอนบอสโก อุดรธานี 2 ปี และไปศึกษาต่อที่ฟิลิปปินส์ 4 ปี กลับมาบวชที่วัดนักบุญอันนา ท่าจีน พร้อมกับคุณพ่อสามัคคี ชัยพระคุณ บวชวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1989 โดยพระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นผู้บวชให้

สาเหตุที่เกิดความไม่สงบในภาคใต้นั้น จริงๆ แล้วพูดยากนะ แต่ชาวบ้านพูดกันว่า “มาจากพวกค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด พวกที่มีอิทธิพล พวกต้องการแบ่งแยกดินแดน สร้างความกลัวให้คนอื่นออกจากพื้นที่ หรือมาจากเจ้าหน้าที่ของเราที่เคยทำกับเขาไว้มาก อย่างกรณีตากใบ และกรือเซะ ทำให้คนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว และได้รับการปลุกระดุมขึ้นมา ให้เพิ่มความเกลียดชังเจ้าหน้าที่ และข้าราชการ กลายเป็น “ความจงเกลียดจงชัง” บางคนก็ได้ประโยชน์จากความรุนแรงนี้ ก็พยายามลากยาวไปเรื่อยๆ”

ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ต้องเดินทางเป็นหลัก บางเส้นทาง บางเวลา ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร แต่บางเส้นทางที่แคบ น่ากลัว และเปลี่ยว ต้อง “ขับรถคนเดียว บางทีก็กลัวเหมือนกัน รู้สึกโดดเดี่ยว ผมจะไม่กลับเส้นทางเดิม และเวลามีรถขับตามมา ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ หรือปิกอัพ ก็รู้สึกกลัวๆ เหมือนกัน ต้องระวังตัวเราเอง”

วันเสาร์สุดท้าย เมื่อถวายมิสซาเสร็จ ต้องรีบไปวัดอื่นต่อ จากยะลาไปสุคีรินใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง “ยังไงๆ หกโมงเย็น ต้องอยู่ที่บ้านแล้ว!”

หมายเหตุ “เพื่อนสงฆ์” ได้ยกสายโทรคุย วันที่ 22 มีนาคม ค.ศ.2012 ระหว่างที่มีข่าวความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยขึ้นๆ