ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาสำหรับ “พระสังฆราชใหม่” ที่ Collegio S.Paolo Apostolo กรุงโรม วันที่ 11-23 กันยายน ค.ศ. 2006 โดยสมณกระทรวงเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชนซึ่งจัดขึ้นเกือบทุกปี เพื่อ “พระสังฆราชใหม่” ในดินแดนธรรมทูตจะได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเอกลักษณ์ บทบาท หน้าที่ของพระสังฆราช จากประเทศไทยมีพระคุณเจ้ายอห์น บอสโก ปัญญา กฤษเจริญ พระคุณเจ้าฟิลิป บรรจง ไชยรา และผมเอง ทั้งหมดมี 99 องค์ มาจากอัฟริกา 39 องค์ อเมริกา 11 องค์ เอเชีย 46 องค์ และโอเชเนีย 3 องค์

การบรรยายมีสองครั้งในภาคเช้า ผู้บรรยายส่วนมากเป็นพระคาร์ดินัลที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น พระคาร์ดินัลดีอาส (Dias) ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน พูดเกี่ยวกับความเป็นมาและงานของกระทรวงเป็นต้น ในภาคบ่าย เป็นการประชุมในกลุ่มย่อยสิบกลุ่มด้วยกัน จัดตามภาษา เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส เวียดนาม ฯลฯ หลังจากนั้นรายงานในกลุ่ม ใหญ่

เนื้อหาเกี่ยวข้องกับเอกลักษณ์ และพันธกิจของสังฆราช เรื่องที่พระสังฆราชต้องรับทราบ เช่น ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชนและพันธกิจ, มหาวิทยาลัยคาทอลิกที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงนี้, สมัชชา (Synod)พระสังฆราช, ชีวิตจิตของพระสังฆราช, การอภิบาลครอบครัว, การประกาศพระวรสารกับวัฒนธรรม, การปกครอง, พระสังฆราชกับศาล, พันธกิจการรับใช้ด้วยศีลศักดิ์สิทธิ์, ความสัมพันธ์กับพระสงฆ์, การอบรมสามเณร, ความสัมพันธ์ระหว่างสันตะสำนักกับประเทศต่างๆ, พันธกิจการสอน, การอภิบาลสุขภาพ, พระสังฆราชกับนักบวช, คำสอนของพระศาสนจักรเรื่องสังคม, ศาสนสัมพันธ์, การจัดการทรัพย์สิน, พระสังฆราชกับองค์กรที่ทำงานช่วยเหลือผู้ทุกยาก เป็นต้น จะเห็นว่าเนื้อหานั้นครอบคลุมมิติต่างๆ เกือบครบถ้วน

ผู้บรรยายมักบรรยายในภาษาที่ตนถนัด ใช้ภาษาอิตาเลียน อังกฤษ และฝรั่งเศส มีล่ามคอยแปลตลอดเวลา พร้อมทั้งมีเอกสารแจกให้ด้วย ทุกวันวิทยากรผู้บรรยายคนแรกของวันจะเป็นประธานในพิธีบูชามิสซาขอบพระคุณ ส่วนมากใช้ภาษาอิตาเลียน การเทศน์ก็มักใช้ภาษาอิตาเลียน บรรดาพระสังฆราชที่ไม่สันทัดภาษานี้ก็ไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร ซึ่งเป็นข้อสังเกตของพระสังฆราชหลายองค์

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2006 พระสังฆราชไปจาริกแสวงบุญที่อัสซีซี ส่วนพวกเราคนไทยทั้งสาม พร้อมกับพระสังฆราชจากพม่าหนึ่งองค์ และจากบรูไนอีกหนึ่งองค์ ไปร่วมฉลอง 30 ปีแห่งการเป็นสงฆ์ของ ฯพณฯ พระสมณทูตซัลวาโตเร เพนนัคคีโอ ที่ซาน ยูลีอาโน (S.Giuliano) ในเขตเมืองเนเปิล ท่านจัดรถอย่างดีมีไฟกะพริบพร้อมรถตำรวจคอยรับส่งพวกเราระหว่างโรมกับเนเปิ้ล ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญจริงๆ บรรดาญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างตื่นตาตื่นใจและยินดีกันมาก

วันเสาร์ที่ 23 วันสุดท้าย ทุกองค์แต่งตัวเต็มยศไปร่วมสหบูชามิสซาปิดการสัมมนาในมหาวิหารนักบุญเปโตร โดยมีพระคาร์ดินัลดีอาสเป็นประธาน หลังจากนั้น รถบัสสามคันได้พาพระสังฆราชไปเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาที่พระราชวังคัสเตลกันดอลโฟ พระสังฆราชแต่ละองค์ได้มีโอกาสทักทายและสนทนากับพระองค์อย่างใกล้ชิด นำความสุข ความยินดีให้กับทุกคน

ผมพบว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิ๊กมีความเป็นบิดา มีความน่ารักและเป็นกันเองมาก พวกเราได้ขอพรสำหรับพระศาสนจักรในประเทศไทย พระองค์ติดตามเรื่องราวต่างๆ ของเราอย่างใกล้ชิด และทรงไต่ถามเกี่ยวการปฏิรูปเปลี่ยนรัฐบาลในบ้าน เราด้วย จากการพูดคุยระหว่างเราทั้งสาม พบว่าเราได้รับประโยชน์มาก ได้มีโอกาสรู้จัก พบปะพูดคุยและทราบปัญหาจากพระสังฆราชทั่วโลก บางองค์อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น ในตะวัน ออกกลาง ที่ต้องดูแลหลายประเทศ มีความยุ่งยากทางศาสนาและการเมือง องค์หนึ่งมาจากฟูตานา (Futuna) เกาะในมหาสมุทรแถบโอเชียเนีย หาในแผนที่แทบไม่เจอ ปัญหาในอัฟริกาก็มีมากมาย เกี่ยวประเพณี พฤติกรรมของพระสงฆ์ ฯลฯ ทำให้พวกเราได้กำลังใจว่า แม้เราจะมีปัญหาและความยากลำบาก แต่มีคนที่ลำบากกว่าเราเยอะ ก็เกิดกำลังใจขึ้นมาที่สำคัญ การได้พบปะใกล้ชิดกับองค์สมเด็จพระสันตะปาปาทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้า ความสำนึกของความเป็นพระศาสนจักรสากลเพิ่มขึ้น ได้พบเห็นชีวิต การทำงานของพระองค์ และความยากลำบากที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดจากผู้ที่โจมตีพระองค์ ทำให้เรารู้สึกว่าต้องซื่อสัตย์และอยู่ฝ่ายพระองค์เสมอ นอกนั้น เราได้มีโอกาสพบปะกับพระสงฆ์ นักบวชชายหญิงที่กำลังเรียนอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งฆราวาส นำความสุข ความยินดีและกำลังใจแก่พวกเขาด้วย บรรดาคุณพ่อ นักบวชเหล่านี้มาช่วยเหลือพวกเราอย่างดี พวกเราขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

วันที่ 25 กันยายน เราได้ไปที่สถานทูตไทยประจำอิตาลี เพื่อฟังการบรรยายของพระคุณเจ้าลุยจี แบรสซาน อดีตสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย มีผู้รับเชิญจำนวนราว 50 คน เรื่องจากหนังสือ “Thai-Vatican Relationships in the twentieth century” พระคาร์ดินัลเรนาโต มาร์ติโน อดีตพระสมณทูตประจำประเทศไทยที่รักประเทศไทยมากก็ร่วมฟังด้วย ทุกคนให้ความสนใจและได้ประโยชน์

คำพูดที่สะกิดใจพระสังฆราชทุกองค์ที่เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้เป็นของพระสังฆราชซาราห์ (Sarah) ชาวตรีนีแด็ต ตอนที่พูดอำลาพวกเรา ท่านฝากความคิดไว้ว่า “จงรักพระสงฆ์ของท่าน โดยเฉพาะผู้ที่ทำให้ท่านลำบากใจมากที่สุด” หรือจะพูดเพิ่มเติมว่า “จงรักพระสังฆราชของท่าน โดยเฉพาะเมื่อในยามที่ท่านทำให้รู้สึกลำบากใจมากที่สุด” ก็คงได้ใช่ไหมครับ ?

สวัสดี !

พระคุณเจ้าโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล
ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ (คพส.