รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

ผลสรุปการสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศ ครั้งที่ 23
“แนวทางปฏิบัติในการอภิบาลครอบครัวคริสตชน”

 

         สืบเนื่องจากสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 ในปี ค.ศ.1981 ได้ออกพระสมณสาส์น “บทบาทของครอบครัวคริสตชนโลกปัจจุบัน” (FAMILIARIS CONSORTIO) พระศาสนจักรในประเทศไทยได้ตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของพระสมณสาส์น จึงในปี ค.ศ.1984 หน่วยงานชีวิตสงฆ์ได้จัดการสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศ เรื่อง “ครอบครัวคริสตชน” และในปี 2004 นี้ สหประชาชาติฉลองครบรอบทศวรรษครอบครัวสากล ในขณะเดียวกันสหพันธ์สภาพระสังฆราชแห่งเอเชีย (FABC) ได้จัดประชุมครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ครอบครัว มุ่งสู่วัฒนธรรมแห่งชีวิต” ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่  17-22 สิงหาคม 2004 ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บททิศทางงานอภิบาล คริสตศักราช 2000 ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ตามนโยบายปฏิบัติ ข้อที่ 5 กล่าวว่า “ส่งเสริมให้ครอบครัวคริสตชนเป็น พระศาสนจักรระดับบ้าน” ที่เชิดชูและปกป้องคุ้มครองคุณค่าชีวิตอย่างจริงจัง รื้อฟื้นคุณค่าที่ดีงามของครอบครัวไทย และสนับสนุนให้แต่ละครอบครัวรวมกันเป็นชุมชนคริสตชน โดยอาศัยพระวาจาและศีลศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งเสริมสร้างชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง”

         ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ได้จัดสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศในหัวข้อ “สงฆ์: ผู้อภิบาลครอบครัวคริสตชน” ณ บ้านผู้หว่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 213 คน ระหว่างวันที่ 18 – 22 ตุลาคม 2004 ที่ประชุมได้ทำการศึกษาและไตร่ตรองเกี่ยวกับครอบครัวคริสตชนในอุดมคติของพระศาสนจักร สภาพความเป็นจริงของครอบครัวคาทอลิกไทยในปัจจุบัน แนวคิดและประสบการณ์ตรงในชีวิตครอบครัวและงานอภิบาลครอบครัว การเตรียมคู่สมรสและการช่วยเหลือคู่สมรสที่มีปัญหา โดยอาศัยการภาวนาและการนำขององค์พระจิตเจ้า ที่ประชุมจึงมีเป้าหมายและแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้

      1. เป้าหมาย
             1.1    มุ่งสร้างพระศาสนจักรระดับบ้าน (Domestic Church)
             1.2    มุ่งอภิบาลครอบครัวคริสตชนในยุคโลกาภิวัตน์ ให้มั่นคง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของชุมชน/วัดเข้มแข็ง

       2. แนวปฏิบัต
             2.1   การเตรียมเข้าสู่ชีวิตครอบครัว
                       2.1.1    จัดทำคู่มือ หลักสูตรการอบรมคู่สมรส
                       2.1.2    จัดการอบรมบรรดาเด็กและเยาวชนเป็นระยะๆ เพื่อเตรียมตัวก้าวไปสู่ชีวิตสมรส โดยเน้นการอบรมเรื่องศักดิ์ศรีของมนุษย์และเรื่องเพศศึกษา
                       2.1.3    จัดให้มีการสอนคำสอนในวัดและในโรงเรียน ตามระดับชั้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดความเชื่อพื้นฐานที่ลึกซึ้ง
                       2.1.4    จัดให้ฆราวาสมีส่วนร่วมในการอบรมคู่สมรส เพื่อความลึกซึ้งในคำมั่นสัญญา หลักคำสอน และวัฒนธรรมอันดี
                       2.1.5    เน้นชีวิตสมรสคือพันธสัญญาของความเสมอภาค ความซื่อสัตย์ และความยุติธรรมระหว่างสามี-ภรรยา

             2.2   การส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็ง
                       2.2.1    หล่อเลี้ยงชีวิตครอบครัวด้วยการภาวนา การแบ่งปันพระวาจา และศีลศักดิ์สิทธิ์ อย่างสม่ำเสมอ
                       2.2.2    สนับสนุนคณะกรรมการอภิบาลครอบครัวในสภาอภิบาลวัด และหน่วยงานต่างๆ ของวัดที่มีอยู่แล้วให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
                       2.2.3    สอนให้มีความไว้ใจในพระญาณสอดส่องของพระเจ้า โดยสำนึกถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าในครอบครัว
                       2.2.4    สนใจการช่วยวิญญาณให้รอด โดยการเยี่ยมเยียนครอบครัวสัตบุรุษในเขตวัดสม่ำเสมอ แบบไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างสำนึกของหมู่คณะช่วยกันมุ่งสู่ความ                                      รอด
                       2.2.5    สนับสนุนให้สัตบุรุษได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมฟื้นฟูชีวิตครอบครัว ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงาน สชค.
                       2.2.6    กระตุ้นให้พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีในครอบครัว ในด้านความรัก อดทน การให้อภัย การช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เพื่อลูกจะได้ยึดถือคุณค่านี้ในชีวิตต่อไป
                       2.2.7    จัดให้มีวันฉลองครอบครัวในโอกาสต่างๆ และหล่อเลี้ยงชีวิตครอบครัวด้วยการเทศน์สอนสม่ำเสมอ
                       2.2.8    เผยแพร่หนังสือ/เอกสารความรู้ทางกฎหมายพระศาสนจักรเรื่องชีวิตครอบครัวฉบับประชาชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สัตบุรุษมากยิ่งขึ้น และทั่ว                                      ถึง
                       2.2.9    ประสานให้เกิดการใช้ขบวนการทางศาลของพระศาสนจักร เพื่อช่วยแก้สถานภาพของครอบครัวคริสตชนที่มีข้อขัดขวาง ให้ได้รับสถานภาพที่ถูกต้อง
                                     ตามกฎหมายของพระศาสนจักร

             2.3   การปรับปรุงแก้ไขปัญหาอุปสรรค
                       2.3.1    พระสงฆ์ดำเนินงานอภิบาลตามนโยบายในทิศทางเดียวกัน
                       2.3.2    พระสงฆ์ควรสำนึกถึงสถานภาพ บทบาท และหน้าที่ของการเป็นผู้นำวิญญาณ จึงควรพัฒนาศักยภาพของตนโดยเฉพาะด้านชีวิตจิตอย่างต่อเนื่องและ
                                     สม่ำเสมอ (On-Going Formation)
                       2.3.3    พระสงฆ์ต้องสนับสนุนและสร้างผู้นำฆราวาสในเขตวัดของตน เพื่อสำนึกถึงความรับผิดชอบในการมีส่วนร่วมกับงานอภิบาลของพระศาสนจักรท้องถิ่น
                                     (เ ครื่องมือและเครื่องหมายแห่งความรอด)
                       2.3.4    พระสงฆ์ต้องตระหนักถึงความลึกซึ้งของชีวิตสัตบุรุษ ในความสัมพันธ์กับ พระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นเทวศาสตร์ชาวบ้านที่มีคุณค่าและควรได้รับการส่งเสริม                                      ให้เข้มข้นมากขึ้น
                       2.3.5    พระสงฆ์ควรให้ความสนใจและเอาใจใส่เป็นพิเศษแก่เด็กและเยาวชน ให้ความใกล้ชิดและอภิบาลพวกเขาเพื่อเตรียมเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่และชีวิตครอบค                                     รัวที่มีคุณภาพ
                       2.3.6    พระสงฆ์คือผู้ร่วมเดินทางกับครอบครัวคริสตชน โดยอภิบาลด้วยแบบอย่างที่ดี มีอัธยาศัยทั้งกาย วาจา และใจ เพื่อทำให้สัตบุรุษเกิดความอบอุ่นใจ ไว้ใจ                                       ใกล้ชิด และสนิทกับพระเป็นเจ้าในการดำเนินชีวิต
                       2.3.7    ปลูกฝังสำนึกใหม่ว่าครอบครัวคือ Domestic Church ต้องเป็นที่ประทับอยู่ขององค์พระคริสตเจ้า มีการภาวนา อ่านพระวาจา และตัวอย่างที่ดีของพ่ิอ                                      แม่ (Sacrament) เพื่อมีบทบาทอย่างแข็งขันใน Local Church
                       2.3.8    ให้ความสนใจ ติดตาม อภิบาลคริสตชนย้ายถิ่นในเขตวัด ในขณะเดียวกันสร้าง ศาสนสัมพันธ์ที่ดีกับทุกศาสนิกชน.