รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

บอกเล่าเรื่องพระเยซูให้ชาวไทย  สัมมนาสงฆ์ ครั้งที่ 25 “เปิดเว็บไซต์? สงฆ์!”

“บอกเล่าพระเยซูเจ้าให้ชาวไทย” เป็นหัวข้อการสัมมนาสงฆ์ทั่วถิ่นไทย ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 23-27 ตุลาคม ค.ศ. 2006  ณ บ้านผู้หว่าน อ. สามพราน จ. นครปฐม มีพระสงฆ์ที่เข้าร่วมประมาณ 170 องค์

พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู กล่าวปราศรัยโอกาสเป็นประธานเปิดการสัมมนากับพระสงฆ์ ว่า  “การสัมมนาของพระสงฆ์เป็นเครื่องหมายแห่งเอกภาพ ของทั้งพระสงฆ์สังฆมณฑลและนักบวช ซึ่งสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ต้องการเห็น... การสัมมนาเป็นโอกาสให้เรียนรู้จักตนเอง เรียนรู้จักผู้อื่น รู้จักว่าเราเป็นใคร เรียนรู้ว่า
จะต้องทำอะไร เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ร่วมชะตากรรมกับผู้อื่นอย่างไร เราจะต้องอาศัยความสนิทสัมพันธ์กับพระเยซูเจ้า ทุกสิ่งจึงจะเป็นไปได้?  พระสงฆ์มีหน้าที่บอกเล่า
เรื่องพระเยซูเจ้าให้กับพี่น้องชาวไทย ต้องบอกเล่าอย่างมีชีวิตชีวา ก่อนอื่นตัวพระสงฆ์จะต้องมีชีวิตชีวาก่อน”

พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย ยังได้พูดถึงงานชุมนุมการแพร่ธรรมที่เชียงใหม่ว่า “...จะต้องทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความรักของพระเป็นเจ้า เพื่อให้ความรักนี้เป็นพลังยิ่งใหญ่ที่จะกระตุ้นชีวิตสงฆ์ของเรา  พันธกิจของเรา ในงานของพระศาสนจักร ให้พัฒนา ก้าวหน้าต่อไป ทั้งนี้ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เพื่อพระสิริมงคล ของพระเป็นเจ้า”

ในโอกาสนี้ พระคาร์ดินัลเครสเชนซีโอ เซเป (Crescenzio Sepe) ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ได้พบกับพระสงฆ์และได้กล่าวปราศรัยพิเศษกับ
คณะสงฆ์ ถึงความประทับใจที่ได้มาร่วมงานที่เชียงใหม่ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและจัดงานได้อย่างดียิ่งและเรียบร้อย

พระคาร์ดินัลเซเปได้กล่าวกับพระสงฆ์ จากงานชุมนุมการแพร่ธรรมที่เชียงใหม่ ให้แบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น แสวงหาวิธีการที่น่าสนใจ นำเสนอพระพักตร์พระเยซูเจ้าแบบ
เอเชียสู่ทวีปเอเชีย  และท่านได้อ้างถึงพระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่กล่าวว่า “ทุกวันนี้ ผู้คนต้องการประจักษ์พยานชีวิตมากกว่าครูต้องการประสบการณ์มากกว่าการสอน  ต้องการชีวิตและการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี?”

พระอัครสังฆราชซัลวาตอเร เปนนักคีโอเอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทยองค์ปาฐกถาพิเศษ ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในประเทศพม่า มาเลเซีย ลาว
และเขมร โดยภาพกว้าง ซึ่งในบางแห่งมีความยากลำบากจากการเมือง แต่ความร่วมมือและช่วยเหลือกันก็มีบ้าง ความเชื่อของคริสตัง ก็มีความร้อนรน ชีวิตธรรมทูตยังกล้าและ
เข้มแข็งที่จะอยู่ท่ามกลางลูกแกะฝูงน้อยๆ  เพื่อเป็นผู้อภิบาล เป็นนายชุมพาบาล ในมาเลเซีย พระคุณเจ้าได้พูดถึงลักษณะชีวิตคริสตชนขั้นพื้นฐาน (BEC, Basic Ecclesiastical Community) ซึ่งช่วยให้คริสตชนอยู่ร่วมกันเป็นประจักษ์พยานความเชื่อต่อพระและอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติ

พระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์ คุณพ่อชาย ขันทะโฮม และคุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ได้นำประสบการณ์จากการประชุม ?เอเอ็มซี? จากเชียงใหม่มาแบ่งปันให้ที่ประชุมทราบ

คุณพ่อชัยยะ กิจสวัสดิ์ ได้พูดถึง ?บอกเล่าข่าวดีแบบพระเยซูเจ้า? มุมมองจากพระคัมภีร์ ซึ่งพระองค์ได้ประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงแล้ว  เงื่อนไขคือการกลับใจ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนความคิด จิตใจ และวิธีการดำเนินชีวิตอย่างสิ้นเชิง ดังเช่นนักบุญเปาโล พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนแบบง่ายๆ ด้วยวิธีการเล่าเรื่องอุปมา จากประสบการณ์
ชีวิตประจำวันนำมาสอนความจริงที่พระองค์ต้องการเผยแสดง

การสัมมนาครั้งนี้ เน้นการแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของบรรดาพระสงฆ์ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศไทย คุณพ่อกุ๊สตาฟ โรเซ่นส์ อายุ 80 ปี
เป็นพระสงฆ์ครบ 50 ปี คณะซาเลเซียน ทำงานอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ มานานเกือบ 20 ปี ได้เล่าถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น และผลกระทบต่อคริสตังตามวัดและโรงเรียน
ผู้ปกครองและเด็กย้ายออกจากพื้นที่บ้าง ทำให้โรงเรียนบางแห่งเด็กลดจากพันกว่าเหลือ 800 คน ครูก็ลาออกเพราะกลัวอันตราย

คุณพ่อได้เล่าถึงสาเหตุว่ามาจากความยากจน ไม่ได้รับการศึกษาแบบกว้างนัก ไม่มีงานอาชีพทำ จึงถูกชักจูงไปในทางไม่ดีได้ง่าย คุณพ่อกำลังสร้างโรงเรียนอาชีวะดอน
บอสโกขึ้นที่หนองจิก ปัตตานี ให้ทุนเรียนฟรี และเป็นพิเศษสำหรับช่วยเยาวชนที่เป็นมุสลิม ซึ่งรับได้ปีละ 200 คน ขณะนี้ กำลังซื้อเครื่องมือลง ใกล้จะเสร็จแล้ว  ต้องใช้งบ
ประมาณเกือบ 50 ล้านบาท มีคนใจบุญทั้งในประเทศ มีบรรดาศิษย์เก่าของดอนบอสโก ซึ่งแต่ก่อนยากจน  ผ้าขาวม้ายังไม่มีจะนุ่ง บัดนี้กลายเป็นเจ้าของโรงงาน หรือร่ำรวย และ
ผู้มีน้ำใจดีจากต่างประเทศ  คุณพ่อเองได้เล่าว่า แต่ละวันขับรถเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร จากยะลาไปปัตตานี เพราะต้องถวายมิสซาให้กับซิสเตอร์ ดูแลวัดและโรงเรียน 2 แห่ง วันเสาร์และอาทิตย์ก็ขับรถไปทางนราธิวาสด้วย แต่ละอาทิตย์เป็นระยะทางพันกิโลเมตร ต้องเดินทางตลอด และสวมเสื้อชุดนักบวช (เสื้อหล่อ) ตลอดเวลา ขับรถติดป้ายมูลนิธิ
สุราษฎร์ธานี ไปไหนๆ คนรู้จัก ถ้าคนคิดจะทำร้ายพ่อก็คงจะตายไปนานแล้ว คุณพ่อได้เล่าถึงชีวิตที่อยู่ท่ามกลางความรุนแรงที่ผ่านมา แม้จนกระทั่งวันนี้ว่า ?ไม่กลัว ถ้าตายก็ตาย
แต่ก็ไม่ประมาท

คุณวิมล กิจบำรุง ฆราวาสคนไทยที่ไปทำธุรกิจรีสอร์ท จำปาสัก ที่ประเทศลาวใช้เวลาสำรวจและทำโครงการเสร็จ 8 ปี ได้เปิดโครงการบนพื้นที่เช่าจากรัฐบาลลาว เปิด
มาได้ 3 ปี ปัจจุบันตาบอดทั้งสองข้าง เนื่องจากติดเชื้อมาลาเรีย เพราะเมื่อเข้าไปสำรวจพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเสื่อมโทรมเพื่อทำรีสอร์ท เมื่อเสร็จโครงการ แล้วก็มาหาหมอตรวจที่กรุงเทพฯ จึงรู้ว่าเชื้อมาลาเรียได้เข้าไปในเส้นเลือดมาก ได้รักษาและช็อคหยุดหายใจไป 8 นาที หมอได้ปั๊มขึ้นมา และตาบอดทั้งสองข้าง พยายามหาหมอที่เก่งๆ ก็บอกว่า หนทาง
เดียวคือ อัศจรรย์.....บัดนี้ ผมรู้แล้วว่า อัศจรรย์กำลังเกิดขึ้นแล้ว...ผมเริ่มมองเห็นบ้างแล้ว! คุณวิมลได้เล่าให้ฟังว่า ?ได้พบกับกลุ่มคริสตัง ซึ่งบรรดามิสชันนารีได้เคยไปแพร่ธรรม
ล้างบาปให้ แต่เมื่อเป็นคอมมิวนิสต์ พวกนี้ก็ไม่ได้แสดงตน เวลานี้รัฐบาลก็ให้เสรีภาพมากขึ้น พระสงฆ์ถวายมิสซาได้ มีบวชพระสงฆ์ได้ เพียงแต่ต้องถือกฎระเบียบของรัฐบาล
ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ก็ไม่มีปัญหา เมื่อมาสำรวจพื้นที่ทำโครงการแรกๆ ได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านต่างๆ หลายแห่ง ได้พบชาวบ้านที่ยากจน และสุขภาพไม่ดี ครั้งหนึ่ง
ขณะกำลังนั่งคุยกัน เด็กคนหนึ่งอาเจียนออกมา มีแต่พยาธิเป็นๆ เต็มฝ่ามือ! คุณวิมลได้เล่าให้ฟังว่า

“ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจ เป็นคาทอลิก  เราก็เปิดเผยตนเองให้เจ้าหน้าที่ และทุกคนทราบว่าเราเป็นคาทอลิกธุรกิจที่ผมทำก็เป็นการช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคนในพื้นที่
ให้เขามีสุขภาพที่ดี มีงานทำ มีการศึกษา พนักงานที่ทำงานในโครงการเป็นชนเผ่าจาก 11 เผ่า ได้มีอาชีพ มีการศึกษา พัฒนาฝีมือด้านงานมือ การทำอาหาร การบริการ มีรายได้
ปลูกบ้านให้พ่อแม่อยู่อย่างสวยงาม เรามาทำธุรกิจเพราะเราชอบ รักธรรมชาติ ไม่ได้หวังว่าต้องร่ำรวย มีเงินมากมายอะไร การที่เราได้ช่วยคนให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น เราก็มีความ
สุขแล้ว”

คุณวิมลได้เล่าถึงความแตกต่างของธุรกิจที่ทำว่า ?รีสอร์ทของเราทำแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเราประกาศเป็นกฎให้ผู้เข้าพักได้ทราบตั้งแต่แรกว่า 1.ห้ามนำยาเสพติดเข้ามา 2.ห้ามเล่นการพนัน และ 3.ห้ามนำหญิงบริการเข้ามาพัก มาถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าใจและรู้ว่าเราไม่ได้มากอบโกย แต่เรามาช่วยพัฒนาให้เขา และภรรยาผมเองก็เป็นคนเวียงจันทน์เหมือนกัน

คุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช คณะพระมหาไถ่ ธรรมทูตไปเกาหลีนาน 8 ปี ได้เล่าถึงประสบการณ์ว่า ?คริสตังเกาหลีเขามีความภูมิใจ ที่เป็นคริสต์ คาทอลิก และฆราวาสเขา
เข้มแข็ง มีส่วนร่วมงานของพระ-ศาสนจักรมาก และศาสนาคริสต์ได้เข้าไปในประเทศเกาหลีโดยฆราวาสเอง ผ่านทางจีนในศตวรรษที่ 18ไม่ใช่ธรรมทูตเหมือนในหลายประเทศ

คุณพ่อวีระชัย ศรีประมงค์ ธรรมทูตไทยที่ไปทำงานต่างประเทศเป็นองค์แรก หลังจากบวชก็ไปทำงานในประเทศกัมพูชา มาถึงวันนี้ครบ 13 ปี ได้เล่าประสบการณ์เมื่อ
เข้าไปทำงาน บ้านเมืองประเทศเขมรอยู่ในสภาพหลังสงครามภายใน เขมรแดงได้ทำลายทรัพย์สินของพระศาสนจักรทั้งหมด วัดวาอาราม โรงเรียน และได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ผู้คน
เป็นล้านคน มีพระสังฆราชซาลาส ถูกเกณฑ์ไปทำงานจนตาย คริสตชนไม่กล้าเปิดเผยตัวเพราะกลัว ประเทศกัมพูชาเวลานี้อยู่ในระยะฟื้นฟูประเทศพระศาสนจักรในประเทศ
กัมพูชา มี 3 สังฆมณฑล คือ พนมเปญ พระตะบอง และกัมปงจามด้านติดกับเวียดนาม มีธรรมทูตจากประเทศไทย ทั้งพระสงฆ์ และซิสเตอร์ไทย 3-4 คน คณะนักบวชเช่นคณะ
ซาเลเซียน เยสุอิต ฯลฯ ไปช่วยด้านการศึกษาอาชีพ  บัดนี้พระศาสนจักรเริ่มฟื้นฟูขึ้น มีชีวิตชีวา มีพระสงฆ์ ซิสเตอร์ทำงานกัน มีพระสงฆ์เขมร ที่เพิ่งบวชเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว มีสอนคำสอน วัดหลายแห่งได้ซ่อมแซมและปรับปรุงใช้เป็นวัดอีกครั้งหนึ่ง มีคนที่อยากเรียนคำสอนมาก แต่ต้องใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะล้างบาปให้ เพราะบางคนอาจจะต้องการเป็น
คริสตังเพราะด้านวัตถุ

คุณพ่อวีระชัยได้เล่าถึงช่วงแรกๆ ที่ได้รับมอบหมาย ให้ดูแลคริสตังแห่งหนึ่ง ?ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ร่วมกับชาวบ้านสร้างวัดใหม่หลังหนึ่ง ราคา 500 บาท ทำด้วย
หญ้าแฝก สำหรับประกอบพิธีมิสซา และฟังแก้บาป ต้องนั่งกลางสนามหญ้า เวลาเดินทางไปไหนต้องเดินตามรอยที่คนเดินกัน ห้ามออกนอกเส้นทาง เพราะมีกับระเบิดอยู่ทั่วไป
คุณพ่อบอกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เริ่มรู้สึกเหนื่อย อยากกลับมาประเทศไทย แต่เมื่อเดือนสิงหาคมและกันยายนที่ผ่านมา ได้กลับมาเข้าโครงการ ?พักภารกิจฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ รุ่นที่ 6? ร่วม
กับเพื่อนๆ ได้ศึกษาพระคัมภีร์ ได้ทบทวนชีวิต เข้าเงียบ ทำให้เข้าใจถึงกระแสเรียกที่พระทรงรักผม ทำให้ตัดสินใจใหม่ จะอยู่และทำงานต่อไปให้เต็มที่ในเขมรให้ดีที่สุด

คุณพ่อสมพงษ์ กัมพลกูล อยู่แม่ฮ่องสอน ทำงานกับชาวเขาในภาคเหนือ ได้เล่าถึงการทำงานแพร่ธรรมกับชนเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่
สุดในประเทศไทย และเป็นคริสตังก็มากด้วย เนื่องจากประเพณีและวัฒนธรรม ความเชื่อบางอย่างมีความคล้ายกับคำสอนของคริสต์ และการแต่งงาน นอกจากนี้ ในการทำงาน
ต้องใช้ชีวิตอยู่กับพวกเขา ปรับตัวด้านความเป็นอยู่ สิ่งที่สำคัญคือการปรับวัฒนธรรมให้เข้ากับความเชื่อ (Inculturation) กับวิธีของชาวบ้าน ต้องเข้าใจเขาให้ลึกซึ้ง แต่ละแห่ง
อาจจะแตกต่างกัน การถือผี การเจ็บไข้ได้ป่วยของชาวบ้าน มักจะอิงกับผี ในการสัมมนาครั้งนี้ มีกลุ่มพระสงฆ์อาวุโสด้วย ซึ่งปัจจุบันแต่ละสังฆมณฑลมีมากขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลายองค์ยังแข็งแรง และแต่ละองค์ล้วนมีประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ เป็นบทเรียนสำหรับรุ่นน้องๆ

กลุ่มย่อยที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษคือ กลุ่มอภิบาลคู่แต่งงานแบบต่างคนต่างถือ คุณพ่อทวีศักดิ์ กิจเจริญ เป็นผู้นำ ซึ่งปัจจุบันมีมากถึงร้อยละ 80 พระสงฆ์ที่อภิบาลคู่แต่งงาน ยังมีความสับสนและเรื่องซักถามในด้านกฎหมายพระศาสนจักร ซึ่งเข้าใจไม่ตรงกันในด้านกฎหมาย ขั้นตอนการขออนุญาต ทั้งจากสัตบุรุษที่ประสบปัญหาเอง ชุมชน
ในวัด และพระสงฆ์บางองค์ด้วย ทั้งๆ ที่ผู้อภิบาลก็พยายามที่จะช่วยเหลือ เพราะเห็นสภาพความทุกข์ใจของคนที่ประสบปัญหา และได้เสนอให้จัดทำคู่มือเพื่อช่วยทั้งพระสงฆ์
์และสัตบุรุษต่อไป นอกจากนี้ หน่วยงานของสภาพระสังฆราชคาทอลิก แห่งประเทศไทย ได้ไปแบ่งปันงานที่ทำและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากผู้ที่สนใจ เช่นด้านสังคม  ศาสนสัมพันธ์ เยาวชน ครอบครัว สื่อมวลชน วัดชุมชนเมือง ฯลฯ

วันสุดท้ายคณะสงฆ์ไปร่วมถวายมิสซาที่สักการ-สถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ผู้เป็นแบบอย่างของพระสงฆ์ไทย และแสดงความยินดีกับพระสงฆ์บวชใหม่
ในปีนี้ 16 องค์ พระสงฆ์ฉลองครบ 25 ปี จำนวน 19 องค์ ฉลองครบ 50 ปี จำนวน 2 องค์ และ 60 ปี จำนวน 2 องค์

ปัจจุบัน พระสังฆราชโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ (คพส.) ซึ่งแต่ละปีจะมีงานหลักคือสัมมนาพระสงฆ์ และโครงการพัก
ภารกิจฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ เพื่อเป็นการศึกษาต่อเนื่องให้กับพระสงฆ์ เพื่อชีวิตและงานอภิบาล นอกจากนี้ ในภาคอีสานก็ยังมีจัดสัมมนาของพระสงฆ์ของภาคอีสานโดยเฉพาะด้วย
สำหรับจำนวนพระสงฆ์ในประเทศไทย มี 714 องค์ เป็นพระสงฆ์สังกัดสังฆมณฑล  456 องค์  สังกัดคณะนักบวช 258 องค์ (ปฏิทินคาทอลิก ค.ศ.2007)

ในโอกาสนี้ พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู ได้กล่าวแล้วได้ทำพิธีกดปุ่มคอมพิวเตอร์ เพื่อเปิดการสัมมนา และพระคาร์ดินัลเครสเชนซีโอ เซเป กดปุ่มเปิดเว็บไซต์ http://thaipriest.cbct.net ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ (คพส.) ซึ่งจะมีข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับพระสงฆ์

คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง  เลขาธิการฯ รายงาน