รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

หลักการและเหตุผล

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นสถาบันหนึ่งที่สำคัญในสังคมโลก ซึ่งมีมิติทั้งทางโลกและทางธรรม มีศักยภาพที่จะเป็นมโนธรรมของสังคม และในฐานะที่เป็นองค์กรศาสนา ศาสนบริกรต้องเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือในการพัฒนามนุษย์ไปสู่ความสมบูรณ์ และสังคมที่มีสันติสุข

พระสงฆ์และนักบวชเป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่จะทำให้หลักคำสอนเป็นจริงในชีวิตของคริสตศาสนิกชนแต่ละคนด้วยการประพฤติปฏิบัติ เป็นหลักยึดเหนี่ยวของคนและสังคม ซึ่งทุกวันนี้สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองอย่างกว้างขวางและรวดเร็วในทุกระดับ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านวัตถุภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจ และคุณค่าทางศาสนา

พระสงฆ์นักบวชซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญและเป็นผู้นำด้านจิตใจ จึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำเอาหลักคำสอนของศาสนามาอบรมสั่งสอนให้ผู้คนเข้าถึง เข้าใจ และสามารถปฏิบัติจริงในชีวิต จึงต้องได้รับการศึกษาเพื่อรู้เท่าทัน เพื่อแก้ไข ป้องกัน และพัฒนาจิตใจของมนุษย์ให้เจริญก้าวหน้าเหมาะกับยุคสมัย

คณะกรรมการจัดสัมมนาพระสงฆระดับประเทศ ซึ่งเป็นคณะกรรมการหนึ่งของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ ในสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงได้จัดการสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศขึ้น และในปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ได้ทรงประกาศเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ.2009 ให้ “วันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.2009 ถึงวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.2010 เป็นปีพระสงฆ์” และในเวลาเดียวกันยังทรงประกาศให้ “นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ เป็นองค์อุปถัมภ์ของพระสงฆ์” เนื่องในโอกาสครบรอบ 150 ปีที่นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ มรณภาพ

ดังนั้น การสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศในปีนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเริ่มต้น “ปีพระสงฆ์”

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้การศึกษาอบรมต่อเนื่องแก่พระสงฆ์ ให้มีความรู้ ความเข้าใจต่อสถานการณ์ใหม่ๆ ในสังคมทั่วไป ซึ่งมีผลกระทบต่อคริสตศาสนิกชน
  2. เพื่อส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำศาสนา ให้มีคุณภาพเหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน
  3. เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำงานและชีวิตสงฆ์แก่กันและกัน
  4. เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์ทั่วประเทศให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

เป้าหมาย

  • จำนวนพระสงฆ์เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 250 องค์
  • ผู้แทนจากนักบวชหญิง 2 คน เข้าร่วมการสัมมนาในฐานะผู้สังเกตการณ์
  • ผู้แทนฆราวาส 2 คน

ผู้รับผิดชอบ

คณะกรรมการจัดสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. คณะกรรมการจัดสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศ ประชุมเพื่อจัดเตรียมการสัมมนา โดยพิจารณาจากการประเมินผลเป็นข้อมูลประกอบ และกำหนดเนื้อหาและวิทยากร (ธันวาคม 2008–มิถุนายน ค.ศ. 2009)
  2. จัดทำตารางเวลาการสัมมนา ติดต่อประสานงานวิทยากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีส่วนร่วมในการสัมมนา (ธันวาคม 2008–มิถุนายน ค.ศ. 2009)
  3. แจ้งให้คณะกรรมการ คพส. ทราบเพื่อพิจารณาและรับรอง (วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2009)
  4. ประชาสัมพันธ์ให้พระสังฆราช พระสงฆ์ และนักบวช ทราบและเชิญชวนให้มาร่วมการสัมมนาโดยพร้อมเพรียงกันในจดหมายข่าว “เพื่อนสงฆ์” ฉบับที่ 23, 24, 25 (ตุลาคม ค.ศ.2008-มิถุนายน ค.ศ.2009) และทางเว็บไซต์ http://thaipriest.cbct.net
  5. สำรวจรายชื่อพระสงฆ์ที่บวชใหม่, พระสงฆ์ที่บวชครบ 60 ปี, 50 ปี และ 25 ปี (ค.ศ.2008-2009)
    ออกจดหมายเชิญมาร่วมการสัมมนา และแสดงความยินดีในโอกาสการสัมมนา (มกราคม-มิถุนายน ค.ศ.2009)
  6. ติดต่อวิทยากรก่อนการสัมมนา 2 สัปดาห์ เพื่อยืนยัน และจัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ในการบรรยายสำหรับวิทยากร (วันที่ 1-10 กรกฎาคม ค.ศ.2009)
  7. จัดการสัมมนาตามตามรางเวลา วันจันทร์ที่ 13 ถึงวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.2009
  8. รวบรวมเอกสารการสัมมนาและจัดพิมพ์เป็นเล่ม และจัดส่งให้พระสงฆ์ในสังฆมณฑลต่างๆ (สิงหาคม ค.ศ.2009) จำนวน 500 เล่ม

ระยะเวลาการสัมมนา

วันจันทร์ที่ 13 ถึงวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ.2009

สถานที่

ศูนย์ฝึกอบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” สามพราน นครปฐม โทรศัพท์ 0-2429-0124-33โทรสาร 0-2429-0120   E-mail : phuwaan@yahoo.com

เนื้อหาการสัมมนา

ด้านความรู้

  • ศึกษาและติดตามสมัชชาพระสังฆราช และศึกษาเกี่ยวกับพระวาจา เพื่อให้พระสงฆ์ได้ติดตามคำสอนของพระศาสนจักรสากล
  • ได้รับรู้ประสบการณ์การทำงานของพระสงฆ์ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะงานที่บุกเบิกใหม่ รวมทั้งความยากลำบาก และอุปสรรคต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุน
  • ได้รู้จักพระสงฆ์เพื่อนร่วมงานทั้งจากสังฆมณฑลต่างๆ และคณะนักบวช ทั้งไทยและต่างประเทศ
  • ศึกษาความเป็นจริงของสังคมปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสื่อมวลชน ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตและงานอภิบาลของพระสงฆ์

ด้านชีวิตจิต

  • ร่วมถวายมิสซา ทำวัตร อวยพรศีลมหาสนิท และสวดสายประคำร่วมกัน เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในพระคริสตเจ้า
  • ร่วมถวายมิสซาที่สักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง และร่วมรำพึง ไตร่ตรองชีวิตและแบบอย่างพระสงฆ์ไทย ผู้อภิบาลในสภาพที่ต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายแม้กระทั่งชีวิต
  • ได้รับกำลังใจจากเพื่อนพระสงฆ์ และความเป็นพี่น้องกันในคณะสงฆ์

วิธีการสัมมนา

  1. บรรยาย อภิปรายในกลุ่มใหญ่ และกลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์การทำงานให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
  2. ร่วมประกอบศาสนพิธีต่างๆ สวดภาวนา มิสซา และร่วมแสดงความยินดีโอกาสฉลองสังฆภาพ 50 ปี และ25 ปี และแสดงความยินดีกับพระสงฆ์ใหม่ ณ สักการสถานบุญราศีนิโคลาสฯ
  3. พักผ่อนหย่อนใจ เล่นกีฬาต่างๆ ทานอาหารร่วมกัน

ค่าใช้จ่าย

  1. ห้อง ( 2 คน/ห้อง) คนละ 2500 บาท (สองพันห้าร้อยบาท)
  2. ไป-กลับ (ไม่พัก) คนละ 1500 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาท) (ค่าลงทะเบียน ที่พัก อาหาร เอกสาร วิทยากร ฯลฯ)
    หมายเหตุ   ไม่รวมหนังสือสรุปการสัมมนาฯ

การประเมินผล

  1. จากแบบประเมินผลในวันสุดท้ายของการสัมมนา
  2. จากการประชุมของคณะกรรมการจัดสัมมนาพระสงฆ์ระดับประเทศ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ บรรดาพระสงฆ์ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้

  1. มีความรู้ ความเข้าใจต่อสถานการณ์ใหม่ๆ ในสังคมทั่วไป ซึ่งมีผลกระทบต่อคริสตศาสนิกชน
  2. เป็นการส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาให้มีคุณภาพเหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน
  3. ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานและชีวิตสงฆ์แก่กันและกัน
  4. ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์ทั่วประเทศให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

อื่นๆ

  1. เชิญชวนให้มีการแบ่งปันกิจกรรมต่างๆ ของพระสงฆ์แต่ละสังฆมณฑล โดยนำมาจัดนิทรรศการให้รับทราบ
  2. เชิญชวนหน่วยงานและองค์กรของสภาพระสังฆราชฯ นำเอกสาร ภาพถ่าย และกิจกรรมของหน่วยงานมาจัดนิทรรศการ แจกเอกสารหรือแผ่นพับให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนา
  3. ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้พระสงฆ์ผู้แทนแต่ละสังฆมณฑลช่วยประสานงาน