รักและรับใช้ คือ หัวใจของชีวิตสงฆ์

 

“เพื้ื่อชีวิตและพันธกิจสงฆ์”
พักภารกิจ ฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ รุ่นที่ 6
1 สิงหาคม-3 ตุลาคม ค.ศ.2006 ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน นครปฐม

คพส. โดยคณะกรรมการพักภารกิจฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ ได้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 6 คุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร เป็นผู้จัด มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบรรดาอุปสังฆราชทั้ง 10 สังฆมณฑล เริ่มวันที่ 1 สิงหาคม ถึงวันที่ 3 ตุลาคม จำนวน 19 คน ตลอด 2 เดือน ได้ฟัง แบ่งปันประสบการณ์ เข้าเงียบฟื้นฟูฯ ที่สวนเจ็ดริน เชียงใหม่ และไปแสวงบุญที่โรมและเมืองลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 19 กันยายน กลับมาถึงสนามบินดอนเมือง 27 กันยายน ซึ่งเปิดใช้เป็นวันสุดท้าย พระคุณเจ้าบรรจง ไชยรา ได้เป็นประธานเปิด และปิดวันที่ 29 กันยายน พระคาร์ดินัลไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นประธานมอบใบพรพระสันตะปาปาให้โอกาสฉลองศาสนนามของพระคุณเจ้า ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน

ขอแบ่งปันความรู้สึก นึกคิด ประสบการณ์ของบางคนเพื่อให้รับรู้กันบ้าง

ได้พักฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง?

คุณพ่อเปโตรสมเกียรติ บุญอนันตบุตร อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ บวชมาได้ 14 ปี แสงธรรมรุ่นที่ 14 ได้แบ่งปันความรู้สึกหลังจากจบโครงการครั้งนี้ว่า

“ถือว่าเป็นพระพรของพระในช่วงระยะเวลาเหล่านี้ ไม่ใช่พักผ่อนเท่านั้น แต่ฟื้นฟูชีวิตและพันธกิจของตนเองในการรับใช้พระและเพื่อนพี่น้องให้ดียิ่งขึ้น คิดว่า สำหรับคุณพ่อที่บวชมาครบ 10–20 ปี น่าจะได้มีโอกาสเข้าโครงการนี้”

ผมถามถึงข้อตั้งใจ

“ได้เห็นชีวิตที่เสียสละของพระสงฆ์หลายๆ องค์ ก็ตั้งใจว่า จะทำให้อยากทำตามแบบอย่างพวกท่านให้ดียิ่งๆ ขึ้น”

“หน้าที่และชีวิตสงฆ์ที่ผ่านมาสิบสี่ปี ระยะ 3 ปีแรก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดลำไทร ปทุมธานี ต่อมาเป็นหัวหน้าแผนกเยาวชนของกรุงเทพฯ และเป็นผู้ช่วยอธิการบ้านเณร
เล็ก และโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ 1 ปี, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเซนต์หลุยส์ สาทร และจิตตาธิการวิทยาลัยพยาบาลเซนต์หลุยส์ 4 ปี (ผู้ช่วยจิตตาธิการโรงพยาบาลฯ 2 ปีในเวลา
เดียวกัน) ไปศึกษาต่อด้านคริสตศาสนสัมพันธ์ที่กรุงโรม 2 ปี เมื่อกลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญยวงบัปติสตา เจ้าเจ็ด ปีนี้ครบ 5 ปี กลับมาจากต่างประเทศ ถึงกับป่วยเป็นไข้
เพราะการเดินทางและอากาศเปลี่ยนแปลง”

คุณพ่อเปาโล แสงชัย ไอ่จาง สังฆมณฑลเชียงใหม่ บวชครบ 10 ปี แสงธรรมรุ่นที่ 17

“รู้สึกได้อะไรหลายอย่าง ได้พักผ่อนจากงาน ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับพี่ๆ ที่อายุบวชมากกว่า อยู่ร่วมกันก็มีความรู้สึกได้แนวทางชีวิตที่จะพัฒนาชีวิต กระแสเรียกและงานอภิบาลของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าเงียบที่สวนเจ็ดริน เชียงใหม่ เมื่อแสวงบุญที่โรม ลูร์ด ฝรั่งเศส ก็ได้เห็นรากฐานของความเชื่อของศาสนาเราเอง ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้ทำไว้ให้กับคริสตชนพวกเรารุ่นหลัง”

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปต่างประเทศ!

ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน เป็นเขตบุกเบิก มีสามหมู่บ้าน อยู่คนเดียวไม่มีผู้ช่วย ตอนนี้กำลังสร้างวัดให้ชาวบ้าน เผ่ามูเซอและลีซอ ผมเองเป็นชาวเผ่ามูเซอ กับคุณพ่อไพโรจน์ สุวรรณ หลังจากบวชแล้วเคยเป็นปลัดที่ฝาง 2 ปี ที่เชียงใหม่ เชียงดาว และแม่สะเรียง 2 ปี อยู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน 2 ปี ตอนนี้อยู่ที่ปาย เป็นปีที่ 4 แล้ว รุ่นผมที่บวชทั่วประเทศมีกว่า 10 คน คณะมหาไถ่ 5 คน เชียงใหม่มีคุณพ่อณรงค์ชัย หมั่นศึกษา ที่จันทบุรี 4 คน กรุงเทพฯ 2 คน คุณพ่ออนุชา (อียิปต์) ชาวแพรกน้อย และคุณพ่อฉลองรัฐ (เป๊บซี่) สังขรัตน์ และที่อุบลมี 1 คน ”

คุณพ่อลูกา สันติ วันชา สังฆมณฑลอุบล บวชได้ 13 ปี แสงธรรมรุ่นที่ 13 พระสงฆ์รูปร่างผอมเพรียว ผิวคล้ำ บุคลิกค่อนข้างเงียบสงบ เหมือนกับเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ได้เล่าให้ฟังตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมโครงการว่า

“ตอนแรกก็กล้าๆ กลัวๆ ห้าสิบห้าสิบ มากับไม่มา เมื่อมาแล้วก็ได้ประสบการณ์มากจากชีวิตกลุ่ม ได้ความรู้เพิ่มเติม หลังจากที่ได้เรียนจบจากบ้านเณรมา ได้เพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เรามีพลัง มีกำลังใจที่จะก้าวหน้าต่อไป และยังได้มีโอกาสไปต่างประเทศ ได้เห็นชีวิตความศรัทธาของคริสตังในประเทศแม่ พระศาสนจักรของเรา สำหรับชีวิตส่วนตัวผมเองรู้สึกว่า พระเป็นเจ้าอยู่กับชีวิตผมมาตลอด ไม่ว่าจะความทุกข์ ความสุขที่ได้รับ นั่นเป็นแผนการของพระสำหรับผมจริงๆ”

“ตั้งแต่บวชมา หน้าที่รับผิดชอบที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ตามวัดเล็กๆ ที่ห่างไกลความเจริญ อาจจะเพราะพระสังฆราชและที่ปรึกษาเห็นว่าเราชอบแบบนี้ เป็นผู้ช่วยวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด หนองคูน้อย 8 เดือน, เป็นเจ้าวัดนักบุญยอแซฟ บ้านหนองฟานยืน 3 ปี, วัดนักบุญอันนา บ้านบัวท่า 3 ปี, วัดแม่พระเป็นที่พึ่ง บ้านโนนสว่าง 3 ปี อยู่วัดพระหฤทัยฯ ศูนย์เขมราช และวัดพระคริสต์แสดงองค์ ชานุมาน อยู่มา 5 ปี”

“สิ่งที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือ การร่วมถวายมิสซา ทำวัตรร่วมกันกับเพื่อนๆ  มีบรรยากาศดีและช่วยส่งเสริมชีวิตและเป็นกำลังใจให้ผมมากขึ้น  และโดยเฉพาะจากการแบ่งปันประสบการณ์ของเพื่อนๆ”

คุณพ่อมีคาแอล เฉลียว วาปีกัง สังฆมณฑลนครราชสีมา บวชมา 16 ปี แสงธรรมรุ่นที่ 12 แต่วันนี้็เป็นรุ่นอาวุโสของสังฆมณฑลแล้ว วันแรกที่เข้ามา “โกนหัวเหน่ง” มาเลย เพื่อนๆ ก็นึกว่าเอาฤกษ์เอาชัยว่ามาแน่ๆ แต่มารู้ภายหลังว่า ช่างตัดผมฟังผิด เลยตัดทรง “สกินเฮดให้”

“เมื่อตัดสินใจว่าจะมา พระคุณเจ้าอนุญาตแล้ว ก็หาคนมาช่วยงานที่วัดและโรงเรียน และก็เดินทางมาเลย”

“ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกัน มีความสุขมาก ประทับใจชีวิตกลุ่ม ได้ร่วมถวายมิสซา ทำวัตร ภาวนา แบ่งปันประสบการณ์ชีวิต เป็นกำลังใจช่วยเพิ่มพูนให้เรามีกำลังใจ และก็ตั้งใจจะปฏิบัติหน้าที่สงฆ์ให้ดียิ่งขึ้น ได้เพิ่มเติมพระคัมภีร์ วิชาการต่างๆ ชีวิตจิตที่จัดไว้ให้ มีประโยชน์มาก เป็นการพื้นฟื้นฟูชีวิตสงฆ์และพันธกิจของเรา”

“ทำให้เข้าใจประสบการณ์การทำงาน และเข้าใจพระพรและความรักของพระมากขึ้น”

“เข้าใจชีวิตและกระแสเรียกของอับราฮัม เปรียบกับชีวิตกระแสเรียกสงฆ์ของตัวเอง กับชีวิตของพระเยซูเดินทางเข้ากรุงเยรูซาเล็มกับตัวเรา”

“ข้อตั้งใจ เมื่อกลับไปสังฆมณฑล เริ่มจากวัดเราซึ่งเป็นวัดเล็กๆ อยากให้สัตบุรุษได้อ่านพระคัมภีร์ แบ่งปันกันและใช้พระคัมภีร์ในชีวิตตนให้มากขึ้น”

คุณพ่อลอเรนซ์ กรไกร พิลาจันทร์ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง บวชมาได้ 18 ปี แสงธรรมรุ่นที่ 10 หลังบวชแล้วได้มีโอกาสศึกษาต่อจนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายพระศาสนจักร ทำหน้าที่ที่สำนักวินิจฉัยคดีเป็น “เปาบุ้นจิ้น” แห่งสำนักเมืองท่าแร่ ยังไม่เคยใช้ “หวังเฉา หม่าฮั่น” ให้เตรียม “เครื่องประหารหัวสุนัข”

“”ยินดีมากที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้เพราะเป็นการอบรบต่อเนื่อง เป็นความซื่อสัตย์ต่อกระแสเรียกที่พระประทานให้ มีความสุขที่ได้พบเพื่อนๆ ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จัดไว้ให้ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ได้รู้ประสบการณ์ชีวิต ใช้พระคัมภีร์ มีความสำคัญมาก” พระสงฆ์เราก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ ยังมีข้อบกพร่อง ยังต้องแก้ไขให้ดีขึ้น”

“อยู่บ้านเณร เราเรียนเพื่อสอบผ่าน แต่นี่เราเรียนเพื่อใช้ในชีวิต ต้องรู้ให้ลึกซึ้ง เพื่อให้ชีวิตสงฆ์ของเรามั่นคง เข้มแข็ง เป็นสงฆ์ที่ดีของพระเป็นเจ้า”

“บางคนบวชนาน ชีวิตพระในตัวเราก็อาจจะเลือนราง อันเนื่องมาจากหน้าที่การงาน ความวุ่นวายในธุรกิจบ้าง ไม่มีเวลาสวด รำพึงภาวนา ช่วงเวลานี้ได้มีความใกล้ชิดกับพระมากขึ้น”

“ในสองเดือนนี้ ผมชอบอาจารย์ที่เป็นฆราวาส ทำให้ทราบว่าเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับพวกเรา พระสงฆ์ต้องการทำตัวให้ใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้ามากๆ เราต้องรักพระให้มากๆ ทำให้สวดภาวนา ซื่อสัตย์ต่อพระให้มาก”

“เพื่อนร่วมรุ่นที่บวชจากท่าแร่ มีคุณพ่อชำนาญ บัวขันธ์, จากจันทน์บุรี มีคุณพ่อลือชัย จันโป๊ คุณพ่อนิคม โยธารักษ์ คุณพ่อชูชาติ ชุณหกิจ, จากราชบุรี มีคุณพ่อชูชาติ ประสูติแสงจันทร์, จากกรุงเทพฯ มีคุณพ่อสุทธิชัย บุญเผ่า แต่บวชหลังไปหน่อย คุณพ่อสรุปสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “เหมือนกับเป็นการฝนชีวิตเราให้แหลม ให้คมมากขึ้น”

คุณพ่อยอห์น บัปติสตา รังสิพล เปลี่ยนพันธุ์ สังฆมณฑลนครสวรรค์ บวชมาได้ 14 ปี แสงธรรมรุ่นที่ 14  “พ่อน้อย” รูปร่างตันเตี้ย เวลาพูดจะตรงกันข้ามกับชื่อ เข้าได้กับทุกรุ่น

“มีประโยชน์มากจริงๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานผ่านมานาน เวลาได้มาอยู่กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ การแบ่งปันประสบการณ์นี้มีประโยชน์ มีกำลังใจที่จะรับใช้พระจริงๆ เหมือนกับมาเติมพลังให้กลับไปทำงานที่รับจากมิสซัง ทำให้รู้จักตัวตนเรามากขึ้น บางทีเราทำงานมากเกินไป ก็ไม่ค่อยได้มองด้านชีวิตจิต อาจจะทำให้พลาด อาจจะเสียกระแสเรียกก็ได้”

“อีกอย่างเป็นการมาเติมเต็มชีวิต การภาวนา มิสซา การติดตามพระคริสต์ จากการไปโรมและเมืองลูร์ด ฝรั่งเศส ทำให้ชีวิตสงฆ์เราต้องมีความเชื่อต่อพระมากกว่าการทำงาน อีกอย่างหนึ่ง การเข้าเงียบที่สวดเจ็ดริน ได้ไตร่ตรองพระคัมภีร์ ชีวิตเรา ทำให้ได้รู้ว่าชีวิตเราเหมือนกับพระเยซูเหมือนกับเมื่อพระองค์ถูกตรึงกางเขน  เมื่อเราทำงานไปแล้ว เราทุกข์ เจ็บปวด การกลับคืนชีพเป็นชัยชนะ การกลับคืนชีพของเราหมายถึงเรามีพลัง มีแรงติดตามพระเยซูเจ้า การรับใช้พระเป็นเจ้า นั่นคือ รักและรับใช้นั่นเอง”

คุณพ่อเปโตร เจริญ ว่องประชานุกูล สังฆมณฑลราชบุรี บวชมาได้ 14 ปี แสงธรรมรุ่น 14 อธิการบ้านเณรเล็กราชบุรี ก่อนหน้านี้ได้ไปศึกษาต่อที่กรุงโรมและไปดูงานบ้านเอ็มอีพี. ที่ฝรั่งเศสมาครั้งหนึ่งแล้ว

“ได้ประโยชน์พอสมควร ได้มาฟื้นฟูชีวิตสงฆ์ เราได้มาฟื้นฟูจิตตารมณ์ ความรู้ ชีวิตพระสงฆ์ของตนเองและนำไปแบ่งปันให้กับผู้อื่น และการทำงานต่อๆ ไปได้ อีกอย่างได้พักผ่อนบ้าง หลังจากทำงานได้ระยะหนึ่ง”

“สิ่งที่ได้มากๆ คือการได้รับฟังประสบการณ์จากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ได้รับรู้ความสำเร็จ อุปสรรคของเพื่อนๆ อีกอย่างหนึ่ง การได้ไปจาริกแสวงบุญที่โรมและลูร์ด ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก” ถ้าสรุปสักประโยคหนึ่งจากการเข้าโครงการฯ นี้ คือ “เราได้ซื่อสัตย์ต่อกระแสเรียกของเรา”

คุณพ่อเปาโล สมนึก ประทุมราช สังฆมณฑลจันทบุรี บวชมาได้ 14 ปี แสงธรรมรุ่น 14

“ผมสนใจตั้งแต่แรกแล้ว เพิ่งมีโอกาสในปีนี้ ต้องบอกว่ามีประโยชน์และคุณค่าต่อชีวิตสงฆ์ของผมมาก ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระวาจา รำพึงถึงกระแสเรียกของอับราฮัม โมเสส รูปแบบชีวิตสงฆ์ พิธีกรรม ทำวัตร ประสบการณ์ชีวิตสงฆ์ของเพื่อนๆ รุ่นที่ 6 ที่โชกโชน สะท้อนถึงพระเมตตาของพระเป็นเจ้าที่ทรงประทานแก่พระสงฆ์อย่างเปี่ยมล้น”

“ที่สุดได้สัมผัสประสบการณ์กับพระศาสนจักรแม่ที่กรุงโรม ได้ร่วมภาวนากับผู้ศรัทธาภักดีต่อแม่พระที่ลูร์ด”

“ผมขอโมทนาคุณพระเป็นเจ้า ผ่านทางสังฆมณฑลที่ให้ผมเข้าร่วมโครงการนี้ ผ่านทางวิทยากร ผู้รับผิดชอบทุกท่าน ที่มอบความรู้ แง่คิดต่างๆ มีประโยชน์และคุณค่าต่อชีวิตสงฆ์ของผม เพื่อจะได้กลับไปรับใช้พระศาสนจักรอย่างเข้มแข็งมั่นคงต่อไป”

คุณพ่อเปโตร นิพนธ์ สาราจิตต์ คณะซาเลเซียน บวชมาได้ 21 ปี ศิษย์แสงธรรมไม่สังกัดรุ่น แม้นอายุยังไม่มาก แต่เส้นผมมันบ่งบอกให้รู้ว่าบางอย่างเปลี่ยนไป เคยได้รับหน้าที่เป็นผู้บริหารสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีปีเศษ

ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดวัดคาทอลิกแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด หาดใหญ่ ชอบเขียนหนังสือ ใครเห็น “สารวัดหาดใหญ่” แล้วต้องร้อง “โอ้โห” จัดพิมพ์สี่สีสวยงาม พร้อมทั้งบทความสะท้อนความคิด สำหรับความรู้สึกและประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการพักภารกิจฯ อ่านได้จากบทความ “พบพระจันทร์”