สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงเปิดปีพระสงฆ์อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร กรุงโรม ในวันสมโภชพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเจาะจงเลือกเปิดในวันดังกล่าว เพื่อจะได้เห็นถึงธรรมล้ำลึกแห่งพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ที่ทรงบังเกิดมาเป็นมนุษย์ และเปิดเผยให้เห็นถึงความรักและพระเมตตาของพระเจ้า  อีกทั้งยังเป็นการระลึกถึง 150 ปีแห่งมรณกรรมของนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์ เจ้าอาวาสผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองอาร์ส องค์อุปถัมภ์และแบบอย่างของพระสงฆ์ทุกองค์

ทันทีที่สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสในการเข้าเฝ้าทั่วไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ.2009 ว่า จะประกาศให้ปีนี้ (19 มิถุนายน ค.ศ.2009-19 มิถุนายน ค.ศ.2010) เป็น “ปีพระสงฆ์” เสียงตอบรับจากบรรดาพระสงฆ์และพี่น้องสัตบุรุษในอิตาลี ดูเหมือนจะดังกว่าทุกๆ ครั้งที่มีการประกาศในลักษณะเดียวกัน ด้วยปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์ (บางองค์) ตามที่ต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพระศาสนจักรทั้งมวล ที่เป็นพระกายทิพย์ของพระคริสต์เจ้า (อฟ 1:22-23) และพันธกิจแห่งชีวิตสงฆ์ที่ได้รับมอบหมายผ่านทางศีลบวชอันศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะที่เป็นพระคริสต์เจ้าอีกองค์หนึ่ง (Alter Christus)

บรรดานักเทววิทยาและในการสัมมนาจากหลายมหาวิทยาลัยของสันตะสำนัก ได้นำประเด็นปีพระสงฆ์มาพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยมองว่าเป็นโอกาสเหมาะที่บรรดาพระสงฆ์จะได้ทบทวนกระแสเรียกของตน พันธกิจแห่งชีวิตสงฆ์ และธรรมล้ำลึกแห่งงานไถ่กู้ของพระคริสต์เจ้าสำหรับมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เกียรติอันยิ่งใหญ่ของพระสงฆ์อยู่ที่การถวายพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ” ในการทำให้องค์พระคริสต์เจ้าปรากฏเป็นจริงและเป็นปัจจุบันทุกครั้งที่ประกอบพิธีมิสซา พระสงฆ์แม้จะเป็นคนบาป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือของพระเจ้าในการทำให้ยัญบูชาของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขนกับยัญบูชาบนพระแท่น เป็นเครื่องบูชาหนึ่งเดียวของพระองค์แด่พระบิดา (CCC 1367)

กระนั้นก็ดี มีข้อสังเกตจากบรรดานักบวชโดยเฉพาะซิสเตอร์ว่า พระศาสนจักรให้ความสำคัญแต่เพียงพระสงฆ์เท่านั้น น่าจะประกาศ “ปีซิสเตอร์” บ้าง นอกเหนือจากที่มีเพียงวันนักบวชสากล (2 กุมภาพันธ์) ในความเป็นจริง “ปีพระสงฆ์” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะพระสงฆ์เท่านั้น เพราะในความเป็นสงฆ์ของพระเยซูเจ้า คริสตชนทุกคนล้วนมีส่วนในความเป็นสงฆ์นี้ สงฆ์แห่งศีลล้างบาป การประกาศปีพระสงฆ์จึงเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้ตระหนักถึงความเป็นสงฆ์ของตน และพระพรแห่งชีวิตสงฆ์สำหรับชีวิตของตน เป็นต้นในการภาวนาเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของตนและของพระสงฆ์

สมเด็จพระสันตะปาปาทรงย้ำว่า “พระศาสนจักรต้องการพระสงฆ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ พระศาสนจักรต้องการผู้อภิบาลที่ช่วยสัตบุรุษได้พบกับความรักและพระเมตตาของพระเจ้า พระศาสนจักรต้องการพระสงฆ์ที่พร้อมเป็นประจักษ์พยานถึงความรักของพระเจ้า” เป็นความจริงที่ว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์ที่พระศาสนจักรเรียกร้อง เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของพระสงฆ์แต่ละองค์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์เกี่ยวเนื่องกับพระศาสนจักรและคริสตชนทุกคน

ทั้งนี้ก็เพราะว่า ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งแห่งพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า ความเป็นหนึ่งเดียวด้านชีวิตฝ่ายจิตของสัตบุรุษและหมู่คณะ ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งแห่งชีวิตฝ่ายจิตของพระสงฆ์ โดยเฉพาะสำหรับพระสงฆ์ที่อ่อนแอและผิดพลาด การตำหนิ การประณาม หรือการจ้องจับผิด ไม่ได้ช่วยทำให้แผลที่กำลังระบมหายเร็วขึ้น แต่ยิ่งกลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงจนยากที่จะเยียวยา กำลังใจและคำภาวนาต่างหากคือยาขนานเอกสำหรับพวกเขาเหล่านั้น ดังนั้น ปีพระสงฆ์จึงไม่ใช่สำหรับพระสงฆ์เท่านั้น แต่สำหรับทุกคนด้วย

กรุงโรม, อิตาลี
24 มิถุนายน ค.ศ.2009

  • บทความเกี่ยวกับพระสงฆ์
               สิ่งที่ท้าทายพระสงฆ์ โดย...พระคุณเจ้ายอแซฟ พิบูลย์ วิสิฐนนทชัย
               บางแง่มุมเกี่ยวกับ “ปีพระสงฆ์” โดย...คุุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย
               สงฆ์ ความคาดหวังอนาคต ในมุมมองเยาวชน  โดย...วศิน มานะสุรางกูล
               สงฆ์ความคาดหวังอนาคต ในมุมมองเยางชน โดย...บางตาล
               พระสงฆ์ต้องเจริญชีวิตเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า... โดย...พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร